28 พฤศจิกายน 2024
2 K

หากดูเผิน ๆ ตู้รับบริจาคขวดพลาสติกที่เราเห็นในเซ็นทรัลอาจดูเหมือนจุดรับขยะรีไซเคิลทั่วไป

แต่สิ่งที่ทำให้ตู้นี้แตกต่างคือปลายทางของขวดเหล่านั้น ซึ่งนอกจากจะได้เข้าสู่กระบวนการชุบชีวิตใหม่ ไม่ต้องกลายเป็นขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อมแล้ว ขวดเหล่านี้ยังช่วยสร้างอาชีพให้ชุมชนและกลุ่มผู้เปราะบางในคุ้งบางกะเจ้าด้วย 

นี่คือโครงการ ‘ขวดเปล่า ไม่สูญเปล่า’ ซึ่งทาง ‘เซ็นทรัล ทำ’ ได้ร่วมกับวัดจากแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้โครงการ OUR Khung BangKachao ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นผู้กำกับดูแล มุ่งพัฒนาคุ้งบางกะเจ้าใน 6 ด้าน ได้แก่ การรักษาพื้นที่สีเขียว แหล่งน้ำสะอาด การจัดการขยะ การท่องเที่ยว การสร้างอาชีพ และการศึกษา โดยในส่วนของเซ็นทรัล ทำ มุ่งเน้นที่การสร้างอาชีพ โดยช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน

การรีไซเคิลที่จับต้องได้

บางคนอาจสงสัยว่า ขวดพลาสติก PET มีร้านรับซื้ออยู่ทั่วไป ทำไมเซ็นทรัล ทำ จึงเลือกส่งให้วัดจากแดง 

การจะตอบคำถามนี้ เราต้องย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อนหน้า ในวันที่วัดจากแดงยังไม่ได้เป็นศูนย์เรียนรู้การแยกขยะครบวงจรอย่างทุกวันนี้

“ข้อวัตรปฏิบัติอย่างหนึ่งของพระ คือเสนาสนวัตร คือปัดกวาดกุฏิ ทำความสะอาดบริเวณวัด ช่วงแรกเศษใบไม้กิ่งไม้ที่ปัดกวาดมาก็จะใช้วิธีเผาซึ่งเกิดมลพิษ ทางวัดจึงเปลี่ยนมาหมักปุ๋ย ต่อมาคือถุงแกงที่ได้จากการบิณฑบาต เดิมทีใช้วิธีเผา ซึ่งก่อมลพิษเหมือนกัน จึงมีการประชุมปรึกษากันในวัด แล้วมีพระรูปหนึ่งเล่าถึงเทคโนโลยีหลอมพลาสติกให้เป็นน้ำมัน”

พระราชวัชรบัณฑิต (ประนอม ธมฺมาลงฺกาโร) เจ้าอาวาสวัดจากแดง เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่มาทำเรื่องการแยกขยะ โดยช่วงแรกเริ่มจากเครื่องแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ย และเครื่องหลอมพลาสติกเป็นน้ำมันในกระบวนการ Pyrolysis 

แต่ทางวัดไม่ได้หยุดแค่กำจัดขยะที่เกิดขึ้นในวัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขยะจากแม่น้ำที่มาเกยตื้นหลังวัด ไปจนถึงประดิษฐ์ทุ่นดักขยะ DIY เพื่อดักขยะที่ลอยตามน้ำมาคัดแยก ซึ่งพระประนอมจะหาทางใช้ประโยชน์จากขยะแทบทุกชนิด

และสิ่งที่ทำให้วัดนี้โด่งดัง คือโครงการเปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นจีวร โดยรวมรวมขวดพลาสติก PET ใสมาแยกฉลาก บีบอัด ส่งโรงงานเพื่อแปรรูปเป็นเส้นใย แล้วส่งกลับมาที่วัดในรูปแบบผืนผ้าที่ย้อมสีเรียบร้อยแล้ว และทางชุมชนก็จะเป็นผู้ตัดเย็บ 

“ในสมัยพุทธกาล ผ้าบังสุกุลจีวรคือผ้าที่เก็บจากกองขยะหรือผ้าห่อศพมาซักและย้อมสี อาตมาก็มองว่าขวดน้ำที่คนทิ้งเป็นขยะก็น่าจะนำมาทำเป็นผ้าบังสุกุลจีวรได้”

แต่ความโด่งดังที่เกิดขึ้นก็นำมาสู่ปัญหาใหม่อย่างหนึ่ง นั่นคือการที่ชาวบ้านพูดต่อ ๆ กันแค่ว่า วัดจากแดงรับขยะ ทางวัดจึงได้รับถุงดำจำนวนมากมาทิ้งไว้ ซึ่งภายในมีขยะแทบทุกประเภทปะปนกัน โดยเฉพาะขยะเศษอาหารที่กำลังบูดเน่า 

“ทางวัดก็ต้องยกทีมไปลงชุมชน เพื่อแก้ไขความเข้าใจใหม่ว่าเราไม่ได้รับขยะ แต่อยากให้แยกขยะ แล้วพาลงมือทำ มีการนำถังเปล่าไปให้ตามบ้านเพื่อใส่เศษอาหาร แล้วทางวัดจะมีรถไฟฟ้าวิ่งรับ” 

แต่การสอนให้รู้วิธีแยกก็เรื่องหนึ่ง การทำให้พวกเขายอมลงมือแยกคืออีกเรื่อง

“หนึ่ง คือชี้ให้เห็นโทษ อย่างเช่นบ่อขยะแพรกษาที่ไม่ไกลจากที่นี่เป็นแหล่งก๊าซมีเทน พอขยะสะสมมาก ๆ ก็เกิดปัญหาไฟไหม้หรือปัญหาคนเก็บขยะโดนเข็มฉีดยาเบาหวานทิ่มมือ เศษแก้วบาด สอง คือชี้ให้เห็นประโยชน์ชัด ๆ เช่น ถ้าแยกขยะเศษอาหารก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ย แถมถังขยะหน้าบ้านก็ไม่เหม็น ส่วนขยะอื่น ๆ ที่แยกสะอาดแล้วก็ต้องทำให้เขาเห็นคุณค่า” 

สำหรับชุมชนแล้ว การบอกว่าขวดเหล่านี้รีไซเคิลได้มีพลังไม่เท่ากับการทำให้เขาได้เห็นผลิตภัณฑ์จากการรีไซเคิลในรูปแบบที่จับต้องได้ เช่น ขวดแปลงมาเป็นจีวร ผ้าห่ม เสื้อผ้า 

“ขวดพลาสติก 1 กิโลกรัม ถ้าขายให้ร้านรับซื้อของเก่าอาจได้ 6 บาท แต่ถ้ามาทำเป็นผ้าห่ม 1 กิโลกรัมได้มากกว่า 1 ผืน ขายได้ผืนละ 100 กว่าบาท เรียกว่าทำสิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากขยะราคาน้อยก็มีราคามาก เมื่อเขาเห็นคุณค่า เขาก็จะยิ่งอยากแยกขยะ”

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่ทางวัดยังมีอยู่ก็คือตลาด เมื่อช่องทางสร้างรายได้ยังจำกัด การจ้างงานชุมชนในเรื่องการคัดแยกขยะภายในวัดและงานตัดเย็บหรืออัปไซเคิลขยะก็ยังทำได้จำกัด 

และจุดนี้เองที่เซ็นทรัล ทำ เข้ามาช่วยเหลือเติมเต็มได้

ปลายทางเสริมพลังต้นทาง

ด้วยจุดแข็งของธุรกิจห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าที่เชื่อมต่อกับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้บริโภคนำขยะขวดพลาสติกมารีไซเคิลได้อย่างสะดวกสบาย และสินค้าอัปไซเคิลต่าง ๆ ของทางวัดจึงมีโอกาสขายได้มากขึ้น โดยมีร้าน Good Goods เป็นหนึ่งในช่องทางจัดจำหน่าย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่วางขายก็มีตั้งแต่กระเป๋าจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากชุมชนบางกะเจ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ เช่น น้ำตาลจาก น้ำมันหอมระเหยที่ผลิตจากดอกไม้หลายชนิด 

และล่าสุด ทางเซ็นทรัล ทำ ได้มอบเครื่องหลอมฝาขวดน้ำพลาสติกพร้อมแม่พิมพ์ให้ทางวัดเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ โดยผลิตภัณฑ์แรกคือไม้แขวนเสื้อ ซึ่งมีจุดเด่นที่การผสมผสานสีสันสไตล์งานคราฟต์ที่ไม่มีชิ้นไหนมีลวดลายเหมือนกันเลย

“วัดมีไอเดีย มีใจ มีแรง แต่ไม่มีงบประมาณ ก็ได้บริษัทเอกชนเข้ามาสนับสนุน เช่น ช่วงโควิดที่ชุด PPE ขาดแคลน อาตมามองว่าขวดพลาสติกมาทำเป็นชุด PPE ได้นะ ซึ่งก็ได้ทางเซ็นทรัลสั่งซื้อชุด PPE 10,000 ชุดไปแจกบุคลากรทางการแพทย์ หรือทางวัดมีไอเดียแปรรูปโฟมเป็นอิฐตัวหนอนและกระถางต้นไม้ ทางเซ็นทรัลก็สั่งอิฐและกระถางนี้ไปใช้งาน”

นอกจากนั้น ในช่วงที่พื้นที่ภาคเหนือประสบภัยหนาว ทางเซ็นทรัล ทำ ได้สั่งผลิตผ้าห่มจากเส้นใยขวดพลาสติกเพื่อนำไปบริจาค รวมถึงพื้นที่ประสบอุบัติภัยแผ่นดินไหวที่ตุรกี ซึ่งประโยชน์ 3 ต่อจากการสั่งผ้าห่มด้วยวิธีนี้ คือหนึ่ง ลดใช้ทรัพยากรใหม่ในการผลิตผ้าห่ม สอง ทำให้ขยะพลาสติกได้ชุบชีวิตใหม่ และสาม สร้างรายได้ให้ชุมชนในงานตัดเย็บ ซึ่งโครงการนี้ก็ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่ 4 แล้วใน พ.ศ. 2567

“ชุมชนที่มาทำงานเหล่านี้เดิมทีมีอาชีพรับจ้างทั่วไปที่รายได้ไม่แน่ไม่นอน บางช่วงไม่มีใครจ้าง ก็ได้แต่นั่งรองาน แต่พอมีงานเหล่านี้เข้ามา พวกเขาก็มีรายได้ต่อเนื่องทุกวัน หรือคนพิการ ชาวบ้านที่ไม่มีงานทำก็มาทำงานที่วัดจากแดงได้”

Every Piece Matters 

ภาพจิ๊กซอว์จะสมบูรณ์ได้ต้องอาศัยทุกชิ้นส่วนประกอบกัน สังคมและสิ่งแวดล้อมจะดีขึ้นได้ก็ต้องอาศัยทุกภาคส่วนประกอบกันเช่นกัน นับตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคลที่ช่วยกันแยกขยะ องค์กรไม่แสวงผลกำไรหรือวัดที่ทำงานให้ความรู้และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และบริษัทเอกชนที่เข้ามาช่วยสนับสนุนเติมเต็มส่วนที่ขาด ซึ่งแต่ละบริษัทอาจมีจุดเด่นที่จะช่วยให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นได้ด้วยวิธีที่ต่างกัน 

ภาคส่วนหนึ่งอาจทำทุกอย่างไม่ได้ แต่ถ้าทุกภาคส่วนประกอบกัน ปัญหาใหญ่ ๆ ก็จะถูกแก้ได้ เช่นเดียวกับเรื่องราวของคุ้งบางกะเจ้าและวัดจากแดง

Writer

เมธิรา เกษมสันต์

นักเขียนอิสระ เจ้าของเพจ ‘Nature Toon การ์ตูนสื่อความหมายธรรมชาติ’ สนใจเรื่องธรรมชาติ ระบบนิเวศ สรรพสัตว์ โลกใต้ทะเล และการใช้ชีวิตแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีผลงานหนังสือแล้ว 2 ชุด คือ ‘สายใยที่มองไม่เห็น’ และ ‘สายใยใต้สมุทร’

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์