23 สิงหาคม 2023
2 K
Copy Link

ตรู๊ดดดดดดดดดดดด…

“Phonelink 152 สวัสดีค่ะ ขอทราบหมายเลขที่ต้องการส่ง”

“เบอร์ XXXXXX ครับ”

“ข้อความค่ะ”

“คิดถึงเธอเพียงใด เธอไม่รู้” โอเปอเรเตอร์ทวนประโยคระหว่างพิมพ์ตาม

“ลองคิดดู เอาสองคูณ เอาศูนย์หาร”

“มีผลลัพธ์คือความรักตลอดกาล”

“นานเท่านานยังไม่คลายหายรักเธอ จากคนที่คิดถึงครับ” โอเปอเรเตอร์หัวเราะ

ต่อ-คุ้มพัฒน์ พลาเวชกิจ เนิร์ดมือถือผู้สะสมเฉพาะรุ่นที่เคยใช้ตั้งแต่ยุค 80-2000 ได้พันกว่าเครื่อง
ต่อ-คุ้มพัฒน์ พลาเวชกิจ

เจ้าของบ้านบอกเราว่า โอเปอเรเตอร์เลเวลสูงระดับผู้เชี่ยวชาญจะไม่ส่งเสียงหัวเราะแม้แต่นิดเดียว แต่ถ้าคุณเจอโอเปอเรเตอร์ที่เก็บอาการไม่อยู่ มีความเป็นไปได้สูงว่าเพิ่งมาใหม่จึงยังไม่มีวิชา

ว่าแต่มีใครคุ้นเคยกับบทสนทนานี้บ้างไหม ถ้าคุณยิ้มตามหรือคิดถึงประสบการณ์ส่วนตัวอยู่ นั่นแปลว่า คุณไม่เด็กแล้ว! 

ยินดีต้อนรับวัยรุ่น 80s – 90s สู่ตู้โชว์เครื่องมือสื่อสารอายุอานามเท่าลูกหลานของ ต่อ-คุ้มพัฒน์ พลาเวชกิจ ชายผู้ปฏิเสธการอ่านนิตยสารฟุตบอล แต่อ่านนิตยสาร What Phone Magazine ชายผู้ปฏิเสธการสะสมกางเกงยีน กระเป๋า และรองเท้า แต่สะสมเพจเจอร์และมือถือ

เขาคืออดีตเจ้าของร้านโทรศัพท์ผู้เปลี่ยนมือถือทุก 3 เดือน สะสมปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์กว่า 1,000 เครื่อง เคยนั่งรถไฟนานสุด 16 ชั่วโมง เพื่อมาซื้อมือถือรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ และใช้ ‘ความบ้า’ รวบรวมจนครบทุกรุ่นที่ตัวเองเคยใช้ภายในเวลา 4 ปี มีทุกยี่ห้อ ตั้งแต่เจ้าตลาดจนถึงลูกเมียน้อย 

ไหนใครเคยใช้รุ่นไหนบ้าง มาโชว์ให้เด็กดูหน่อย!

ย้อนกลับไปยุคคลาสสิก เรียก ‘วิทยุติดตามตัว’ อาจไม่คุ้นหูสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเรียก ‘เพจเจอร์’ ต้องรู้จักแน่ เพจเจอร์คือหนึ่งในเทคโนโลยีที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เช่นเดียวกับ ‘PCT’ โทรศัพท์บ้านเคลื่อนที่ (ใช้เบอร์เดียวกับเบอร์บ้าน) หน้าตาเหมือนมือถือทั่วไป แต่หากเด็กยุคใหม่มาเห็นก็คงไม่รู้ความแตกต่าง และคงไม่เคยเผชิญประสบการณ์ทดสอบความพยายาม ถ้าเดินหาสัญญาณเจอแล้วห้ามก้าวเท้าเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสัญญาณหลุด!

เจ้าของห้องเดินผ่านโซน PCT ไปเปิดตู้เพจเจอร์ที่สะสมไว้ครบทุกบริษัทซึ่งเคยเปิดให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2520 น่าเสียดายว่าเพจเจอร์ครองตำแหน่ง ‘ของต้องมี’ ของวัยรุ่น 90s เพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2530 – 2540 โดย PACLINK ภายใต้แบรนด์ Motorola คือเจ้าแรกที่เข้ามาทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย

“อันนี้ของบริษัท Phonelink ราคาตอนนั้นประมาณ 3,900 บาท” เขาหยิบเพจเจอร์ที่ใช้เองขึ้นมาให้ดู ด้านหลังมีรอยสีเทียนระบายอัดเอาไว้ตามชื่อบริษัทผู้ผลิต บางอันมีชื่อเจ้าของเก่าเขียนอยู่ บางอันมีสติกเกอร์น่ารัก และบางอันก็มีภาพใบหน้าเจ้าของเก่าแปะอยู่

“ผมว่าการสื่อสารสมัยก่อนเป็นอะไรที่โคตรคลาสสิก เป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอย ต้องพกเหรียญใส่กระเป๋า โทรหาโอเปอเรเตอร์ที่เป็นใครก็ไม่รู้ แต่ต้องมาฟังคนบอกรักกัน (หัวเราะ) แล้วสมัยนั้นเพจเจอร์จะมากับสมุดกลอน ทุกวันนี้ผมยังเก็บไว้อยู่ เห็นทีไรก็นึกถึงตอนโทรไปส่งข้อความถึงแฟนแล้วพูดกลอนเลี่ยน ๆ เราพูดเราก็อาย โอเปอเรเตอร์ก็เขิน” เขาหัวเราะ

“ตัวนี้คือ Hutchison Pagephone จากค่าย Motorola เพจเจอร์รุ่นที่หายากที่สุด เครื่องนี้พวกนักธุรกิจใช้กัน เพราะมันดูราคาทองคำและตลาดหุ้นได้”

ต่อบอกว่าสมัยนี้หาซื้อเพจเจอร์มาเก็บยากมาก เช่นเดียวกับโทรศัพท์ในความทรงจำหลากหลายแบบ แม้จะไปเดินตามตลาดขายของเก่าก็มีไม่เยอะแล้ว อย่างไรก็ตาม เขายังคงมองหาเครื่องมือสื่อสารเข้าบ้านอยู่เรื่อย ๆ เพราะสิ่งนี้เป็นแพสชันที่ค้นพบหลังเคยเก็บสะสมสิ่งของมาหลายอย่าง แต่สุดท้ายทั้งหมดนั้นก็ ‘ไม่ใช่’

เขาตกหลุมรักโทรศัพท์เก่าเข้าอย่างจังขณะเดินเล่นที่ตลาดปัฐวิกรณ์ สายตาของเขาพุ่งไปยังตู้ชั้นล่างสุด ซึ่งภายในมีขุมทรัพย์ล้ำค่าหลับใหลอยู่ หลังจากนั้น ต่อเริ่มต้นสะสมอย่างจริงจัง ถึงขั้นใน 1 สัปดาห์ใช้เวลาเดินหามือถือเก่าไปแล้ว 4 – 5 วัน

ด้วยแพสชันที่แรงกล้าและ ‘ความบ้า’ เขาใช้เวลา 4 ปี ในการเก็บครบทุกรุ่นที่อยากได้

“บางเครื่องอายุเกิน 2 ทศวรรษแล้ว ส่วนใหญ่ผ่านการใช้มาก็ต้องมีรอย พังบ้าง แตกบ้าง สภาพดีก็มี แต่หายาก ถ้ามาสภาพไม่ดี ผมก็ปั้นเอง เขาเรียกสายบิวต์ เอาส่วนอะไหล่ที่ดีมาต่อกัน ส่วนใหญ่ 3 เครื่องจะปั้นได้ 1 ตัว ผมชอบเก็บของสวย และจะภูมิใจมากถ้าปั้นแล้วมันยังใช้ได้ด้วย”

ยังมีอีก 200 – 300 เครื่องที่รอเขาหยิบออกมาปั้นต่อ

มือถือเครื่องเก่าในตู้คือไทม์แมชชีนชั้นดี ต่อย้อนความทรงจำไปสมัยซื้อมือถือใช้เองเครื่องแรก รุ่น Philip Twist ซึ่งเก็บเงินซื้อด้วยตัวเองในราคา 7,900 บาท เจ้าของบอกว่า ถึงจะหน้าตาตลก แต่ในวัยนั้นมีเพียงความตื่นเต้นที่ได้มีเบอร์โทรศัพท์เป็นของตัวเอง “หลัก ๆ คือผมอยากเท่” เขาเล่าด้วยรอยยิ้ม

บนชั้นสั่งทำพิเศษเพื่อโชว์ของสะสมโดยเฉพาะ เขาคว้า Motorola DynaTAC ลงมาให้เราดู นี่คือเครื่องมือสื่อสารอายุมากกว่า 30 ปี หนาจนมีคนตั้งฉายาให้ว่า ‘กระติกน้ำ’ และ ‘กระดูกหมา’ ถือเป็นมือถือรุ่นแรกของโลกที่ Motorola ผลิตขึ้นมาขาย และเป็นรุ่นแรกที่เข้ามาขายในไทย

Motorola DynaTAC

หลังจากที่โทรศัพท์เข้ามาแทนเพจเจอร์ในช่วง พ.ศ. 2544 เขาเรียงไทม์ไลน์จากรูปลักษณ์และฟังก์ชันให้ฟัง โดยแรกเริ่มจะเน้นการใช้งานเป็นหลัก เดิมมีเพียงการโทรเข้า-โทรออกเท่านั้น แต่ก็ไม่ต้องเดินเอียง เพราะหนักเหรียญแถมยังต้องไปต่อแถวยาว ๆ อีกต่อไป

“รุ่นแรก ๆ ยังมาแบบหน้าจอขาวดำ เครื่องหนา มีเสาอากาศ น้ำหนักพอสมควร จนตอนหลังบริษัทเริ่มแข่งขันกันพัฒนาให้เครื่องมีขนาดเล็กขึ้น บางขึ้น น้ำหนักเบาขึ้น และเก็บเสาอากาศเข้าไปในเครื่อง เปลี่ยนมาเป็นฝาพับ อย่าง Motorola StarTAC คือฝาพับรุ่นบุกเบิกและเป็นต้นแบบของรุ่นถัดมา”

ในยุคที่เก็บเสาแล้ว ไม่พูดถึง Nokia Series 8 รุ่น 8850 ก็คงไม่ได้ เพราะนี่คือรุ่นสุดหล่อโคตรหรู สำหรับต่อ ความเท่นี้ถึงกับทำให้เขาเก็บเงินหลักหมื่นเพื่อให้ได้มาครอบครอง

Philip Twist
Nokia Series 8 รุ่น 8850

ต่อถามว่าเรารู้จักเกมงูไหม เพราะถ้าคุยเรื่องมือถือเก่าจะไม่พูดถึงเกมงูก็ไม่ได้ ในอดีตเคยมีปรากฏการณ์ที่ทำให้คนเล่นเกมงูกันทั้งบ้านทั้งเมืองมาแล้ว ต่อเล่าว่าเกมนี้มาจาก Nokia รุ่น 3210 แต่รู้จักเป็นวงกว้างในรุ่น 3310 เป็นต้นมา นอกจากนี้คำว่า ‘อึด ถึก ทน ตกไม่แตก ปาหัวหมาแตก’ ก็หมายถึงรุ่นนี้นี่แหละ

อีกสิ่งที่เจ้าของห้องนำออกมาให้ชมคือ หน้ากาก Xpress-on Fun Shell Nokia 3220 แกดเจ็ตสุดหายากที่เขาได้มาครอบครองถึง 2 ชุด ทั้งยังเป็น New Old Stock ที่นักสะสมล้วนตามหา ต่อบอกว่านี่คืออุปกรณ์เสริมที่แพงที่สุดของโนเกีย ราคาในสมัยนั้นเกือบ 2,000 บาท ใช้ Air Message ได้โดยใช้คู่กับ Nokia รุ่น 3220 ซึ่งมีไฟดิสโก้

Nokia รุ่น 3210
หน้ากาก Xpress-on Fun Shell Nokia 3220

จากยุคขาวดำ เทคโนโลยีก็นำสีสันเข้ามาแต่งแต้ม Sony Ericsson คือโทรศัพท์รุ่นแรกที่เป็นจอสี เริ่มต้นจาก 256 สี และพัฒนาเรื่อยมาจนมีมากกว่า 400,000 สี พร้อมความละเอียดจอที่มากขึ้น ส่งข้อความเป็นภาพได้ เรียกว่า MMS (Multi Media Message) แถมยังเริ่มเข้าสู่ช่วงโหลดแอปพลิเคชันด้วยระบบปฏิบัติการซิมเบียน (Symbian) เช่น ใน Nokia รุ่น 6600 หรือที่คุ้นกันในฉายา ‘อ้วนดำ’ นั้นเอง

Nokia รุ่น 6600

“ตอนเรียนจบใหม่ ผมเคยฝันอยากเป็นเซลส์ขายมือถือ ซึ่งตรงกับช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งพอดี งานสายเศรษฐศาสตร์ที่เรียนมาหายาก หลายอาชีพผันตัวไปเป็นเซลส์ ตอนผมไปสมัครงาน คนสัมภาษณ์ยังตกใจ เพราะความรู้ของผมแน่นมาก แค่เสียงเรียกเข้าก็บอกได้ทันทีว่ารุ่นไหน เสียดายที่ผมไม่มีรถเลยเป็นเซลส์โชว์รูมซึ่งเงินเดือนน้อยกว่าแทน

“สุดท้ายชีวิตพลิกผันให้กลับไปอยู่ต่างจังหวัดเหมือนเดิม คุณแม่ของผมมีธุรกิจอยู่ ท่านก็บอกว่าให้ลงไปช่วยแล้วจะเปิดร้านมือถือให้”

ต่อจึงได้เปิดร้านมือถือของตัวเองในวัย 26 ปี ซื้อมาและขายไปในเว็บ ThaiSecondhand หรือประมูลดอตคอม แต่ก่อนขาย เขาต้องทดลองใช้ก่อนจนรู้แทบทุกอย่าง ทั้งยังศึกษาข้อมูลจากนิตยสารโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ เสียแต่ว่าการมีธุรกิจในช่วงวัยรุ่นทำให้เขาปิดร้านบ่อยเพื่อไปเที่ยวกับเพื่อน

“ปิดร้าน แต่ความชอบของผมไม่หมดตาม ผมยังอยากได้โทรศัพท์ที่เคยจับมาเลยตั้งใจไล่เก็บหมดทุกรุ่น เพราะเรามีความทรงจำกับมันทุกเครื่อง แต่จะไม่ได้เก็บตามยี่ห้อโดยเฉพาะแบบคนอื่น”

เราถามเขาด้วยความสงสัยว่าวงการมือถือสมัยก่อนแข่งขันกันเรื่องอะไรอีกบ้าง เพราะจากที่เห็นในปัจจุบัน ‘กล้องอันคมชัด’ คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด

“ถูกต้อง กล้องถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้หลายคนตัดสินใจซื้อ อย่างตัวที่หายากสุด ๆ คือ Nokia N93i เป็นรุ่นแรก ๆ ที่นำเลนส์กล้องของบริษัทชั้นนำอย่าง ZEISS มาบิวต์อินในโทรศัพท์ ต้องบอกก่อนว่าสมัยนั้นยังไม่มีคำว่ากล้องหน้า-กล้องหลัง จะเป็นกล้องตัวเดียวที่หมุนได้” อย่างเจ๋ง – เราอุทาน

Nokia N93i ที่สุดของโทรศัพท์ปั้นยากสำหรับต่อ

จบยุคระบบซิมเบียนก็ถึงคราวของ Windows Mobile แต่อยู่ได้ไม่นานนัก Android ก็ตีตลาดมาแทนที่ (เริ่มเข้าใกล้ยุคปัจจุบันแล้ว) มีคนเคยกล่าวไว้ว่าสักวัน Android จะครองโลก ตอนที่ได้ยิน ต่อนึกภาพไม่ออก จนกระทั่งได้มาเห็นโทรศัพท์ Android รุ่นแรก ๆ อย่าง HTC Dream (Android 1.0) มีปากกา แต่หลังจากนั้น ระบบ iOS ก็ถือกำเนิด ตามมาด้วยการทำให้อวัยวะที่ 33 ทำงานได้ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ

Sony Ericsson Walkman จุดเริ่มต้นของการขายความบาง และเข้าสู่ยุคทัชสกรีนที่มีมาจนถึงตอนนี้

“แต่ต่อให้มีโทรศัพท์ที่ชอบเยอะแยะ ผมก็มีรุ่นที่ผิดหวังอยู่เหมือนกัน” เขาหัวเราะแห้งแล้วลุกไปหยิบ Motorola V100 มาให้เราดู ‘รูปทรงก็เท่ สีสันก็สวย แถมยังมีหูฟัง’ ทำไมถึงผิดหวัง – เราตั้งคำถาม

“ผมชอบของแปลกเป็นทุนเดิม เจ้าเครื่องนี้ทรงแปลกเตะตา ผมเลยนั่งรถไฟจากบ้านที่ต่างจังหวัดขึ้นมากรุงเทพฯ เพื่อซื้อมัน แล้วต่างจังหวัดที่ว่าคือปัตตานี นั่งมา 16 ชั่วโมง 1,200 กว่ากิโล ซื้อเสร็จกลับไปใช้ได้ 2 อาทิตย์ ขายทิ้งเลย

“มันเป็นมือถือที่ไม่ชอบโจทย์อะไรทั้งนั้น ไม่มีไมค์ ไม่มีลำโพงในตัว ทุกอย่างต้องผ่านสายสมอลล์ทอล์ก ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์อยู่คือสนุกเลย ต้องจอดรถแล้วเปิดดู รีบใส่หูฟัง แถมยังมีหูให้แค่ข้างเดียวอีก (หัวเราะให้ตัวเองในอดีต) จะกดรับกดวางที่สมอลล์ทอล์กก็ไม่ได้ เพราะไม่มีปุ่ม!” รีบขายไปถูกแล้ว – เราคิด

Motorola V100

เนื่องจากตู้เก็บความทรงจำของเขามีสมาชิกหลับใหลอยู่ในนั้นเป็นจำนวนมาก ต่อจากนี้จึงเป็นรุ่นโดยรวมที่เจ้าบ้านเลือกขึ้นมาให้ทุกท่านลองเช็กกันเล่น ๆ ว่าเคยผ่านตา เคยใช้ หรือยังมีเก็บไว้อยู่หรือเปล่า

“Nokia รุ่น N-Gage หรือที่เรียกกันว่า โนเกียหูช้าง เป็นจอที่ใช้ 4,096 สี ทุกคนซื้อมาเพราะเน้นเล่มเกม ใส่แผ่นเกมได้ วัยรุ่นยุค 90 คลั่งตัวนี้มาก เวลาคนโทรมาก็จะเป็นท่าแปลก ๆ หน่อย ต้องหันด้านข้างฟังเอา เพราะลำโพงอยู่ตรงนั้น” เขาทำท่าประกอบ และที่วางอยู่ไม่ไกลจากกันนั้นก็คือ PanaSonic GD มือถือขนาดเล็กที่ยุคนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว

Nokia รุ่น N-Gage

“ส่วนอันนี้เป็นอีกรุ่นที่สไตล์เท่มาก Nokia รุ่น 8910 หลายคนเรียกว่า รุ่น 8 9 10 ความเท่อยู่ตรงที่กดแล้วมันเด้งขึ้นมาได้

“อันนี้ Sony Ericsson T68 เป็นมือถือจอสีเครื่องแรกที่ได้ใช้ และเป็นจอสีแบรนด์แรก ๆ ของโลก แม้ว่าตัวมือถือไม่มีกล้อง แต่เขามีอุปกรณ์เสริม (หันไปหยิบอะไรบางอย่างออกจากซองผ้า) นี่คือกล้องเสริมครับ เอาติดไว้ที่ก้นแบบนี้ก็ถ่ายรูปได้แล้ว!” เราตื่นเต้นไม่ต่างจากเขา เวลาไม่อยากใช้ก็แค่แกะออก ง่ายนิดเดียว – หายง่ายนิดเดียว! (เราหยอก)

Nokia รุ่น 8910

นับเป็นอีกหนึ่งการพูดคุยที่สนุกสนานและเต็มอิ่ม เราส่งข้อความไม่กี่ประโยคเพื่อชวนต่อมาพูดคุยกัน และใช้เวลาอีกกว่า 4 ชั่วโมงในบ้านที่เต็มไปด้วยเครื่องมือสื่อสารแห่งความทรงจำ

การเก็บสมบัติทางใจไว้ในห้องนอนซึ่งเป็นสถานที่แห่งการพักผ่อน แปลว่าสิ่งนั้นต้องคลายความทุกข์และเติมเต็มความสงบ-สุขของเขาได้เป็นอย่างดี 

“ผมใช้เวลาตามเก็บพวกเขา 4 ปี แต่ผมใช้เวลาทั้งชีวิตในการทำความรู้จักและจดจำพวกเขา โทรศัพท์คือไทม์แมชชีน พาเรากลับไปในช่วงเวลาที่ในความเป็นจริงไม่อาจกลับไปได้ ให้เราดื่มด่ำกับช่วงเวลานั้น มันคือความสุข ผมสุขคนเดียวก็อาจพอ แต่จะมีความสุขมากขึ้นอีกถ้ามีคนมาดูแล้วอินไปกับสิ่งที่ผมเล่า ผมเลยดีใจมากที่คุณติดต่อมา” เขายิ้ม

ในวันนั้นมีเพียงเราและทีมงานอีก 2 คน พร้อมด้วยต่อที่รับรู้เรื่องราวเหล่านี้

แต่ในวันนี้ ต่อจะมีเพื่อน มีผู้อ่าน ผู้มีประสบการณ์ร่วม และ ‘ผู้คิดถึง’ มารับรู้ความสนุกของการสื่อสารเหล่านี้ไปพร้อมกัน

“
สะสมอะไรก็ได้ที่ทำให้คุณมีความสุข แต่ผมจะบอกว่าสิ่งที่เก็บแล้วสุขที่สุด คือสิ่งที่เรามีความทรงจำร่วมด้วย
”

Writers

ชาลิสา นุตตะรังค์

คนที่ชอบฟังมากกว่าพูด ไม่ใช่พูดไม่รู้เรื่อง แต่ขอเรียบเรียงคำก่อน ใช้ชีวิตบนหลัก ‘ถ้าเครียดก็แค่กินขนม’

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง งานประจำเป็นนักฟัง งานพาร์ทไทม์เป็นนักเขียน งานอดิเรกเป็นนักเล่า

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล