26 มิถุนายน 2025
1 K

ย้อนกลับไปในยุคที่ผู้คนยังเสพความบันเทิงจากฟรีทีวี ละครโทรทัศน์จากจีนอย่าง ‘ไซอิ๋ว’ เป็นหนึ่งในเรื่องราวการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอภินิหาร ผสมผสานกับความสนุกสนานในทางโลกและให้ข้อคิดในทางธรรมที่ใคร ๆ ก็รู้จัก แม้ว่าจะผลิตมาแล้วหลายเวอร์ชัน แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนั้น ใครที่มีโอกาสได้ดูต่างก็จดจำตัวละครซุนหงอคง ตือโป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง และพระถังซัมจั๋ง ได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นนิยายคลาสสิกของจีนที่บ้านเราคุ้นเคยกันในรูปแบบละครโทรทัศน์

คนที่ไม่เคยดู ไซอิ๋ว มาก่อนอาจลองนึกภาพคณะเดินทางกลุ่มนี้กับ ‘โฟรโด’ และ ‘แซม’ จาก The Lord of the Rings ก็ได้ ทั้งคู่มีภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ต้องเอาแหวนไปทำลายที่มอร์ดอร์ ขณะที่คณะเดินทางของพระถังซัมจั๋งก็มีภารกิจอัญเชิญพระไตรปิฎกจากชมพูทวีปกลับมายังประเทศจีน

แม้จะเป็นภารกิจเสี่ยงชีวิตทั้งคู่ แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือภารกิจของโฟรโดเกิดจากจินตนาการของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ขณะที่เรื่องราวของพระถังซัมจั๋งใน ไซอิ๋ว ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของ พระเสวียนจั้ง ผู้มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ท่านเป็นผู้เขียนบันทึกการเดินทางอันแสนยาวนานและหฤโหดนี้ไว้เป็นหลักฐานให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการขุดค้นพบโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาหลายแห่งในอินเดียและเนปาลโดย เซอร์อเล็กซานเดอร์ คันนิงแฮม นักโบราณคดีชาวอังกฤษที่ตามรอยสถานที่เหล่านี้มาจากบันทึกของท่าน

นักแสวงบุญชาวไทยส่วนมากมักนิยมเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดีย-เนปาล ดินแดนต้นกำเนิดศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท ทว่าอีกเส้นทางที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการตามรอยพระถังซัมจั๋งบนเส้นทางสายไหมในประเทศจีน ซึ่งใช้เวลาบินจากไทยไปลงเมืองซีอานเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นนั่งรถไฟความเร็วสูงอีก 1 ชั่วโมงครึ่งไปเมืองลั่วหยาง ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน

นี่จึงเป็นเส้นทางแสวงบุญที่น่าสนใจอีกเส้นทางหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นคนละนิกายกับพุทธศาสนาเถรวาทในไทย แต่ศรัทธาอันแรงกล้าและความตั้งใจอันแน่วแน่ของท่านในการอัญเชิญพระไตรปิฎกจากอินเดียสู่จีนไม่ได้ต่างอะไรกับการบำเพ็ญเพียรของพระโพธิสัตว์เพื่อสั่งสมบารมีในหลายภพหลายชาติก่อนที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้าเลยแม้แต่น้อย

วัดม้าขาว จุดเริ่มต้นแห่งการเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎก

‘วัดม้าขาว’ ในเมืองลั่วหยางเป็นจุดหมายแรกของทริปนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกของพระถังซัมจั๋ง ที่นี่เป็นวัดพุทธแห่งแรกในประเทศจีน มีอายุราว 2,000 ปี หน้าประตูทางเข้าวัดมีรูปม้าแกะสลักจากหินทรายอยู่ 2 ตัว ภายในวัดเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวจีนจากทั่วทุกสารทิศ บ้างแต่งกายตามยุคสมัยปัจจุบัน แต่ที่ดูสะดุดตาเห็นจะเป็นนักท่องเที่ยววัยรุ่นที่นิยมเช่าชุดจีนโบราณมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ถ้าเป็นในบ้านเราก็ชวนให้นึกถึงวัดอรุณฯ ที่มีชุดไทยให้เช่า พร้อมบริการแต่งหน้าทำผมแบบจัดเต็ม

“ถ้าเห็นคนเช่าชุดแบบนี้แสดงว่าเป็นนักท่องเที่ยว ไม่ใช่คนท้องถิ่น” ไกด์จีนที่พูดไทยได้เล่าให้ฟัง คำว่าคนท้องถิ่นไม่ได้แปลว่าคนจีนแต่หมายถึงคนที่อยู่ต่างเมือง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นนักท่องเที่ยวจริง ๆ นั่นเอง

ภายในวัดนอกจากมีสถาปัตยกรรมแบบจีน ที่นี่ยังมีวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จากประเทศอื่นอีกด้วย เดิน ๆ ไปเราจะพบซุ้มประตูวัดไทย ซึ่งเป็นทางเข้าของ ‘วัดเหมอัศวาราม’ ภายในมีเจดีย์คล้ายภูเขาทองที่มีขนาดย่อมกว่าของจริง นอกจากวัดไทยแล้วยังมีวัดพม่าที่หน้าตาคล้ายเจดีย์ชเวดากอง ส่วนฝั่งอินเดียก็ไม่น้อยหน้า จำลองสถูปสาญจีมาไว้ได้อย่างสวยงาม ชวนให้เพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาในรูปแบบต่าง ๆ ท่ามกลางอุณหภูมิเกือบ 40 องศาเซลเซียส จนเผลอนึกไปว่ากำลังเดินอยู่ในอินเดียช่วงหน้าร้อน

บ้านเกิดพระถังซัมจั๋ง พระเถระผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีน

การท่องเที่ยวในประเทศใหญ่อย่างจีนอาจทำให้เราเข้าใจว่า ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็น่าจะหนีทัวร์จีนไปไม่พ้น แต่จุดหมายปลายทางต่อไปไม่ได้เป็นเช่นนั้น สถานที่แห่งนี้เงียบสงบอย่างน่าประหลาด มีเพียงชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวกันเอง กะด้วยสายตาแล้วไม่น่าเกิน 10 คน ที่แห่งนี้คือบ้านเกิดของพระถังซัมจั๋ง

“ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป คนจีนไม่ค่อยมาที่นี่เท่าไหร่ เขาชอบสถานที่ใหญ่โตอลังการ ถ้าไม่ใช่คนที่นับถือพระถังซัมจั๋งจริง ๆ ก็จะไม่มาที่นี่” คำบอกเล่าของไกด์ช่วยให้คลายข้อสงสัยลงได้บ้าง เพราะสำหรับคนไทย ความเงียบสงบและไร้ผู้คนของสถานที่แห่งนี้ผิดแผกไปจากสถานที่ทุกแห่งในจีนที่เราเคยสัมผัสมา แม้ว่าจะเปิดให้คนเข้าชมได้ตั้งแต่ปี 1992 แล้วก็ตาม

เมื่อเดินเข้ามาภายใน บรรยากาศชวนให้นึกถึงบ้านในหนังจีนสมัยก่อน มีลานบ้านตั้งอยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยอาคารชั้นเดียวเตี้ย ๆ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ทั้ง 4 ด้าน ภายในอาคารหลังหนึ่งจัดแสดงตัวอย่างพระไตรปิฎกฉบับที่ท่านแปลเป็นภาษาจีนอยู่ในตู้เล็ก ๆ เงยหน้าขึ้นไปบนผนังจะเห็นภาพเขียนที่บอกเล่าการเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎก และเมื่อเดินเข้าไปยังลานบ้านด้านในสุด เราจะเห็นรูปปั้นพระถังซัมจั๋งที่แกะสลักจากหินอ่อนตั้งอยู่ในตู้กระจก

ที่แห่งนี้หรือคือบ้านเกิดของท่าน ช่างดูเรียบง่ายและเงียบสงบ ขณะเดียวกันก็ชวนให้รู้สึกเสียดายแทนชาวจีนที่มองข้ามสถานที่แห่งนี้ไป บ้านเกิดของพระเถระผู้ยิ่งใหญ่ผู้ใช้เวลา 17 ปีไปกับการเดินทางอันสุดแสนหฤโหด และสร้างคุณูปการอย่างมหาศาลให้กับพุทธศาสนาฝ่ายมหายานในประเทศจีน

วัดซินเจี้ยว สถานที่เก็บอัฐิพระถังซัมจั๋ง

เช้าวันถัดมาฝนตกพรำ ๆ อากาศเย็นสบายราวกับเป็นอีกฤดู เช้านี้เราเดินทางไปยัง ‘วัดซินเจี้ยว’ วัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ชื่อวัดแห่งนี้ พระนางบูเช็กเทียน เป็นผู้ตั้งขึ้น ทางเดินเข้าวัดเป็นเนินชันเล็กน้อย ตลอดทางเดินฝั่งซ้ายมีกำแพงบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกของท่าน ทั้งดูทันสมัยและสวยงามจนใคร ๆ ก็ต้องหยุดถ่ายรูป

ทันทีที่เดินเข้าวัด น้องแมวสีขาวดำตัวหนึ่งก็เดินมาต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างแข็งขัน ที่นี่เป็นวัดแห่งแรกที่เราพบเจอแมวหลายตัวตั้งแต่เดินทางมาประเทศจีน ภายในวัดมีเจดีย์ 5 ชั้นที่เก็บอัฐิของพระถังซัมจั๋ง บรรยากาศเงียบสงบและมีนักท่องเที่ยวชาวจีนน้อยมากไม่ต่างจากบ้านของท่านที่ได้แวะไปเมื่อวันก่อน

ที่นี่ไม่ใช่วัดแห่งเดียวที่เก็บรักษาอัฐิของท่าน ‘วัดต้าฉือเอิน’ จุดหมายปลายทางของเราในวัดต่อไปก็เป็นวัดอีกแห่งที่เก็บอัฐิของท่านไว้เช่นกัน

การเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกอันยาวนานถึง 17 ปีบนเส้นทางสายไหม ผู้คนและสัตว์จำนวนมหาศาลที่ร่วมขบวนไปด้วยล้มหายตายจากในระหว่างทาง แต่ศรัทธาของพระถังซัมจั๋งไม่เคยเสื่อมคลาย สุดท้ายท่านเดินทางกลับมาประเทศจีนและอุทิศเวลา 19 ปีในการแปลพระไตรปิฎกจากภาษาสันสกฤตเป็นภาษาจีน

วัดต้าฉือเอิน สถานที่เก็บพระไตรปิฎกสุดล้ำค่าจากชมพูทวีป

‘วัดต้าฉือเอิน’ เป็นวัดชื่อดังและเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวไทย วัดแห่งนี้เคยเป็นอารามหลวงที่ ฮ่องเต้ถังเกาจง สร้างตอบแทนคุณมารดา เมื่อสร้างเสร็จได้นิมนต์พระถังซัมจั๋งให้มาเป็นเจ้าอาวาส ด้านหน้าวัดมีรูปแกะสลักพระถังซัมจั๋งขนาดใหญ่ ภายในเป็นที่ตั้งของเจดีย์ห่านป่าใหญ่ ลักษณะเป็นเจดีย์ 7 ชั้น ใช้เป็นสถานที่เก็บพระไตรปิฎกที่อัญเชิญมาจากอินเดีย โดยมีพระถังซัมจั๋งเป็นผู้ออกแบบและร่วมสร้างเจดีย์ด้วย ข้างบนเปิดให้ขึ้นไปได้ แต่ต้องซื้อตั๋วเพิ่ม

ภายในบริเวณวัดประกอบด้วยวิหารย่อย ๆ หลายหลัง สำหรับคณะชาวไทยที่มาตามรอยพระถังซัมจั๋งแล้วไฮไลต์จึงอยู่ที่วิหารด้านหลัง ซึ่งเป็นที่เก็บพระไตรปิฎกฉบับแปลสมบูรณ์ที่จัดแสดงอย่างสวยงามในตู้กระจก รายล้อมด้วยภาพแกะสลักที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางไปชมพูทวีปจนถึงวาระสุดท้ายของท่าน

ในวันที่พระถังซัมจั๋งมรณภาพ ฮ่องเต้ถังเกาจงถึงกับรำพึงว่าพระองค์สูญเสียสมบัติอันมีค่าไป กล่าวกันว่าในวันที่ทำพิธีศพของพระถังซัมจั๋งมีผู้คนมาร่วมงานนับล้านคน

ไม่ไกลจากวิหารที่เก็บพระไตรปิฎก มีวิหารอีกหลังที่มีรูปแกะสลักพระถังซัมจั๋งและอัฐิของท่าน วันนั้นมีการสวดมนต์ของพระจีนและฆราวาสพอดี คณะของเราจึงได้เพียงเดินชมบรรยากาศรอบ ๆ พร้อมกับฟังบทสวดในท่วงทำนองแบบจีนที่ไพเราะไปอีกแบบ

จาก ไซอิ๋ว ละครจีนที่เคยดูทางโทรทัศน์ในสมัยเด็ก สู่การเดินทางตามรอยท่านบนเส้นทางสายไหมโดยมีจุดเริ่มต้นที่เมืองลั่วหยาง บ้านเกิดเมืองนอนของท่าน การเดินทางในครั้งนี้ทำให้เห็นพลังแห่งความศรัทธาของพระรูปหนึ่งที่เริ่มต้นโดยลำพัง ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ชนิดที่คนทั่วไปอย่างเราไม่มีทางทำได้ แต่ท่านไม่เคยย่อท้อหรือยอมแพ้จนกระทั่งอัญเชิญพระไตรปิฎกมายังประเทศจีนสำเร็จ แถมยังเขียนบันทึกอันล้ำค่าให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา และเป็นหลักฐานอันประจักษ์ว่าท่านมีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่นิทานที่แต่งขึ้นสนุก ๆ

เรื่องราวของท่านส่งต่อแรงบันดาลใจเล็ก ๆ มาถึงคนธรรมดาอย่างเราให้เห็นถึงความพากเพียรและความเชื่อมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างถึงที่สุด

Write on The Cloud

Travelogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ และเบอร์โทรติดต่อ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งหมวกรุ่นพิเศษจาก Calm Outdoors แบรนด์แฟชั่นสายแคมป์แบรนด์แรกของไทยที่ทำเสื้อผ้าตอบโจทย์คนเมืองแต่ใจลอยไปอยู่ในป่า ซึ่งสกรีนลวดลายพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ภรณี ลัคนาภิเศรษฐ์

มนุษย์ผู้อยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชอบการเดินทาง รักธรรมชาติ และการออกกำลังกาย