Three is a magic number.
เราก้าวเข้าห้องแรกไปพร้อมกับได้ยินเพลงที่ร้องประโยคนี้ย้ำ ๆ
นี่คือ ‘Trinity 100 Pop up’ นิทรรศการบอกเล่าการเดินทางครบ 100 ปี ของคอลเลกชันเครื่องประดับไอคอนิกจาก Cartier อย่าง ‘Trinity’ แหวนทอง 3 ชนิดที่เกาะเกี่ยวกันอย่างไม่อาจแยกได้ ตั้งแต่วันเปิดตัวสินค้าในปี 1924 วันที่ได้ลงนิตยสาร Vogue จนเกิดกระแสฮือฮา วันที่มีเจ้าหญิงในอดีตสวมใส่ จนถึงวันนี้ที่แหวนยังคงวางขาย และยังดูไม่ล้าสมัย
น่าสนุกใช่ไหม เพียงแค่แหวนก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานขนาดนี้ได้


หลังจากที่ได้เฉลิมฉลองกันไปตามประเทศต่าง ๆ ในโลกแล้ว ก็ถึงคราวของสิงคโปร์ เพื่อนบ้านของเรา เมื่อวันที่ 15 – 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ณ The Arts House ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งแรกของสิงคโปร์ โดยมีมิตรสหายและเซเลบริตี้ที่รัก Cartier เดินทางมาร่วมงานมากมาย (มีศิลปินไทยมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานด้วยนะ)
“เราภูมิใจมากที่ได้ต้อนรับแขกจาก 15 เมืองที่เดินทางมายังสิงคโปร์” Yanina Novitskaya ผู้เป็น Cartier CEO, Southeast Asia & Oceania กล่าวกับเรา
“สิงคโปร์เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นี่ถือเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งที่มีเอกลักษณ์ เป็นศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค เป็นบ้านของคนพลัดถิ่น และยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางทั่วโลก ทุกอย่างทำให้สิงคโปร์มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผู้คนก็มีอาชีพที่หลากหลาย และมีความคิดที่เปิดกว้าง
“ที่นี่เชื่อมโยงความเป็น Trinity ได้อย่างลงตัวมาก คิดว่าเป็นเมืองที่เพอร์เฟกต์สำหรับ Trinity 100 Pop up ในครั้งนี้เชียวค่ะ”
ตอนแรกเราไม่เข้าใจประโยค Three is a magic number. เท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มคิดว่าเลข 3 นั้นพิเศษจริง ๆ และยังเข้ากันดีกับแก่นของความเป็น Trinity ด้วย
นิทรรศการนี้จะเล่าให้ฟังว่า ‘แก่น’ ที่ว่านั้นคืออะไร


“ธีมของงานนี้คือความเป็นสากล ความรัก และสื่อสารถึงคุณค่าของ Trinity เราอยากให้ผู้ที่ได้มาเยือนค้นพบเรื่องราวเบื้องหลังมรดกของ Trinity ผ่าน Trinity 100 Pop up ในครั้งนี้ค่ะ” Yanina เล่าถึงภาพรวมของงานใหญ่คราวนี้ แล้วพาเราดำดิ่งไปกับโลกของ Trinity ผ่านนิทรรศการ
ย้อนกลับไปปี 1924 แหวน Trinity วงแรกถือกำเนิดขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเพื่อน Louis Cartier อย่าง Jean Cocteau ผู้เป็นศิลปินเซอร์เรียลลิสต์หัวขบถระดับพรสวรรค์ ถนัดทำงานศิลปะแทบทุกแขนง ไม่ว่าจะจิตรกรรม ประติมากรรม ออกแบบ วรรณศิลป์ กวีนิพนธ์ ภาพยนตร์ หรือการวิจารณ์ภาพยนตร์
ตำนานเล่าว่า Cocteau ฝันถึงวงแหวนรอบ ๆ ดาวเสาร์ จึงนำมาบอกกับ Louis ด้วยความหวังว่าคาร์เทียร์จะเปลี่ยนภาพฝันของเขาเป็นแหวนสวย ๆ ได้ สุดท้าย Trinity ก็สำเร็จออกมาดังหวัง และกลายเป็นภาพจำของ Jean Cocteau ในช่วงปี 1930 เขามักจะใส่ Trinity 2 วงไว้ที่นิ้วก้อยซ้ายอันเรียวยาวของเขา


ความสนุกของผู้เยี่ยมชมอย่างเรา คือการสังเกต ‘เลข 3’ ที่ถูกพูดถึงผ่านทั้งภาพ ทั้งเสียง ทั้งข้อความ ตลอดการเดินชมนิทรรศการ
เลข 3 มีความหมายโดยนัยที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น
3 ห่วงที่เกาะเกี่ยวกันของ Trinity ซึ่งแม้แต่ละชิ้นจะมีเอกลักษณ์ต่างกัน แต่ก็ยังมีความกลมเกลียวไปด้วยกันได้ การระลึกถึง 3 พี่น้องคาร์เทียร์ Louis, Pierre และ Jacques และสุดท้าย สื่อถึงร้านบูทีกเก่าแก่ของคาร์เทียร์ที่ปารีส ลอนดอน และนิวยอร์ก
จะด้วยบรรยากาศหรือเรื่องราวก็ไม่แน่ใจ แต่ยิ่งเดินชมก็ยิ่งคล้อยตาม และรู้สึกว่าเลข 3 นั้นเปี่ยมเสน่ห์เสียจริง มันทั้งสมมาตรและไม่สมมาตรในขณะเดียวกัน ทั้งแข็งแรงและลื่นไหลอยู่ในที
ด้วยความพิเศษของเลข 3 Trinity ยังตั้งใจสื่อถึง ‘ความรักทุกรูปแบบ’ โดยจุดประกายจากกลิ่นอายความรักระหว่าง Jean Cocteau และนักแสดง Jean Marais ซึ่งหลายคนก็ขนานนามพวกเขาว่าเป็น ‘First Modern Gay Couple’
The first band is you, the second is me, and the third is our love.
วงแรกหมายถึงคุณ วงที่ 2 หมายถึงผม และวงที่ 3 คือรักของเรา Jean Cocteau มักจะแนะนำแหวนด้วยถ้อยคำหวานซึ้งแบบนี้
นี่คือ 100 ปีที่แล้วนะ โรแมนซ์กว่านี้จะหาได้ที่ไหน


ห้องหนึ่งที่แสดงความไอคอนิกของ Trinity ได้อย่างมาก คือห้องที่เล่าไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ของแหวนวงนี้ตั้งแต่ Day 1
หลังจากถือกำเนิดในปี 1924 ย่างเข้าปี 1925 ก็ปรากฏกายในหน้านิตยสาร Vogue ฉบับสหรัฐอเมริกา Trinity เป็นส่วนหนึ่งของสปอตไลต์ ทั้งในจอภาพยนตร์ฮอลลีวูด ทั้งนอกจอตามงานสังคม และถูกสวมใส่โดยไอคอนของทุกยุค แม้กระทั่งตอนนี้เองก็ตาม
ถ้าสมัยนู้นฮือฮากับ Grace Kelly เจ้าหญิงแห่งโมนาโกและนักแสดงอเมริกัน สมัยนี้ก็คือ จีซู BLACKPINK และ แจ็คสัน หวัง ที่มาปรากฏตัวในปาร์ตี้ของคาร์เทียร์คราวนี้นั่นแหละ


จากอดีตก็พุ่งทะยานมาสู่ปัจจุบันและอนาคต ที่โซน IMAGINE INFINITE CIRCLES
เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี คาร์เทียร์ชวนเหล่าคนสร้างสรรค์ทุกภูมิภาคทั่วโลกมาสร้างสรรค์งานศิลปะต่อยอดจากความเป็น Trinity โดยโปรเจกต์นี้มีผลงานกว่า 100 ชิ้น และ Jérôme Sans ภัณฑารักษ์ชาวฝรั่งเศสได้คัดเลือกไว้ 30 ชิ้นเพื่อจัดแสดงในสิงคโปร์
บ้างมาในคอนเซปต์ 3 บ้างออกแบบให้เกาะเกี่ยวกันไปทีละชิ้น บ้างสะท้อนถึงความเป็นสิงคโปร์ แต่ทั้งหมดล้วนอยู่ในคอนเซปต์ของความรักที่หลากหลาย
“เป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ที่จะได้เฉลิมฉลอง Trinity ผ่านทั้งจิวเวลรีดั้งเดิมและงานที่คอลแล็บกับเหล่าศิลปิน งานที่นำมาจัดแสดงก็มาจากคนสร้างสรรค์หลากหลายสาขาอาชีพที่มี Trinity เป็นแรงบันดาลใจ” Yanina พูดถึงความพิเศษของงาน
ใน 30 ชิ้นนั้น มีศิลปินไทย 3 คนที่ได้มาร่วมสร้างสรรค์ในครั้งนี้ด้วย

คนแรก ลิลี่-ภิญญ์ฑิตา เตชะมงคลาภิวัฒน์
ลิลี่ผู้เป็น Illustrator มากับผลงาน Entwined Odyssey เซต 3 ภาพที่แบ่งไทม์ไลน์ 100 ปีของ Trinity เป็น 3 ช่วง จากอดีตกาลสู่อนาคต โดยแต่ละภาพก็เต็มไปด้วยเครื่องมือสื่อสารในยุคนั้น ๆ เพื่อสื่อถึงการส่งต่อความรักและความรู้สึกดี ๆ ให้กัน

คนถัดมา เสมา-สุบรรณกริช ไกรคุ้ม
เสมาเรียกตัวเองว่า Miniature Painter (นักวาดภาพจุลศิลป์) ผลงาน Tri-Orbit ของเขาจึงต้องอาศัยแว่นขยายช่วยดูรายละเอียด คอนเซปต์ของงานนี้ คือดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก 3 องค์ประกอบที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของศิลปะ หากสังเกตดี ๆ จะเห็น Trinity ซ่อนอยู่ในชิ้นงานด้วย

และคนสุดท้าย โอ-ศรัณย์ เย็นปัญญา หรือเจ้าของคอลัมน์ ‘วัตถุปลายตา’ ประจำ The Cloud นี่เอง
พี่โอเป็นดีไซเนอร์ที่สนใจ ‘ความธรรมดา’ หรือแม้แต่ ‘ความเห่ย’ รอบ ๆ ตัว งานม้าหมุนสเตนเลส-ผ้าไหมปักธงชัยที่ชื่อว่า Trinity-go-round นี้ สื่อถึง ‘ความรู้สึกรัก’ ที่ได้ทำอะไรสักอย่างเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นการทำแอนิเมชันครั้งแรก ทำ Installation ครั้งแรก หรือเล่นม้าหมุนครั้งแรกก็ตาม
จากที่ Yanina บอกไว้ว่า
“Trinity สื่อถึงรูปแบบความรักที่หลากหลายในปัจจุบัน ความกตัญญู ครอบครัว มิตรภาพ การสมรส ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่มีอะไรมากำหนด”
ถ้าถามว่าส่วนไหนของนิทรรศการที่เรารู้สึกถึงความไม่สิ้นสุดของ Trinity ได้มากที่สุด ก็คงเป็น IMAGINE INFINITE CIRCLES อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าชาว Cartier เมื่อ 100 ปีที่แล้วจะเคยคิดไหมว่าแหวนวงหนึ่งจะมาไกลได้ขนาดนี้
ทำเอานึกภาพออกว่ายังไง Trinity ก็คงอยู่ไปได้เรื่อย ๆ จนได้จัด Trinity 200 Pop up แม้เราจะไม่มีโอกาสได้ไปเยือนก็ตาม (ถึงตอนนั้นก็ฝากชมผลงานศิลปินไทยด้วยนะ)
หลังงานเฉลิมฉลองทั้งหมด เรากลับบ้านด้วยความเต็มอิ่มและความรู้สึกอันตรายอย่างหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในใจ
เริ่มอยากได้ Trinity สักวงแล้วล่ะ

ภาพ : Cartier
Write on The Cloud
Travelogue

ถ้าคุณมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ และเบอร์โทรติดต่อ มาที่อีเมล writethecloud@cloudandground.com ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งหมวกรุ่นพิเศษจาก Calm Outdoors แบรนด์แฟชั่นสายแคมป์แบรนด์แรกของไทยที่ทำเสื้อผ้าตอบโจทย์คนเมืองแต่ใจลอยไปอยู่ในป่า ซึ่งสกรีนลวดลายพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ
