14 มกราคม 2026
119

‘เจดีย์ชเวดากอง’ ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมียนมา เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่เชื่อมโยงทั้งพุทธประวัติ ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และการเมืองเข้าด้วยกันในที่เดียว 

ชื่อ ‘ชเวดากอง’ มาจากคำว่า ‘ชเว’ ที่แปลว่าทองคำ และ ‘ดากอง’ ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง มีนักวิชาการบางสายเสนอรากศัพท์ว่าอาจโยงไปถึงชื่อเมืองในภาษาบาลีอย่าง ‘ติกุมพนคร’ ก่อนจะเพี้ยนเสียงผ่านภาษามอญและพม่า จนกลายเป็นชื่อที่เราคุ้นกันในปัจจุบัน

ตามตำนานและคติความเชื่อ เจดีย์ชเวดากองเป็นสถานที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า 8 เส้น ได้มาจากพ่อค้าสองพี่น้อง ตปุสสะ และ ภัลลิกะ ในตอนราชายตนะของพุทธประวัติ และยังเชื่อว่าภายในเนินเขาสิงคุตตระแห่งนี้ มีพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องใช้ของพระอดีตพุทธเจ้าอีก 3 พระองค์ ทำให้ชเวดากองเป็นเจดีย์ที่เชื่อมโยงพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์ในคติเดียวกัน

ในเชิงศิลปกรรม ชเวดากองเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ที่สะท้อนศิลปะมอญอย่างชัดเจน ตั้งแต่ฐานที่ผายออก องค์ระฆังที่ต่อเนื่องขึ้นไปโดยไม่มีบัลลังก์คั่น ไปจนถึงยอดฉัตร ปลี และเครื่องประดับที่เต็มไปด้วยความหมายทางศาสนา รูปแบบเหล่านี้ทำให้ชเวดากองแตกต่างจากเจดีย์พม่าแท้ กลายเป็นต้นแบบของเจดีย์อีกหลายแห่งในภูมิภาค รวมถึงในประเทศไทย

ตลอดประวัติศาสตร์ ชเวดากองได้รับการอุปถัมภ์จากกษัตริย์หลายยุค ตั้งแต่การถวายทองคำเท่าน้ำหนักพระวรกายโดย พระนางชินสอบู กษัตริย์หญิงแห่งราชวงศ์มอญที่ถวายทองคำหนักเท่าพระวรกาย และนำไปหุ้มองค์เจดีย์ชเวดากอง ก่อนที่ขนบนี้จะถูกสืบต่อโดยกษัตริย์รุ่นหลัง จนทำให้ชเวดากองกลายเป็นเจดีย์ทองคำอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ไปจนถึงการถวายอัญมณีและเครื่องราชกกุธภัณฑ์เพื่อประดับยอดฉัตร จนทำให้เจดีย์องค์นี้มีขนาดและรูปแบบอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ชเวดากองยังเป็นพื้นที่ทางการเมืองที่สำคัญ ตั้งแต่ยุคอาณานิคมอังกฤษที่เคยใช้เป็นค่ายทหาร เพราะเชื่อว่าชาวพม่าจะไม่กล้ายิงขึ้นมายังเจดีย์ ไปจนถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมและการเคลื่อนไหวทางสังคมหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์ 8888 และการเรียกร้องประชาธิปไตยในเวลาต่อมา

สำหรับคนไทย ชเวดากองยังมีความหมายในฐานะ ‘พระธาตุประจำปีมะเมีย’ ตามคติพระธาตุประจำปีเกิดแบบล้านนา สะท้อนความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม การเมือง และความเชื่อระหว่างพม่า ล้านนา และดินแดนแถบนี้มาอย่างยาวนาน

เจดีย์ชเวดากองจึงไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับการไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องศรัทธา อำนาจ และตัวตนของผู้คนในภูมิภาคนี้ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนนี้กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และแขกรับเชิญพิเศษ ดร.สุระ พิริยะสงวนพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญศิลปะพม่า และอาจารย์ประจำสาขาพุทธศิลป์ศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ผู้เขียนหนังสือ พระพุทธรูปศิลปะพม่า รูปแบบและพัฒนาการ ตั้งแต่สมัยพุกาม – หลังมัณฑเล

ดำเนินรายการ ดร.ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล
แขกรับเชิญ ดร.สุระ พิริยะสงวนพงศ์
กำกับ ศวิตา ศีลตระกูล
ครีเอทีฟ กุลจิรา มุทขอนแก่น
ถ่ายภาพ ทรัพย์ทวี สมีแจ้ง, คฑาวุฒิ เผือกสอาด, ชนกพัดชา สินอาษา
ตัดต่อ จารุภา ควนปัญญา
ควบคุมการผลิต ชนกพัดชา สินอาษา
นักศึกษาฝึกงาน สุชานันท์ จินดาจำรูญ

Host

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ