17 มกราคม 2025
2 K

เมื่อเรามาถึงศูนย์กายสัตว์อุทิศ ซึ่งรับบริจาคร่างสัตว์เลี้ยงที่ชั้น 4 ของอาคาร 60 ปี สัตวแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่แห่งนี้เงียบเชียบจนเราสงสัยว่ามาผิดที่หรือไม่

แต่เมื่อชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นเดินออกมาต้อนรับ ก็ทำให้อุ่นใจว่าเราได้พบคนที่นัดหมายแล้ว นั่นคือ ผศ.น.สพ.สิริพงศ์ เกียรติกิตติคุณ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬาฯ และหัวหน้าศูนย์กายสัตว์อุทิศ อันเป็นเหตุผลที่ทำให้เราขอนัดเจอเขา

หากให้อธิบายสั้น ๆ ว่า ‘ศูนย์กายสัตว์อุทิศ’ คืออะไร ศูนย์แห่งนี้เป็นตัวกลางในการรับบริจาคร่างสัตว์เลี้ยง เพื่อใช้ในการเรียนการสอนของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศูนย์กายสัตว์อุทิศก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2558 มีอาจารย์สิริพงศ์เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง นั่นยิ่งทำให้เราต้องคุยกับเขา หากอยากเข้าใจความเป็นไปและการรับบริจาคร่างสัตว์เลี้ยงของที่นี่ซึ่งสำคัญและจำเป็นไม่แพ้ร่างกายมนุษย์ เพราะในการเรียนการสอนนิสิตสัตวแพทย์ ต้องการร่างสัตว์เพื่อศึกษาและใช้ฝึกฝนทำการรักษาจนชำนาญเพื่อไปรักษาสัตว์ที่ยังมีลมหายใจ

รู้จักศูนย์กายสัตว์อุทิศ

ก่อนอื่นเราอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับศูนย์กายสัตว์อุทิศผ่านขั้นตอนการรับบริจาคร่างสัตว์เลี้ยง เพราะคงเป็นข้อมูลที่คนอ่านต้องการมากที่สุดและพอทำให้เราเข้าใจศูนย์แห่งนี้ได้ในเบื้องต้น

หากใครมีสัตว์เลี้ยงและพวกเขาเดินทางมาถึงวันสุดท้าย คุณในฐานะคนเลี้ยงตัดสินใจได้ว่าจะจัดการกับร่างสัตว์อันเป็นที่รักอย่างไร ซึ่งตัวเลือกมีมากมายไม่ต่างจากคน ตั้งแต่เผา ฝัง หรือทำพิธีทางศาสนา ไปจนถึงการบริจาคร่างเพื่อใช้ในการเรียนการสอนของคณะสัตวแพทยศาสตร์

หากเลือกวิธีบริจาคร่าง คุณมีเวลาประมาณ 24 ชั่วโมงในการติดต่อทำเรื่องบริจาค อาจารย์สิริพงศ์ให้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันร่างเสียหายเพราะไม่ได้รับการถนอมอย่างถูกต้อง นั่นแปลว่าระหว่างที่ทำเรื่องบริจาค ต้องเก็บร่างสัตว์เลี้ยงไว้ในความเย็นเพื่อคงสภาพ

อาจารย์สิริพงศ์บอกว่า สถานที่ที่เปิดรับบริจาคร่างสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่คือมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะสัตวแพทยศาสตร์ หากสะดวกที่ไหนก็ติดต่อเพื่อข้อมูลได้เลย ไม่จำเป็นต้องมาบริจาคที่ศูนย์กายสัตว์อุทิศก็ได้ แต่ถ้าคุณอยากบริจาคที่นี่ กระบวนการจะเริ่มจากให้เจ้าของเดินทางมาที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬาฯ พร้อมร่างสัตว์เลี้ยง แล้วติดต่อที่แผนกต้อนรับเพื่อแจ้งความประสงค์ จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่มาพูดคุยพร้อมแจ้งข้อมูลที่จำเป็น และนำเอกสารสำหรับกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น ชื่อ สายพันธุ์ ขนาด ฯลฯ เมื่อเจ้าของจรดปากกาเซ็นยินยอมลงบนเอกสาร เป็นอันว่ากระบวนการบริจาคเสร็จสมบูรณ์ ร่างสัตว์เลี้ยงจะถูกนำไปเก็บรักษาเพื่อเตรียมการสำหรับเป็นอาจารย์ใหญ่ต่อไป

“เรารับบริจาคสัตว์เลี้ยงทุกประเภท สัตว์ที่ได้รับบริจาคมากที่สุดคือสุนัขและแมว ปี ๆ หนึ่งได้รับบริจาคร่างประมาณ 200 – 300 ร่าง” 

ตัวเลขนี้อาจฟังดูเยอะ แต่อาจารย์สิริพงศ์บอกว่าเมื่อเทียบกับจำนวนนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ที่มีตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และคณะอาจารย์ ซึ่งรวมกันเกือบพันคน ร่างอาจารย์ใหญ่หลักร้อยจึงยังไม่เพียงพอ 

สาเหตุที่ศูนย์กายสัตว์อุทิศได้รับบริจาคร่างสุนัขและแมวมากที่สุด ก็เพราะเป็นประเภทสัตว์ที่คนนิยมเลี้ยง แต่ยังต้องการสัตว์ประเภทอื่น ๆ หรือสัตว์เลี้ยงพิเศษ (Exotic Pets) เช่น ปลา กระต่าย งู นก ฯลฯ ด้วย เพราะสัตว์แต่ละประเภทมีร่างกายและโรคที่พบแตกต่างกัน หากได้รับบริจาคสัตว์หลากหลายประเภทขึ้น นิสิตและอาจารย์ก็จะได้ศึกษาลักษณะของสัตว์แต่ละประเภทมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการรักษามากขึ้น

“อาจารย์บางคนอาจต้องรักษาสัตว์จำพวกปลาตัวใหญ่ ๆ เขาจะมาติดต่อขอร่างของปลาไปศึกษาก่อนทำการรักษาจริง

“สัตว์แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนกันอีก เช่น สุนัขพันธุ์หน้าสั้นมักมีปัญหาหายใจลำบาก มีอาการกรน เพดานปากห้อยย้อย หรือสุนัขสายพันธุ์ขนาดเล็ก เช่น ชิวาวา มักมีปัญหาลูกสะบ้าเคลื่อนหรือร่องกระดูกตื้น”

เกณฑ์ที่ใช้รับบริจาคร่างสัตว์เลี้ยงหลัก ๆ คือไม่ได้เป็นโรคที่ติดต่อคนได้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า และร่างที่นำบริจาคไม่ผิดรูป เพราะโรคบางโรค เช่น มะเร็งบางชนิดอาจส่งผลให้อวัยวะเสียหายและรูปร่างเปลี่ยนไปได้

เกณฑ์สุดท้ายคือขนาดตัว เนื่องจากพื้นที่เก็บรักษาร่างบริจาคมีจำกัด ทำให้รับบริจาคร่างที่มีน้ำหนักเกิน 30 กิโลกรัมไม่ได้

อาจารย์สิริพงศ์เล่าว่า มีหลายคนที่รู้เรื่องการบริจาคร่างสัตว์เลี้ยงแล้วโทรมาถามว่าทำเรื่องบริจาคไว้ก่อนได้ไหม ขณะที่สัตว์เลี้ยงของพวกเขายังไม่เสียชีวิต อาจารย์ตอบว่า ในการบริจาคต้องมีการเก็บข้อมูลรายละเอียดของสัตว์เลี้ยง ถ้าทำเรื่องบริจาคก่อนและเก็บข้อมูลทันทีเลย อาจทำให้ข้อมูลมีความคลาดเคลื่อนได้ ณ ตอนนี้เลยรับบริจาคได้เฉพาะสัตว์ที่ตายแล้วภายใน 24 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 48 ชั่วโมง

วิธีศึกษาอาจารย์ใหญ่

อาจารย์สิริพงศ์ใช้ชีวิตที่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ตั้งแต่สมัยเป็นนิสิต พอเรียนจบก็สมัครเป็นอาจารย์ประจำคณะ รวมเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี อาจารย์จึงพอมองเห็นบรรยากาศการเรียนการสอนที่เปลี่ยนแปลงไป

“ต้องเกริ่นให้ฟังก่อน” อาจารย์สิริพงศ์เริ่มต้นเล่าถึงการเรียนการสอนในคณะสัตวแพทยศาสตร์ด้วยการย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่การศึกษาร่างกายสัตว์ยังคงใช้ร่างที่มีชีวิต 

“สมัยผมเป็นนิสิต ส่วนใหญ่ใช้สุนัขที่ยังมีชีวิตหรือเรียกว่าสัตว์ทดลอง แต่ใช้ไม่เยอะ ใช้เท่าที่จำเป็น อาศัยอ่านหนังสือหรือสังเกตอาจารย์ที่ทำการรักษาจริง ๆ ฉะนั้น โอกาสที่นิสิตจะได้ฝึกฝนมีน้อย และการใช้สัตว์ที่มีชีวิตเป็นเรื่องโหดร้าย ผิดจรรยาบรรณ เราจึงเริ่มมาคิดกันว่าน่าจะใช้ร่างสัตว์ที่เสียชีวิตไปแล้วดีกว่า”

จากสุนัขที่ยังมีชีวิตอยู่จึงเปลี่ยนมาเป็นร่างสุนัขที่เสียชีวิตแล้ว นิสิตและอาจารย์จึงมีโอกาสศึกษาร่างกายของสัตว์อย่างเต็มที่ แต่อายุการใช้งานของร่างร่างหนึ่งไม่ยาวนานนัก เพียง 3 สัปดาห์ก่อนที่ร่างกายจะเสียหายจนใช้ทำการศึกษาไม่ได้อีกต่อไป

อาจารย์สิริพงศ์เล่าว่าสมัยก่อนการเก็บรักษาร่างสัตว์ใช้วิธีแช่แข็ง เมื่อนำออกมาใช้งาน ร่างสัมผัสกับอากาศ ทำให้กล้ามเนื้อและอวัยวะภายในค่อย ๆ กลายสภาพจากเดิม รวมไปถึงวิธีแช่แข็งยังทำให้ขยับร่างได้ไม่มากนัก จึงศึกษาการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อหรือความยืดหยุ่นของอวัยวะต่าง ๆ ไม่ได้ตามความเป็นจริง บรรดาอาจารย์ในคณะสัตวแพทยศาสตร์จึงช่วยกันหาวิธีถนอมร่างสัตว์ให้อยู่ได้นาน ๆ โดยยังมีลักษณะสมบูรณ์มากที่สุด

ใช้ฟอร์มาลินช่วยได้ไหม – เราลองถามอาจารย์สิริพงศ์ถึงสารที่เราได้ยินชื่อบ่อย ๆ ว่าใช้ถนอมศพคน ซึ่งน่าจะใช้ถนอมศพสัตว์ได้เช่นกัน แต่อาจารย์สิริพงศ์ส่ายหน้าแทนคำตอบ พร้อมให้เหตุผลว่า ฟอร์มาลินเป็นสารเคมีที่มีผลกระทบต่อคน ทั้งผ่านการสูดดมหรือสัมผัส อาจส่งผลต่อเยื่อบุจมูกหรือผิวหนังได้ ไปจนถึงเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งได้ด้วย ฉะนั้น การถนอมร่างอาจารย์ใหญ่ที่เป็นคนจึงต้องคิดค้นน้ำยาถนอมที่ไม่ใช้สารฟอร์มาลิน

หนทางในการถนอมร่างสัตว์ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคนใช้งานก็เช่นเดียวกัน คือต้องคิดค้นน้ำยาถนอมร่าง

ผศ.สพ.ญ.ดร.ศิรกานต์ ฐิตวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา เป็นตัวตั้งตัวตีในการคิดค้นน้ำยาถนอมร่างที่ทำออกมา 2 สูตร คือสูตรที่ใช้ในการเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์ สูตรนี้ทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อมีลักษณะแข็ง เพื่อศึกษาโครงสร้างร่างกายจำพวกกล้ามเนื้อ กระดูก ส่วนน้ำยาอีกสูตรใช้ในการเรียนวิชาศัลยกรรม อย่างการฝึกการผ่าตัด น้ำยาสูตรนี้เลยทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อนุ่มกว่าสูตรแรก อวัยวะยืดหยุ่น และเคลื่อนไหวได้ดี

นี่เป็นการต่อยอดสูตรน้ำยาถนอมร่างที่ใช้กับคน ที่สำคัญคือปราศจากสารอันตรายที่คนใช้ และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยในการบริหารศูนย์กายสัตว์อุทิศในการรับร่างสัตว์มาดูแล 

สัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในคนสำคัญของชีวิตมนุษย์

กว่า 10 ปีที่ศูนย์กายสัตว์อุทิศก่อตั้ง มีเจ้าของบริจาคร่างสัตว์เลี้ยงเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน แต่ละร่างจึงต้องมีการใช้งานให้คุ้มค่ามากที่สุดก่อนนำไปทำพิธีฌาปนกิจ อันเป็นการมอบคำขอบคุณและบอกลาครั้งสุดท้ายต่อสัตว์ตัวนั้น ๆ อย่างสมบูรณ์ 

เพราะอาจารย์ใหญ่แต่ละร่างผ่านการศึกษามาอย่างอย่างละเอียด กว่าจะถึงวันสุดท้ายในการปฏิบัติหน้าที่ จึงอาจมีบางร่างที่ไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ – นี่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้บรรดาเจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องตัดสินใจอย่างหนักว่าพวกเขาจะยอมบริจาคร่างสัตว์เลี้ยงหรือไม่

“เราจะบอกเงื่อนไขการบริจาคตั้งแต่แรกเลยว่า ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนร่างสัตว์เลี้ยงหลังใช้ในการเรียนจบแล้ว เพราะสภาพของน้อง ๆ อาจไม่เหมือนเดิม เราอยากให้เจ้าของจดจำภาพตอนที่น้อง ๆ มีชีวิตอยู่ เป็นความทรงจำดี ๆ จะดีกว่า บางคนถ้ารับเรื่องนี้ไม่ได้ก็อาจตัดสินใจไม่บริจาค หรือบางคนต้องการร่างของน้องไปทำพิธีเอง เพราะเขารู้สึกว่ายังติดค้าง ยังไม่ได้ส่งน้องอย่างครบถ้วนสมบูรณ์”

คงเป็นเรื่องยากสำหรับบางคนที่รู้ว่าร่างของสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักซึ่งแม้จะไร้ลมหายใจ ถูกผ่า ตัด หรือร่างนั้นไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่รู้สึกว่าอย่างน้อยที่สุดร่างสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของพวกเขาได้ทำประโยชน์เป็นครั้งสุดท้าย

“มีเจ้าของบางรายที่ทำใจไม่ได้ เขารู้สึกว่าน้องเป็นเหมือนลูก เป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ตัดสินใจเอาร่างมาบริจาคก่อน เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งพวกเขาทำใจได้แล้วค่อยมาร่วมพิธีส่งน้อง”

จึงเป็นเรื่องที่คนบริจาคโทรมาถามบ่อย ๆ ว่า เมื่อไหร่น้องของพวกเขาจะเข้าสู่พิธีฌาปนกิจ เพื่อที่จะได้บอกลากันอย่างสมบูรณ์ อาจารย์สิริพงศ์เล่าว่า ร่างแต่ละร่างเมื่อรับบริจาคเข้ามาไม่ได้แปลว่าจะนำไปใช้ในการเรียนการสอนทันที ต้องมีการแจ้งความประสงค์มาที่ศูนย์กายสัตว์อุทิศก่อนว่าต้องการร่างสัตว์ประเภทใดมาศึกษา ทำให้ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่วันบริจาคจนถึงการเข้าพิธีฌาปนกิจจึงอยู่ที่ประมาณ 1 – 3 ปี

คนที่เกิดไอเดียเรื่องการทำพิธีฌาปนกิจก็คืออาจารย์ศิริกานต์เช่นเดิม อาจารย์ต้องการแสดงความเคารพว่าทุกร่างเปรียบเสมือนอาจารย์ใหญ่ ช่วยสอนนิสิตผ่านร่างกาย 

“ถ้าอยากจะฝากอะไรสักอย่าง คงอยากเชิญชวนให้เจ้าของสัตว์ที่สนใจมาบริจาคร่างสัตว์เลี้ยงที่เป็นที่รัก เป็นโอกาสที่จะได้ร่วมทำบุญกันครั้งสุดท้าย”

บางคนอาจเกิดคำถามว่า การบริจาคร่างเข้าข่ายการละเมิดสิทธิสัตว์หรือไม่ เพราะสัตว์คงไม่ตัดสินใจได้สมบูรณ์แบบเช่นคน

ในฐานะคนเขียน เรานึกถึงประโยคที่มักได้ยินบ่อย ๆ ว่า คนเราตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้ มันคงใช้ได้กับสัตว์เช่นกัน ความตายทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายหลุดพ้นจากโลกใบนี้ไปสู่การเดินทางบทใหม่หรือหายไปเลย ฉะนั้น สิ่งที่ยังเหลืออยู่อย่างร่างกายคงไม่มีผลกับเจ้าตัวอีกแล้ว 

เราเชื่อว่าการตัดสินใจที่ส่งผลประโยชน์ย่อมดีเสมอ สุดท้ายแล้วร่างของอาจารย์ใหญ่ตัวน้อยเหล่านี้ก็ให้ความรู้ เป็นที่ฝึกฝน ผลิตสัตวแพทย์กลับมาช่วยเหลือเพื่อน ๆ ของเขาต่อไป

สอบถามรายละเอียดการรับบริจาคได้ที่ Facebook : Animal Cadaver Donation Center – ศูนย์กายสัตว์อุทิศ

Writer

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตขับเคลื่อนด้วยแสงแดดและหวานร้อย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์