14 กรกฎาคม 2025
2 K

“เราไม่ได้เป็นอมตะ ควรทำเสมือนว่าวันหนึ่งเราจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เป็นสิ่งที่ผมคิดเสมอในการทำงาน”

คงไม่เกินจริงนักหากจะกล่าวว่า หนุ่ม-วิโรจน์ สุริยเสนีย์ เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้ใกล้ชิดกับช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตมากที่สุดคนหนึ่ง และเขานำความเข้าใจนั้นมาบริหารธุรกิจได้เป็นอย่างดี

หนุ่มคือทายาทรุ่นที่ 2 และประธานกรรมการ บริษัท สุริยา ฟิวเนอรัล จำกัด หรือที่คนรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อ ‘สุริยาหีบศพ คลองหลวง’ ธุรกิจผู้ให้บริการหลังความตายที่อยู่มานานกว่า 69 ปี และให้บริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่ผลิต ออกแบบและจำหน่ายหีบศพ จัดดอกไม้ พวงหรีด อุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบพิธีกรรมตามประเพณี บริจาคหีบศพ รับฉีดยารักษาสภาพศพ จัดพิธีลอยอังคาร เคลื่อนย้ายรับส่งศพทั่วทั้งไทยและต่างประเทศ เปิดให้คำปรึกษาและวางแผนฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าตะวันจะเคลื่อนไปอยู่ทิศใดบนฟากฟ้า

ชื่อเสียงของสุริยาหีบศพเป็นที่รู้จักในวงกว้าง การได้ให้บริการบุคคลสำคัญของประเทศคงเป็นหนึ่งสาเหตุ เช่น การมีโอกาสร่วมงานสร้างพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนของการประดับตกแต่งศาลาทรงธรรมและศาลาลูกขุน

แต่อีกส่วนสำคัญน่าจะเป็นเพราะการบริการที่ดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ตามแนวคิดการทำงานที่อยากให้ลูกค้าผ่านพ้นวันที่ยากที่สุดไปได้ง่ายที่สุด

เบื้องหลังการทำงาน คือพี่น้องรุ่นสอง 8 คนที่แม้จะทำอาชีพเดียวกัน ใช้ชื่อ ‘สุริยา’ เหมือนกัน แต่จริง ๆ แยกย้ายไปทำธุรกิจหีบศพนี้ให้เติบโตในรูปแบบของตัวเองตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ด้วยแนวคิดและแนวทางที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหนุ่มกำลังพยายามรวมตัวเครือญาติ เพื่อให้กิ่งก้านสาขาต่าง ๆ ของสุริยาได้มาพัฒนาไปด้วยกัน เพราะบริการหลังความตายนี้ยังมีอะไรให้ทำร่วมกันอีกมากมาย

พร้อม ๆ กับการก้าวเข้ามาเรียนรู้ สานต่อกิจการของทายาทรุ่นสาม โบว์-รมิดา และ แบม-พิมพ์ลภัส สุริยเสนีย์​ ที่เลือกทำงานนี้เป็นงานแรกของชีวิตแบบไม่คิดทำที่อื่น และได้รับโอกาสจากคุณพ่อให้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ ได้เต็มที่ 

ไม่ว่าคุณจะอยู่แวดวงธุรกิจใด เรื่องราวการบริหารงานของสุริยา ฟิวเนอรัล และตระกูลสุริยเสนีย์ อาจเป็นกรณีศึกษาที่น่าเรียนรู้และเป็นประโยชน์ใน 2 เรื่อง

หนึ่ง หากคุณต้องบริหารธุรกิจร่วมกับพี่น้อง ลูกหลาน หรือเครือญาติ และต้องการดูแลความสัมพันธ์ให้แข็งแรง มั่นคง ไปพร้อม ๆ กัน

สอง หากคุณเป็นปุถุชนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นอมตะ

เพราะการเข้าใจเรื่องความตาย อาจเปลี่ยนวิธีการทำงานและทั้งชีวิตที่เหลือของคนเป็น 

ธุรกิจ : สุริยาหีบศพ คลองหลวง (สุริยา ฟิวเนอรัล)

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2499

อายุ : 69 ปี

ประเภท : จำหน่ายหีบศพ บริการฌาปนกิจและบริการหลังความตายครบวงจร

ผู้ก่อตั้ง : สมชาย สุริยเสนีย์

ทายาทรุ่นสอง : วิโรจน์ สุริยเสนีย์ และ กุลวรินทร์ จิรวันทนาวีณ์

ทายาทรุ่นสาม : รมิดา สุริยเสนีย์, พิมพ์ลภัส สุริยเสนีย์, กัญญาณัฑฐ์ สุริยเสนีย์

เริ่มจากคนที่รักต้องไม่ทุกข์

“ตอนแรกทุกคนอยากหนีไปจากธุรกิจนี้ แต่สุดท้ายลูกเตี่ยทั้ง 8 คนมาทำธุรกิจนี้กันหมดเลย” หนุ่มเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายอาชีพนี้

สุริยาหีบศพเริ่มต้นจากการวางรากฐานของอาเตี่ย หรือ สมชาย สุริยเสนีย์ ผู้มีวิสัยทัศน์มองเห็นว่าธุรกิจนี้ไม่ใช่เพียงการขายหีบศพเท่านั้น แต่เป็นการช่วยเหลือผู้คนในวันที่ทุกข์ทนที่สุด

สมชายเป็นลูกชายคนที่ 3 ของครอบครัวคนจีนขนาดใหญ่ที่มีพี่น้องรวม 8 คน เขาจึงจำเป็นต้องช่วยทำงานแบ่งเบาความเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่ยังเล็ก หัดค้าขาย รับจ้างสารพัดอย่าง รวมไปถึงงานเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตจากโรงพยาบาลศิริราชที่อยู่ใกล้บ้านไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 

ใครหลายคนอาจกลัว เพราะเป็นงานที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับวาระสุดท้ายของชีวิต แต่สมชายตั้งใจทำงานอย่างขันแข็ง จนได้รับการชักชวนและฝึกหัดให้เป็นผู้ช่วยแพทย์ที่ต้องลงมือผ่าศพ ได้ประสบการณ์จริงอยู่นานกว่า 6 ปี

ระหว่างทาง เขาพบญาติผู้เสียชีวิตที่อยากให้โรงพยาบาลมีการจำหน่ายหีบศพด้วย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อที่อื่น เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สมชายเช่าตึกแถวบริเวณพรานนกเพื่อสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายหีบศพขึ้นมาในชื่อ ‘สุริยาหีบศพ’ ท่ามกลางเสียงคัดค้านภายในตระกูลสุริยเสนีย์

“ช่วงแรกอากงอาม่ารู้สึกว่าอาชีพที่เตี่ยทำเป็นเรื่องอัปมงคล แต่เตี่ยแอบทำไปก่อน เพราะมองเห็นว่าอาชีพนี้จะเลี้ยงดูครอบครัวได้ 

“ในยุคนั้นธุรกิจหีบศพส่วนใหญ่ขายที่หน้าร้าน ให้คนมาซื้อและขนไปเอง เตี่ยมองเห็นว่าทำไมเราไม่ไปบริการให้ถึงที่เลยล่ะ นอกจากหีบศพ ยังช่วยจัดดอกไม้และจองวัดให้เรียบร้อย เป็นที่มาของสุริยาที่ให้บริการแบบ One Stop Service เป็นที่แรก ๆ ซึ่งเตี่ยไม่รู้ว่าบริการแบบนี้เรียกว่าอะไรหรอก เขาแค่เชื่อว่าเราต้องไม่ปฏิเสธลูกค้าในวันที่เขาเศร้าที่สุดจากการสูญเสียใครสักคนไป เราควรช่วยให้เขาผ่านวันแบบนั้นไปได้อย่างดีที่สุด” 

ด้วยบริการที่อำนวยความสะดวกเสร็จสรรพ รองรับพิธีการของศาสนาต่าง ๆ พร้อมการดูแลอย่างให้เกียรติไม่ว่าจะยากดีมีจน ลูกค้าจึงประทับใจและบอกต่อ ทำให้สุริยาหีบศพเป็นที่นึกถึงเมื่อถึงคราวต้องใช้บริการ ธุรกิจนี้จึงเติบโต ส่วนสมชายก็ได้รับการยอมรับจากครอบครัว

แต่ด้วยครอบครัวที่ขยายใหญ่ขึ้น ความสัมพันธ์เริ่มซับซ้อน ประกอบกับสมชายคิดถึงอนาคตของลูก ๆ ทั้ง 8 คน ซึ่งยังไม่รวมพี่น้องของเขาอีก ใน พ.ศ. 2521 เขาจึงตัดสินใจแยกตัวออกมาจากร้านแรก เพื่อสร้างโรงงานใหม่ที่จังหวัดนนทบุรี (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สุริยาหีบศพ แคราย นนทบุรี และในรูปแบบบริษัทชื่อ สุริยา คอฟฟิน) ขยายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ปริมณฑลมากขึ้น โดยหวังว่ารุ่นลูกอย่างหนุ่มจะเป็นผู้ขยายสาขาต่อ ๆ ไป ทุกคนจะได้มีพื้นที่การทำงานของตนเอง

“จริง ๆ ผมอยากเป็นนักดนตรี แต่อาเตี่ยเป็นห่วงเรื่องอนาคต เลยให้ผมซึ่งเป็นลูกคนที่ 4 ลองมาช่วยดูแลอู่ซ่อมรถที่คลองหลวงก่อน (ปัจจุบันคือที่ตั้งโรงงาน สยาม ฟิวเนอรัล) แต่ผมทำอะไรไม่เป็นเลย ทำไปไม่นานก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 จนอู่เจ๊ง

“ขณะนั้นภรรยากำลังตั้งท้องลูกคนโต ผมต้องทำอะไรสักอย่าง เตี่ยเลยให้ปรับอู่ซ่อมรถมาขายหีบศพ ตอนแรกผมก็ไม่ได้อยากทำ แต่เตี่ยสวนกลับมาว่า มึงไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะ ผมถึงได้สติและตั้งใจทำสิ่งนี้”

แต่ถึงจะตั้งหน้าตั้งตาขาย ในช่วง 2 ปีแรกหนุ่มกลับขายหีบศพไม่ได้เลยสักใบ ในขณะที่สาขานนทบุรีและนครสวรรค์ของพี่น้องกำลังเติบโต 

หนุ่มในวัยใกล้ 30 ปีที่ไม่อยากพึ่งพิงใครแล้วจึงตัดสินใจขนหีบศพขึ้นรถ ตระเวนไปทั่วไทยเพื่อ

หาร้านรับซื้อ จนไปเจอร้านหีบศพที่จังหวัดสระแก้วซึ่งต้องการซื้อจำนวนมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นจากธุรกิจขายหีบศพที่ขายไม่ได้สักใบ กลายเป็นต้องผลิตเดือนละหลายร้อยใบส่งทั่วไทย แม้จะมาก

จนทำแทบไม่ทัน แต่ก็พลิกธุรกิจจนตั้งตัวได้

“ผมคิดว่าตัวเองรอดมาได้เพราะเลือดเตี่ย” หนุ่มกล่าวถึงผู้เป็นพ่อ

“เตี่ยสอนให้ทำธุรกิจตั้งแต่จำความได้ ตอนเด็ก ๆ เตี่ยให้นั่งเขียนพวงหรีดแลกเป็นเงิน ตอนนั้นไม่มีใครอยากทำหรอก แต่มันทำให้เราซึมซับและรู้จักอดทนทำงานเพื่อครอบครัว ขอบคุณเตี่ยที่เป็นตัวอย่างสอนให้เราไม่ย่อท้อ และเป็นตัวอย่างของการให้บริการอย่างดีที่สุด”

โลกก่อนและหลังความตาย

“ผมไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นคนขายหีบศพ แต่เป็นผู้ให้บริการและที่ปรึกษาหลังการตายอย่างครบวงจร” หนุ่มเล่าถึงสิ่งที่เขาทำได้มากมายในโลกก่อนและหลังวาระสุดท้าย 

ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ พัฒนาหีบศพ จนมีให้เลือกมากกว่า 99 แบบ หลากหลายวัสดุตามการใช้งาน ราคาตั้งแต่หลักพันถึงหลักล้าน เข้าถึงข้อมูลได้สะดวกผ่านทางเว็บไซต์ที่หนุ่มบุกเบิกร่วมกับหลานชายตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน

พัฒนาบริการเคลื่อนย้ายนำส่งศพระหว่างประเทศ ผ่านบริษัท Siam Funeral ตั้งแต่เมื่อราว 20 ปีก่อน

และบริการที่ไม่ต้องมีใครจากไปก็ใช้งานได้ อย่างการทำ Funeral Plan หรือวางแผนจัดงานศพล่วงหน้า สำหรับคนที่ต้องการเตรียมพร้อมเผื่อวันสุดท้ายของชีวิต 

รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม เช่น เครื่องและน้ำยาฉีดศพที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ซึ่งหนุ่มลงมือคิดค้นด้วยตัวเอง

เรียกได้ว่าหนุ่มคิดเรื่องความตายอย่างถี่ถ้วน จากความกระตือรือร้นที่ไม่หยุดนิ่ง 

“ผมยังคิดอะไรใหม่ ๆ อยู่ทุกวันนะ และผมทำสิ่งนี้ได้ไปจนตาย”

งานนี้ไม่ได้เป็นการทำด้วยตัวคนเดียว นอกจากผลิตภัณฑ์และบริการ จุดเด่นของสุริยา ฟิวเนอรัล คือการทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างแน่นแฟ้น เช่น โรงพยาบาล

“ช่วงแรกที่ผมทำบริการห้องศพโรงพยาบาลเพื่อช่วยดูแลเรื่องศพ มีแต่คนบอกว่าเราบ้า เพราะโรงพยาบาลต้องรักษาให้คนหายดี แต่ในความเป็นจริงของโลกนี้ยังมีคนที่จากไปอยู่ ด้วยความถนัดของเราในเรื่องบริการเกี่ยวกับการตาย เราจึงจับมือทำงานกับแต่ละฝ่ายที่ถนัด และดูแลคนให้ดีขึ้นไปด้วยกัน” 

ไม่ใช่แค่พันธมิตรภายนอกเท่านั้น กำลังสำคัญคือทีมสุริยาที่ส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันมาเนิ่นนานด้วยความเข้าใจ

“ผมตั้งใจดูแลและไม่ทิ้งใคร ไม่ว่าพวกเขาจะย่อท้อหรือเกิดปัญหาอะไรในชีวิต เราจะดูแลคนอื่นได้ดีถ้าเข้าไปอยู่ในใจเขา ไม่ใช่ให้เขามาอยู่ในใจเรา หากทำงานด้วยจนวันหนึ่งประสบความสำเร็จ ได้เห็นพนักงานส่งเงินหรือซื้อของใช้ใหม่ ๆ ให้ที่บ้าน เราก็ดีใจไปด้วย ผมขอบคุณพวกเขาเสมอ เพราะพวกเขาช่วยดูแลคนอื่น ๆ ให้เรา” 

หลาย ‘สุริยา’ ใต้ฟ้าเดียวกัน

ใต้ฟ้าเดียวกันนี้ มีสุริยาอยู่หลายแห่ง

เมื่อพี่น้องรุ่นสองทั้ง 8 คนต่างแยกย้ายกันไปบริหารธุรกิจหีบศพของตัวเอง แม้หลายสาขาจะใช้ชื่อสุริยาเหมือนกัน แต่มีการแบ่งพื้นที่การดูแลลูกค้าหรือแบ่งตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อลดการทับซ้อนและแข่งขันโดยตรง เช่น สาขาคลองหลวงมีบริการดูแลงานต่างประเทศโดยเฉพาะ และการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ ในขณะที่สาขาอื่นเน้นให้บริการในเขตพื้นที่ของตน เช่น ร้านที่นนทบุรี คลองหลวง นพวงศ์ นครสวรรค์ นครปฐม

หากมีผลงานที่สร้างความประทับใจให้ผู้คนอย่างเป็นที่ประจักษ์ สุริยาทุกหนแห่งมักจะได้รับคำชื่นชมร่วมกัน แต่ในทางกลับกัน ลูกค้าอาจแยกไม่ออกว่าสุริยาใดมีใครเป็นผู้ดูแล อาจเกิดการบริการที่ทับซ้อนพื้นที่กันโดยไม่ตั้งใจหรือเกิดความรู้สึกของการแข่งขันกันระหว่างพี่น้อง

“สาเหตุที่ทุกสุริยายังไม่ได้อยู่ภายใต้ร่มเดียวกัน เพราะเราไม่ได้คุยเรื่องนี้กันแต่แรก ต่างคนต่างทำในพื้นที่ของตัวเอง จึงอาจมีเหตุที่ทำให้กระทบกระทั่งกันบ้างเพราะทำธุรกิจเดียวกัน แต่เราก็พยายามนัดหมายเพื่อหารือ แก้ปัญหา และช่วยเหลือกัน

“ผมคิดว่าเราต้องคุยกันเยอะ ๆ และอย่าให้เขาคิดไปเอง หากคนตีความอะไรไปเอง อาจสร้างความเข้าใจผิดที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย และบางครั้งเราก็ต้องอะลุ่มอล่วยให้กัน” หนุ่มเน้นย้ำว่าการที่พี่น้องได้พูดคุย ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันบ้าง จะช่วยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและคลี่คลายความเข้าใจผิดได้ 

“ผมถือคติที่เตี่ยสอนว่า ‘ยอมเป็นก็เย็นใจ’ ถ้าทะเลาะหรือแข่งขันกันเพื่อเอาชนะ เราอาจเสียพี่น้องไป และทำให้สุริยาหยุดอยู่กับที่แทนที่จะเติบโตไปได้ไกลกว่านี้”

เพื่อให้การบริหารธุรกิจเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น หนุ่มจึงเริ่มชักชวนกิจการบางสาขาของพี่น้องมาอยู่ร่วมกันภายใต้บริษัทเดียวกัน อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ในเชิงการบริหารงาน ใครที่เคยทำงานร่วมกับพี่น้องมาบ้างก็อาจเข้าใจว่าแต่ละคนมีสไตล์การทำงานไม่เหมือนกัน

ถึงอย่างนั้น หนุ่มก็ยังตั้งใจทำงานเพื่อภาพฝันที่วาดไว้

“ผมเชื่อว่าเราต้องทำตัวเองให้ดีและเติบโตก่อน หลังจากนั้นการรวมกันจะเป็นไปได้ง่ายขึ้น ผมเชื่อว่าอนาคตเราก้าวไปด้วยกันได้ ผมถือว่าเราเป็นพระอาทิตย์ดวงเดียวกันเสมอ”

เมื่อรุ่งอรุณมาถึง

ในวัย 54 ปี หนุ่มยังเต็มไปด้วยพลัง ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกเบาใจในการบริหารธุรกิจนี้มากขึ้น เพราะการสนับสนุนของภรรยา กุ้ง-กุลวรินทร์ จิรวันทนาวีณ์ ที่มีส่วนร่วมช่วยจัดการหลังบ้านของธุรกิจและการเข้ามาสานต่อของทายาทรุ่นที่ 3 เริ่มจากลูกสาวคนโตอย่างโบว์ที่เข้ามาทำงานเต็มตัวได้นานกว่า 3 ปีแล้ว ตั้งแต่เรียนจบเศรษฐศาสตร์ใหม่ ๆ แม้มีทางเลือกในชีวิตมากมาย 

“ไม่ได้คิดจะไปทำงานที่อื่นเลย เราเติบโตมากับเสียงคนตอกหีบในโรงงาน เห็นคุณพ่อทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก พอคุณพ่อเริ่มอายุมากขึ้น เราคิดว่าน่าจะช่วยต่อยอดได้”

“โบว์ว่าธุรกิจนี้ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์จริงเท่านั้น ไปอยู่ที่ห้องศพ เข้าใจว่าการฉีดศพ แต่งหน้าศพ การทำพิธีกรรมและการดูแลลูกค้าเป็นอย่างไร ความรู้เหล่านี้เรียนจากที่อื่นไม่ได้”

ทายาทธุรกิจหลายคนอาจกังวลเมื่อต้องทำงานกับครอบครัวและทีมงานที่เห็นเรามาตั้งแต่เด็ก โบว์ก็ไม่ต่างกัน แต่เธอก้าวข้ามความกังวลนั้นได้ด้วยการวางใจให้ถูกที่ถูกทาง

“ตอนเข้ามาทำใหม่ ๆ เราวางตัวไม่ถูกเหมือนกัน มีคนแนะนำว่าเราอายุแค่ 25 ปี ยังมีเวลาให้เรียนรู้อีกตั้งเยอะ วันนี้อาจจะยังไม่ได้เป็นผู้นำที่ดีหรือเก่งที่สุด แต่เรายังพัฒนาได้อีกมาก โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ให้โอกาส ทำให้ได้ลองสิ่งที่อยากทำไปพร้อมกับช่วยธุรกิจครอบครัว”

“โบว์ชอบศิลปะ เห็นว่าควรทำร้านดอกไม้ของตัวเองจริงจังก็ลงมือทำเลย แต่ปรากฏว่ามันยังไม่ใช่บริการที่ตอบโจทย์ ณ เวลานั้นอาจถือได้ว่าเป็นความล้มเหลวหนึ่ง แต่การได้ทดลองจากโอกาสที่คุณพ่อให้ทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจความเป็นสุริยาขึ้นมาก”

เมื่อได้ลงมือทำด้วยความคิดของตัวเอง โบว์จึงเติบโตและดูแลงานที่ใหญ่ขึ้นได้ รวมถึงการจัดการระบบภายใน เช่น งานบริหารบุคคลและงานบริการลูกค้าอย่างการอำนวยความสะดวกในพิธีศพที่มีมูลค่าหลักล้าน

“เมื่อก่อนผมเป็นคนดูแลลูกค้าเองเป็นหลัก แต่หลัง ๆ ปล่อยให้ลูกได้ทำหน้าที่นี้แล้ว ไม่ไปยุ่งเลย” คุณพ่อเอ่ยถึงลูกสาวด้วยรอยยิ้ม

“ผมอยากให้เขาได้ลองด้วยว่าเป็นงานที่เหมาะกับเขาไหม ปรากฏว่าเขาทำทุกอย่างให้ลูกค้าจนสนิทกัน และผมก็ได้รับคำชมว่าสอนลูกได้ดีมาก ซึ่งจริง ๆ ผมไม่ได้สอนอะไรหรอก เขาเป็นแบบนั้นของเขาเอง

“อาจเป็นเพราะเขาได้เห็นผมทำงานเหมือนตอนที่ผมเห็นเตี่ยทำ เราหิ้วกระเป๋าฉีดยารักษาศพ เดินตามดูว่าเตี่ยให้บริการลูกค้าอย่างไร ลูกก็เป็นแบบนั้นเลย ไม่ได้รังเกียจงานนี้ ผมเห็นแววตาเขาและสัมผัสได้ว่าเขามีความสุขได้ที่ช่วยคน” 

รวมถึงแบม ผู้เดินตามรอยพี่สาวมาไม่ห่าง หลังเรียนจบด้านกราฟิกดีไซน์จากนิวซีแลนด์ เธอเลือกเข้ามาทำงานในส่วนของ Siam Funeral ทันที เพื่อช่วยดูแลเรื่องการนำส่งศพระหว่างประเทศ 

“ตอนแรกผมไม่ได้คิดว่าแบมจะสนใจ แต่เขาอยากลองดู คุยกับทีมว่ายังไม่ต้องคาดหวัง เขาอาจจะไม่ชอบก็ได้ แต่ปรากฏว่าแบมมีความสุขที่ได้ช่วยพาคนกลับบ้านและได้ใช้ทักษะที่เขามี ผมรู้สึกถึงแสงสว่างที่เข้ามาเลย”

“แบมคิดว่างานนี้มีความหมายมากที่ได้ช่วยเหลือผู้คน แต่ตอนนี้ยังเพิ่งทำมาไม่ถึงปี คงต้องเรียนรู้อีกมากเลย” ลูกสาวคนกลางร่วมวงสนทนาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

เมื่อทั้งสองเข้ามาทำงานร่วมกับคุณพ่อ ทั้งคู่เริ่มพัฒนางานใหม่ ๆ 

เช่น การออกแบบหีบศพของ แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ ให้บ่งบอกถึงตัวตนอย่างให้เกียรติที่สุด

และการทำ Sunset Planner หรือคู่มือวางแผนวาระสุดท้ายของชีวิตล่วงหน้าสำหรับงาน Death Fest 2025 และคงได้เห็นการเดินทางก้าวใหม่ของสุริยา ฟิวเนอรัล ในเร็ววันนี้ 

ที่สำคัญ​ ทั้งคู่ไม่หลงลืมความฝันของคุณพ่อ พร้อมช่วยผลักดันให้เกิดขึ้นจริง

“ตอนงาน Death Fest 2025 สุริยานำหีบศพนับสิบไปจัดแสดงให้คนลองสัมผัสประสบการณ์ โบว์เป็นคนดูแลงานส่วนนี้ และบอกว่าอยากชวนทั้ง 8 บ้านมาร่วมจัดงานส่วนนี้ด้วยกัน ผมโอเคหรือเปล่า ตอนแรกผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้ไหม แต่ปรากฏว่าทุกคนมาร่วมมือกันเพื่องานนี้ เป็นเหมือนกับภาพที่ผมอยากเห็นเสมอมา”

ความหมายของงานต่อตัวเราและชีวิตผู้คน

“ทุกวันนี้ผมสบายใจแล้ว เห็นลูกทำงานและได้สนับสนุนเขาอยู่ด้านหลัง ผมเป็นคนช่างคิดช่างฝัน เล่าให้ลูกและทีมฟังเสมอว่าคิดอะไรบ้าง เราอยากให้งานบริการหลังความตายที่ทำมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล โชคดีที่เขาเห็นภาพเดียวกัน” หนุ่มเล่าถึงความรู้สึกข้างใน ในวันที่เขาเริ่มปรับบทบาทมาเป็นที่ปรึกษามากขึ้น

“มันไม่ได้เกิดจากที่ผมไปบังคับ แค่เริ่มจากการไม่ปิดกั้น เปิดโอกาสให้เขาได้ลอง แม้ว่าจะมีเรื่องที่ไม่เห็นด้วยก็ตาม เพราะถ้าเราปิดกั้น เขาจะไม่กล้าคิดไปให้ไกล แต่การทำธุรกิจต้องการคนที่กล้าคิด เมื่อเขาได้ลองและเห็นว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง เขาจะคิดไปต่อได้เอง ผมไม่ต้องหนักใจอะไรเลย

“ผมคิดว่าความศรัทธาในคนที่ทำงานด้วยกันเป็นเรื่องสำคัญ อย่าไปคิดว่าทำมาก่อนแล้วจะเก่งกว่า หรือต้องเป็นแบบที่เราทำเท่านั้นจึงจะสำเร็จ ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้ถูก ผิด หรือเป็นประโยชน์หรือเปล่า แต่เชื่อว่าเราควรให้พื้นที่คนได้ทำงาน เหมือนว่าวันหนึ่งเราจะไม่ได้อยู่ตรงนี้”

ทายาทรุ่นสองผู้มีประสบการณ์การทำงานเรื่องวาระสุดท้ายของชีวิตมาร่วม 30 ปี ตอบคำถามว่าทำไมเขาจึงไม่ยึดติดและกล้าปล่อยให้ลูก ๆ ทำงานอย่างเต็มที่ โดยที่รุ่นลูกไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระความฝันอันหนักอึ้ง แต่เป็นสิ่งที่อยากจะสืบสานต่อไป

“ตอนทำงานแรก ๆ โบว์กดดันมาก คงเหมือนสิ่งที่แบมและลูกหลานอีกหลายคนกำลังเผชิญอยู่ แต่พอได้บริหารงานร่วมกับคุณพ่อมากขึ้น นอกจากเข้าใจความฝันของคุณพ่อแล้ว เรายังเห็นว่าสุริยาสำหรับเราคืออะไร และเริ่มทำธุรกิจในแบบที่อยากให้เป็น โดยที่ยังตรงกับสิ่งที่คุณพ่อคิดไว้ในเรื่องการช่วยเหลือผู้คน เราจึงไม่ได้ทำงานด้วยความกดดันแล้ว

“เพราะเราเห็นภาพว่าธุรกิจนี้สำหรับเราคืออะไร และมีความหมายอย่างไรต่อตัวเราและชีวิตผู้คน”

Website : www.suriya.co.th

Writers

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

นวพล วิริยะกุลกิจ

ผู้อำนวยการสถาบัน Family Business Asia ที่ภาคภูมิใจในการเป็นส่วนเล็ก ๆ ของการสร้างความสุขที่ยิ่งใหญ่ในครอบครัว

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน