25 มีนาคม 2026
70

เวลาเดินเข้าวัด หลายคนอาจเดินเข้าพระอุโบสถหลังใหญ่ ชมพระประธานองค์สำคัญ หรือชมจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรตระการตา แต่รายการอารามบอยตอนนี้ อยากชวนให้ลองสังเกตรูปปั้นสัตว์เฝ้าบันไดโบสถ์ที่มีรูปร่างอ้วนกลม ตากว้าง บางตัวตาจุด ปากยิ้มแฉ่ง ดูน่ารักและนุ่มนิ่มคล้ายก้อนขนมมากกว่าสัตว์สยองขวัญในตำนานหรือสัตว์จากป่าหิมพานต์ ตามวัดในภาคเหนือหรือภาคอีสาน นั่นคือผลงานศิลปะพื้นถิ่นที่ชาวเน็ตยุคนี้พร้อมใจกันตั้งฉายาให้ว่า ‘หิมพานต์มาร์ชเมลโล่’ ปรากฏการณ์ไวรัลที่เปลี่ยนภาพจำของวัดไทยให้เข้าถึงง่ายและป๊อปยิ่งขึ้น

รูปสัตว์ที่ประดับวัดวาอารามเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคอินเทอร์เน็ต หากมีประวัติย้อนไปไกลกว่านั้นมากตั้งแต่สมัยทวารวดี ทั้งสัตว์จริงและสัตว์ในจินตนาการที่ทำหน้าที่เป็นทวารบาลหรือประดับเจดีย์เพื่อให้สอดคล้องกับคติจักรวาลวิทยา เมื่อก้าวเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 3 สยามได้นำเข้า ‘ตุ๊กตาอับเฉา’ หรือตุ๊กตาศิลาจากจีนเข้ามาประดับวัดอย่างแพร่หลาย ก่อนที่ในสมัยรัชกาลที่ 4 จะเริ่มรับอิทธิพลตะวันตกที่เน้นแนวคิดสัจนิยม ทำให้รูปปั้นสัตว์อย่างช้าง ม้า หรือสิงห์ มีความสมจริงตามธรรมชาติมากขึ้น

ทว่าในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวง ศิลปะกลับเติบโตในอีกทิศทางหนึ่ง ในขณะที่งานช่างหลวงเน้นความวิจิตรบรรจงและแบบแผนที่ชัดเจน เช่น สไตล์พระราชนิยมจากพระราชสำนัก แต่งานช่างชาวบ้านกลับเต็มไปด้วยอิสระและความคิดสร้างสรรค์ ช่างท้องถิ่นหรือพระภิกษุสร้างสรรค์ผลงานด้วยวัสดุเท่าที่หาได้ในพื้นที่ อาศัยจินตนาการและความศรัทธาเป็นที่ตั้ง เกิดเป็นการตัดทอนรายละเอียดที่ซับซ้อนออกไป เหลือเพียงรูปทรงที่เรียบง่าย ซื่อตรง และมีบุคลิกเฉพาะตัว กลายมาเป็นเสน่ห์ที่โดนใจคนยุคนี้

เมื่อโลกออนไลน์เข้ามา แฮชแท็ก #หิมพานต์มาร์ชเมลโล่ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่ให้หันกลับมาสำรวจวัดในมุมมองที่ต่างออกไป ภาพถ่ายรูปปั้นหน้าตาตลกแต่น่ารักถูกแชร์ต่อจนกลายเป็นมีม สติกเกอร์ ต่อยอดไปสู่งานศิลปะร่วมสมัย และถูกชุบชีวิตให้กลายเป็นอาร์ตทอย (Art Toy) สุดฮิต โดย โม่-คมกฤษ เทพเทียน แห่ง MOTMO Studio ที่ดึงคาแรกเตอร์ดีไซน์มาผสมผสาน จนทำให้ศิลปะแขนงนี้เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง

ปรากฏการณ์นี้คือภาพสะท้อนของคำว่า Soft Power ที่จับต้องได้จริง เพราะความนิยมในอาร์ตทอยไม่ได้หยุดอยู่แค่การสะสม แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนเดินทางไปตามรอยรูปปั้นต้นฉบับถึงวัดในพื้นที่ห่างไกล ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่น พิสูจน์ให้เห็นว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องสวยงามตามมาตรฐานเดียว ความสร้างสรรค์ของช่างชาวบ้านยังคงทำหน้าที่ดั้งเดิมในการดูแลศาสนสถาน พร้อมกับสร้างมูลค่าใหม่ให้ชุมชน

ติดตามบทสนทนาทั้งหมดและจุดเริ่มต้นของคอลเลกชันอาร์ตทอยสุดน่ารักนี้ได้ในรายการอารามบอย กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ โม่-คมกฤษ เทพเทียน ศิลปินและเจ้าของ MOTMO Studio 

เรื่องราวความสนุกและเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและศิลปะพื้นถิ่นเหล่านี้รวบรวมและขยายต่ออยู่หนังสือ วัดดูยูมีน ผลงานของ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ที่รวบรวมเสน่ห์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นจากการลงพื้นที่จริง เปิดพรีออร์เดอร์แล้วที่นี่

ตามไปพบ ดร.ต้า ได้ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่บูทสำนักพิมพ์ Avocado Books 

ส่วนผลงานกาชาปองหิมพานต์มาร์ชเมลโล่ชุดล่าสุดจาก MOTMO Studio ตามไปชมและสะสมได้ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, Museum Siam และ River City Bangkok ชั้น 3 ร้าน RCB Bookstore 

ดำเนินรายการ ดร.ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล
แขกรับเชิญ คมกฤษ เทพเทียน
กำกับ เมธี สมานทอง
ครีเอทีฟ กุลจิรา มุทขอนแก่น
ถ่ายภาพ เมธี สมานทอง, ทรัพย์ทวี สมีแจ้ง
ตัดต่อ จารุภา ควนปัญญา
ควบคุมการผลิต ชนกพัดชา สินอาษา
นักศึกษาฝึกงาน ทิพย์นารี โถทอง, ชรันธร แก้วไพรฑูรย์

Host

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ