ชื่อของ ‘หมูเด้ง’ ยังไม่ทันจางหาย กระแสของ ‘เอวา’ เสือโคร่งสีทอง (Golden Tabby Tiger) แห่งสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีก็ดังขึ้นมาให้คนรักสัตว์ได้พูดถึงกันต่อ
เสือโคร่งสีทอง คือเสือโคร่งเบงกอลที่มีความผิดปกติของยีนด้อย โดยรวมจะมีลักษณะเหมือนเสือโคร่งเบงกอลทุกประการ แต่มีขนพื้นเป็นสีขาวและลายสีน้ำตาล ม่านตาสีฟ้า จมูกสีชมพูและขาวครีม ทั้งโลกมีอยู่ประมาณ 50 – 100 ตัว ไม่พบในธรรมชาติ แต่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีอยู่ 5 ตัว
เอวา ลูน่า และชูการ์ เป็นพี่น้อง 3 สาวเสือโคร่งสีทองวัย 3 ขวบ เพาะพันธุ์โดยคนไทยที่สวนสัตว์ Zoo Garden River 8 จังหวัดปทุมธานี เดินทางมาอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีผ่านการแลกเปลี่ยนระห่างสวนสัตว์
ด้วยความที่หน้าตาของเอวาดูแบ๊ว น่าเอ็นดู และมีนิสัยขี้เล่น จึงเหมือนแมวตัวใหญ่มากกว่าเสือโคร่งที่ดุร้าย นั่นทำให้เอวาถูกพูดถึง มีแฟนคลับมากขึ้นเรื่อย ๆ
พี่เลี้ยงของเอวาก็เช่นกัน


โบว์-พัชรีย์ พิพัฒน์วงศ์ชัย เจ้าหน้าที่ฝึกและแสดงสัตว์ สวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี พี่เลี้ยงของเอวา วัย 25 ปี เป็นสาวเหนือบุคลิกน่ารักที่ดูยังไงก็ไม่เหมาะจะมาเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ในสวนสัตว์ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังรับหน้าที่ดูแลสัตว์ที่ดุร้ายและเต็มไปด้วยพละกำลังอย่างเสือและสิงโต รวมถึงยังเป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องคลุกคลีกับเสือและสิงโตอย่างใกล้ชิดเพื่อแสดง Tiger Show
สาวน้อยน่ารักที่เข้าไปเล่นกับเสือและสิงโตในกรงอย่างใกล้ชิดสนิทสนม ราวกับว่าพวกมันเป็นแค่แมวตัวใหญ่ เป็นภาพที่หาดูยากและน่าดูไม่ต่างจากเอวา
น่าเสียดายที่วันที่เราสัมภาษณ์ เอวากำลังอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ โบว์เลยไม่สามารถเข้าไปถ่ายรูปคู่กับเอวาในกรงได้ แต่เธอก็ยังยินดีคุยกับเราทุกเรื่องราว
เธอคนนี้คือใคร มาทำงานเสี่ยงอันตรายแบบนี้ได้ยังไง ทำไมเอวาถึงน่ารัก และคำแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะเดินทางมาดูเอวา (หรือมาดูเธอ) มีอะไรบ้าง

ช่วง 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาชีวิตคุณเปลี่ยนไปยังไงบ้าง
ได้เจอนักท่องเที่ยวมากขึ้น ปกติเราชอบอยู่ในเซฟโซนของตัวเอง ตอนนี้กลายเป็นคนสาธารณะคนหนึ่งไปแล้ว (หัวเราะ)
คุณตั้งค่าทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมเป็นส่วนตัว มีคนขอแอดเฟรนด์เข้ามาสักเท่าไหร่แล้ว
หมื่นกว่าคน (หัวเราะ) ตกใจมาก ไม่สิ อึ้งมากกว่า เขาคงเห็นว่าเราใกล้ชิดกับน้องที่สุด คงอยากเห็นเราอัปสตอรีเกี่ยวกับน้อง อยากเห็นความน่ารักของน้อง อยากเห็นเราลงรูปกับน้อง
แต่คุณก็ไม่ลง
ลงบ้าง แต่ตั้งเป็นส่วนตัวไว้ (หัวเราะ) คนในสวนสัตว์ด้วยกันก็เชียร์ให้เราอัปรูปน้องบ่อย ๆ คนอื่นจะได้เห็นความน่ารักในมุมอื่น ๆ ของน้องบ้าง เอาเป็นว่าจะพยายามลงรูปแล้วเปิดเป็นสาธารณะเรื่อย ๆ นะคะ
ไม่ชอบเป็นคนดังที่มีคนติดตามเยอะ ๆ เหรอ
อยากให้สัตว์ดังมากกว่าคนค่ะ ผู้เลี้ยงขอทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังน้องดีกว่า ไม่อยากเป็นคนดังเลย ไม่ได้อยากเป็นอินฟลูฯ รับงานโฆษณา ขอทำหน้าที่พี่เลี้ยงเสือ-สิงโตให้ดีที่สุดดีกว่า เอาเวลาไปทุ่มเทกับน้องเสือน้องสิงโตหมดแล้ว ไม่มีเวลาไปรับงานอินฟลูฯ แล้วค่ะ
เห็นหน้าหวาน ๆ แบบนี้ ตัวจริงคุณเป็นคนแบบไหน
ตัวจริงไม่ได้หวานมากค่ะ เป็นคนห้าว ๆ ลุย ๆ ไม่ได้ติดหรูหราอะไร เข้ากับพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ในโซนเสือ-สิงโตที่เป็นผู้ชายลุย ๆ ได้สบาย สมัยเรียนเราเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล บาสเกตบอล เป็นสายนักกีฬาค่ะ ไม่ใช่สายหลีด (หัวเราะ)


อะไรทำให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างคุณตัดสินใจเลือกเป็น Zookeeper
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 – 2 เรามาเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มาดู Tiger Show แล้วชอบ น้องน่ารักดี เลยอยากทำงานดูแลน้อง ๆ เราเรียนด้านธุรกิจการค้าและบริการ สาขาการจัดการ ตอนปี 2 เลยขอมาฝึกงานที่นี่ ทำงานเอกสารอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับสัตว์เลย พอได้อยู่ใกล้ชิดมากขึ้นก็รู้ตัวว่าเราชอบทางนี้จริง ๆ เรียนจบก็มาสมัครงานเลย เริ่มจากตำแหน่งเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ประจำ Tiger Show ก็ได้เจอน้องแบบใกล้ชิดขึ้น
แล้วทำยังไงถึงได้เข้าไปอยู่ในกรง
เราขอโอกาสจากพี่ ๆ เจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้าไปดูแลน้อง ๆ แบบใกล้ชิดในส่วนด้านหลัง เราต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเราตั้งใจจริง ๆ ไม่ใช่เข้าไปถ่ายรูปเล่น เราอยากทำงานสายนี้จริง ๆ เขาก็ค่อย ๆ ให้เข้ามาดูแลใกล้ขึ้น ๆ เริ่มจากอยู่หน้ากรงคอกกัก ได้เข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเราก็ไปเรียนรู้เพิ่มเติม ไปฝึกอบรมเรื่องการฝึกและการแสดงแบบจริงจัง ใช้เวลาอยู่หลายเดือนเลย
ช่วงนั้นไม่ได้เข้าไปในกรงนะ เราได้เข้าไปทำงานในกรงครั้งแรกตอนย้ายจากงานดูแลนักท่องเที่ยวมาเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกและแสดงสัตว์ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็เข้าไปในกรงเสือได้นะคะ (หัวเราะ)
พอย้ายตำแหน่งมาแล้ว ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเข้าไปสัมผัสกับเสือได้
ต้องใช้เวลา เริ่มจากยืนห่างจากกรง 2 เมตร มาทุกวันแล้วใกล้ขึ้น ๆ ทำให้เขาคุ้นหน้า พูดคุยให้เขาได้ยินเสียง วันแรก ๆ เขาเห็นเราเป็นคนแปลกหน้าเขาก็ตื่นตัวหน่อย หลัง ๆ ก็เริ่มชิน แต่เอวากับลูน่าเขาเข้ามาทีหลังเราเลยง่ายหน่อย


ตอนคุณเจอเอวาครั้งแรกตกหลุมรักเลยไหม
ใช่ เหมือนทุกคนเลยค่ะ เราเจอเอวาครั้งแรกตอนน้องอายุ 6 เดือน ตอนนี้ 3 ปี 9 เดือน อีก 3 เดือนก็จะครบ 4 ปีแล้ว เห็นครั้งแรกก็ถูกตกเลย น้องตาแบ๊วตั้งแต่เด็ก ๆ ซน ขี้เล่น เราเห็นเขาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนี้ก็ยังเห็นเขาซนเหมือนเด็ก ๆ หน้าตาน้องดูแบ๊วกว่าเสือตัวอื่น ๆ นิสัยเขาก็เป็นแบบนั้น ไม่ดุเหมือนเสือทั่วไป
การที่เอวาดูน่ารักกว่าเสือทั่วไปเพราะเขามียีนด้อยใช่ไหม
เขาเป็นเสือที่มียีนสีผิดปกติ เป็นเสือหายาก ในโลกมีไม่ถึงร้อยตัว ไม่พบในธรรมชาติ พบแค่ในสวนสัตว์หรือศูนย์ขยายพันธุ์เท่านั้น ถึงจะมียีนด้อยแต่สุขภาพก็ปกติ พฤติกรรม อารมณ์ก็ปกติเหมือนเสือทั่วไป ต่างแค่สีขนเท่านั้น
แต่ละวันคุณต้องทำอะไรบ้าง
ตอนเช้ามาถึงก็ต้องตรวจเช็กสุขภาพร่างกาย ดูอารมณ์ ดูพฤติกรรม ดูบาดแผล เผื่อเขาเล่นกันแล้วมีแผล วิธีการคือเข้าไปลูบจับผิวน้อง สังเกตว่าเขาเล่นกับเราเป็นปกติไหม ดุใส่เราไหม ร่าเริงไหม หรือนอนตลอดทั้งวัน แล้วเราก็ทำความสะอาดกรง คอกกักของน้อง อาบน้ำให้น้องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะเวลาที่เขาไปโชว์ ต้องลงไปเล่นน้ำในบ่ออยู่แล้ว
สวนสัตว์เปิดเขาเขียวอาบน้ำเสือด้วยการย้ายเสือมาไว้ในคอกกักขนาดเล็กแล้วเอาน้ำฉีด บางตัวก็ดิ้นเหมือนแมวโดนฉีดน้ำใส่ แต่คุณอาบน้ำด้วยมือเปล่าเหมือนอาบน้ำสุนัข คุณทำได้ยังไง
เราอาบน้ำเขามาตั้งแต่เด็ก เขาคุ้นเคยอยู่แล้ว แล้วเขาก็เชื่องกับเรา แต่เขาตื่นสายยางนะคะ ฉีดน้ำเสร็จต้องเอาสายยางออก เราจับตัวน้องได้ ก็เอาสบู่ถูตัวแล้วฉีดน้ำล้างออก เราอาบน้ำเขาตรงคอกกัก นักท่องเที่ยวจะไม่ได้เห็นภาพนี้ แต่ก็ไม่แน่นะคะ เพจสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีอาจจะเอาภาพมาให้ดูกันก็ได้ค่ะ


ทำงานใกล้ชิดเสือแบบนี้ กลัวไหม
ไม่ค่ะ เราต้องรู้วิธีเข้าหาเขา เราต้องเข้าจากด้านหลัง ไม่จู่โจมจากด้านหน้า ไม่ให้เขาตกใจ บางช่วงก็ต้องปล่อยให้เขามีเวลาส่วนตัว เช่น ช่วงกินอาหาร เสือ-สิงโตเป็นทุกตัว ไม่ควรไม่ยุ่ง ให้เขากินเต็มที่ กับช่วงเล่นของเล่น (Enrichment) เช่น ขอนไม้ ลูกมะพร้าว ก้านกล้วย ถ้าเข้าไปเขาจะขู่ เขาหวงของของเขา เราต้องไม่เข้าไปยุ่ง
เวลาคุณเข้าไปในกรงเคยมีกลิ่นสัตว์เลี้ยงติดตัวเข้าไปด้วยไหม
เมื่อก่อนเคยเลี้ยงสุนัขค่ะแต่ว่าตายไปแล้ว ตอนเช้าก่อนจะเข้ามาในกรงต้องเปลี่ยนชุด เอารองเท้าจุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อ เลยไม่มีกลิ่นติดมา แต่ตอนกลับบ้านวันไหนเรามีกลิ่นเสือติดตัวกลับมาด้วยสุนัขเราจะเดินหนีเลย
โลกยุคนี้ไม่ส่งเสริมการโชว์สัตว์ที่ฝึกให้สัตว์ทำพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรมชาติ การโชว์ของคุณเป็นสิ่งที่สากลยอมรับไหม
Tiger Show ของเราเป็นไปตามกฎระเบียบ ตามมาตรฐานสากล ทุกอย่างที่เราให้เขาแสดงเป็นพฤติกรรมที่ทำเป็นปกติในธรรมชาติ เช่น การกระโดดงับเหยื่อ กระโดดข้ามตอ ปีนขึ้นที่สูง เดินทรงตัวผ่านที่แคบ กินเหยื่อในน้ำ เราทำโชว์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของเสือ-สิงโตชัดเจน เพราะถ้าเฝ้าดูตามธรรมชาติอาจจะไม่เห็นสิ่งเหล่านี้
คุณฝึกเสือยังไง
เราสอนน้องตั้งแต่เด็ก ฝึกด้วยการให้ทำตามแล้วมีรางวัลให้ มีเนื้อให้
ทีมของคุณมีทั้งหมดกี่คน
เรามีเจ้าหน้าที่ฝึกและแสดงสัตว์ 10 คน ดูแลเสือและสิงโต 17 ตัว แต่ละคนมีตัวเมนที่ต้องดูแล อย่างเรามีเมนเป็นเสือโคร่งสีทอง 2 ตัว แล้วก็มีบัดดี้ เป็นน้องมือรองที่ทำแทนเราได้ วันไหนลาก็น้องก็ทำแทนได้ ถ้าลา 2 คนพร้อมกัน ซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นนะ คนอื่นก็ทำแทนได้บ้าง เช่น ให้อาหารแทนได้ แต่ไปจับตัวคงไม่ได้


คุณทำงานหนักแค่ไหน
มาถึงที่นี่ตั้งแต่ 9 โมง ทำถึง 2 ทุ่มครึ่ง หลังโชว์ก็มีช่วงเวลาได้พักนะคะ สัปดาห์หนึ่งทำงาน 6 วัน หยุด 1 วัน เราต้องอยู่กับสัตว์จนคุ้นเคยกัน เลยหยุดเยอะไม่ได้ วันหยุดก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนไกล ๆ หรอกค่ะ
ตอนนี้เอวามีแฟนคลับมากมาย คุณอยากบอกอะไรคนที่ติดตามเอวาบ้าง
อยากให้เอฟซีติดตามความเคลื่อนไหวของน้อง ๆ ไปนาน ๆ ค่ะ ช่วยสนับสนุนเป็นแรงเชียร์ให้น้องถูกพูดถึงไปนาน ๆ แล้วก็อยากให้ตามเพจเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีด้วย ยังมีสัตว์อีกมากมายให้ติดตามค่ะ
คุณจะแนะนำคนที่กำลังวางแผนมาเดินทางมาเจอเอวาว่ายังไง
ก่อนมาควรติดตามข่าวในเพจของสวนสัตว์ก่อน ตอนนี้น้องอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ เลยไม่ออกแสดง แต่ยังดูผ่านกระจกในอาคารไทเกอร์เวิลด์ได้ จะได้เห็นน้องเดิน เล่น นอน แบบชีวิตปกติ มาได้ตั้งแต่เช้า แต่ช่วงบ่ายน้องจะนอน ถ้าอยากมาดู Tiger Show ก็ต้องดูตาราง รอบแรก 3 โมงครึ่ง แนะนำให้มาดูรอบ 2 ตอน 5 โมงครึ่ง หรือรอบ 3 ตอน 1 ทุ่ม 35 ค่ะ
คุณจะแนะนำคนที่กำลังวางแผนเดินทางมาเจอคุณว่ายังไง
จะเจอเราได้ตอนรอบแสดงที่ไทเกอร์เวิลด์ตั้งแต่รอบ 1 – 3 เลย แล้วก็มีโชว์ของเสือและสิงโตตัวอื่นด้วย สัปดาห์หนึ่งโบว์หยุดงาน 1 วัน เปลี่ยนวันไปเรื่อย ๆ บอกไม่ได้ว่าหยุดวันไหน ถ้ามาตรงวันหยุดของโบว์ก็จะไม่ได้เจอกันนะคะ


Facebook : เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari
