20 สิงหาคม 2024
14 K

Sustrends 2025 เวทีที่จะมาอัปเดตเทรนด์ด้านความยั่งยืนใหม่ล่าสุดของโลกกลับมาแล้ว!

ถ้าคุณคือคนที่กำลังทำงานด้านความยั่งยืน หรือกำลังตามหาแนวคิดด้านความยั่งยืนที่กำลังจะส่งผลต่อโลกในอนาคตอันใกล้ นี่คืองานของคุณ

The Cloud จับมือกับ UNDP, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร, UN Global Compact Network Thailand, SDG Move ร่วมด้วย กระทรวงการต่างประเทศ, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิโลกสีเขียว, ป่าสาละ, ChangeFusion, OKMD และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนอีกกว่า 20 องค์กร ร่วมกันจัด ‘Sustrends 2025’ งานสัมมนาว่าด้วย 45 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังจะเปลี่ยนโลก จาก 15 วงการ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน โดยวิทยากรแต่ละท่านจะเล่า 3 เทรนด์ที่เราต้องรู้ ผ่าน 3 สไลด์ ในเวลาท่านละ 10 นาที 

ความน่าสนใจของงานนี้ประกอบด้วย

1. เวทีสัมมนา

2. การจัดงานด้วยความยั่งยืน บูทขององค์กรที่ทำงานด้านความยั่งยืน และร้านอาหารยั่งยืนในมุมใหม่

3. มีการให้ทุน Sustrends 2025 in Action สำหรับผู้ที่อยากนำแนวคิดที่ได้ฟังจากงานไปทำโครงการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง

นี่คืองานที่เราตั้งใจจัดต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้คนทำงานด้านความยั่งยืนได้รับข้อมูลใหม่ ๆ สำหรับวางแผนการทำงานในปีต่อไป งาน Sustrends 2025 จะจัดในวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2567 เวลา 10.00 – 17.00 น. ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ งานนี้รับผู้ชมจำนวนจำกัด เข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แลกเปลี่ยน เรียนรู้ กับโครงการ ‘รักน้ำ’ การจัดการน้ำในชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม

มีชัย วีระไวทยะ 

ผู้ก่อตั้งและนายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน

ดร.รอยล จิตรดอน 

กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี

ผู้อํานวยการอาวุโส ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า ประจําประเทศไทย เมียนมา และลาว

ธงชัย ศิริธร 

กรรมการ มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย

สนิท ทิพย์นางรอง

กรรมการบริหารจัดการน้ำชุมชน ตำบลหนองโบสถ์ บ้านลิ่มทอง จังหวัดบุรีรัมย์

กล่าวเปิดงาน

อิรีนา กอร์ยูโนวา

รองผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจำประเทศไทย

พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย)

เจ้าคณะภาค 6 – 7 (ธรรมยุต) และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

เป็นพระชาวเนปาลเชื้อสายศากยวงศ์ เรียนจบปริญญาเอกด้านมานุษยวิทยาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เป็นหนึ่งในคลังสมองของสหประชาชาติด้านความยั่งยืน ได้รับรางวัล Guardians of The Planet ของ UNESCO ได้รับเชิญไปบรรยายเรื่อง Sustainable Brand ให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทขนาดใหญ่กว่า 1,500 แห่งในหลายประเทศ รวมถึงเป็นอาจารย์สอนพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกา และทำงานร่วมกับ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เพื่อผลักดันแนวคิดทางศาสนาถูกใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ท่านจะชวนทุกคนตั้งคำถามทฤษฎีการพัฒนาที่ยั่งยืนว่าถูกต้องเพียงใด และทำไมพระสูตรแรกของพุทธศาสนาถึงเหมาะจะนำมาใช้ทำงานด้านความยั่งยืน

พินทุ์สุดา ชัยนาม

อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ

เดือนกันยายนนี้จะเกิด Summit of the Future ซึ่งเป็นการประชุมที่มีความสำคัญในระดับโลก เพราะเป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาสังคม มาร่วมกันหารือและกำหนดทิศทางในประเด็นสำคัญที่กระทบต่ออนาคตของโลกในหลายมิติ โดยเน้นการพัฒนากลไกในการจัดการปัญหาระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงทรัพยากรที่ยั่งยืน แล้วเนื้อหาของการประชุมจะเป็นอย่างไร รวมถึงจะเกี่ยวข้องกับงานด้านความยั่งยืนของไทยในมิติไหน รอฟังได้ในช่วงนี้

ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ

ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย

นอกจากการปรับตัวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเราจะพัฒนาทุนมนุษย์อย่างไรเพื่อให้มวลมนุษยชาติใช้ชีวิตอยู่ได้หลังปี 2030 หรือเมื่อโลกร้อนขึ้น 2 องศาเซลเซียส ซึ่งสภาพแวดล้อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สิ่งที่จะได้ฟังช่วงนี้คือแนวทางที่เราควรปรับตัวและปรับใจเพื่อใช้ชีวิตในโลกที่เปลี่ยนไป โดยประเด็นสำคัญคือ Inner Development Goals แนวคิดที่กำลังจะถูกพูดถึงอย่างมากในอนาคตอันใกล้นี้

ดร.เสรี นนทสูติ

กรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ดร.เสรี นนทสูติ เป็นนักกฎหมายที่ได้มีส่วนร่วมเป็นกรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ในช่วงนี้จะพูดถึงเรื่องของความยั่งยืนยุคใหม่ที่ประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นตัวขับเคลื่อน ในช่วงนี้เราจะได้ฟังกันว่า แนวคิดทางสิทธิมนุษยชนในเวทีโลกเคลื่อนไปถึงไหนแล้ว เช่นเดียวกับข้อกำหนดกฎหมายต่าง ๆ ที่บังคับใช้ในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลต่อการทำธุรกิจระหว่างประเทศ

สุดารัตน์ เมฆฉาย

กรรมการสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย

ประเด็นผู้พิการถูกพูดถึงเนิ่นนานในประเทศไทย แต่ในยุคนี้เราไม่ได้มองแต่ประเด็นผู้พิการอย่างเดียวเรา เรายังมองถึงประเด็นผู้พิการที่ทับซ้อนกับประเด็นปัญหาอื่น ๆ มาดูกันว่า ถ้าอยากช่วยให้ผู้พิการมีชีวิตที่ดีขึ้น เราควรมองในมิติไหนบ้าง และควรส่งเสริมไปในทิศทางใด

กิตตินันท์ ธรมธัช

นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ประชาคมโลกต่างขานรับการยุติการเลือกปฏิบัติต่อความหลากหลายของมนุษย์ และยิ่งทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เราแบ่งประชากรกลุ่มเปราะบางได้ประมาณ 13 กลุ่ม โดยพยายามจัดการแก้ปัญหาด้วยแนวทางเฉพาะสำหรับแต่ละกลุ่ม ในความเป็นจริง ประชากรกลุ่มเปราะบางจำนวนมากมีอัตลักษณ์ทับซ้อน คือมีความเปราะบางหลายด้านพร้อมกัน และมักจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในที่สุด จึงต้องการความเข้าใจในการแก้ปัญหามากขึ้น แล้ววิธีการแก้ปัญหาที่ทำอยู่ผิดพลาดอย่างไร เราควรปรับตัวไปทางไหน และพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่กำลังอยู่ในการพิจารณามีเนื้อหาสำคัญอย่างไร จะช่วยขจัดการเลือกปฏิบัติและนำไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างไร ช่วงนี้มีคำตอบ


รศ.ดร.นพพล วิทย์วรพงศ์

คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ในโลกอนาคตนั้นขึ้นกับเมกะเทรนด์ 2 อย่าง อย่างแรก คือเรื่องเสรีภาพที่เพิ่มมากขึ้น อย่างที่ 2 คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับทุกช่วงชีวิต ดังนั้น สาธารณสุขในอนาคตจึงสัมพันธ์กับเรื่องสิทธิในด้านต่าง ๆ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าจนเราใช้การรักษาแบบเดียวกับทุกคนไม่ได้อีกต่อไป ถ้าอย่างนั้นแล้วเราควรเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่ระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืนในอนาคตอย่างไร

จักรชัย โฉมทองดี

ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ PlantWorks

การปฏิรูประบบการผลิตอาหารเป็นประเด็นที่สำคัญมากของไทย เพราะจะส่งผลต่อมิติของสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ แล้วการผลิตแบบไหนถึงจะสะท้อนความเป็นจริงของ Planetary Boundary หรือขอบเขตโลกของเรา เมื่อปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อโลกคือการผลิตโปรตีน เราควรหาแหล่งโปรตีนใหม่อย่างไร โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีแหล่งโปรตีนตามธรรมชาติในอาหารท้องถิ่นเยอะมาก จึงเป็นการมองเรื่องอาหารทั้งในอนาคตและย้อนกลับไปในอดีต ซึ่งจะส่งผลให้สุขภาพของประชากรดีขึ้น และที่สำคัญ รูปแบบการผลิตสินค้าเกษตรของไทยเพื่อส่งออกขึ้นกับพืชเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ซึ่งทุกชนิดอยู่ในช่วงขาลง ปริมาณการผลิตลดลง รายได้ลดลง สุขภาพเกษตรกรแย่ลง มาดูกันว่าทิศทางใหม่ที่ประเทศไทยควรมุ่งไปจะเป็นอย่างไร

ดร.พิเศษ สอาดเย็น

ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)

ยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนไป มีหลายเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมแบบเดิมให้ความยุติธรรมไม่ได้แล้ว เมื่อระบบยุติธรรมตามไม่ทันรูปแบบของสังคมที่เปลี่ยนไป จนก่อให้เกิดผลเสียมากมายทั้งต่อบุคคล สิ่งแวดล้อม ธุรกิจ และรัฐ ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ และถ้ามองในมิติของการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนหรือ Green Transition หากไร้ความยุติธรรมก็อาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา รวมถึงทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้น มาดูกันว่าประชาชนทั่วไปจะมีส่วนร่วมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบยุติธรรมได้อย่างไร

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี

อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ถ้าเปรียบให้เห็นภาพ โลกเหมือนบ้านที่มีหลายห้อง มีรั้ว และมีเพื่อนบ้าน สถานการณ์วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนทราบดี คือรั้วบ้านกำลังถูกทำลายด้วยก๊าซเรือนกระจก ภายในบ้านก็มีปัญหาความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในป่า ในมหาสมุทร แม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตระดับจุลชีพ สิ่งแวดล้อมรอบบ้านอย่างมลพิษทางอากาศก็มีปัญหา ทางแก้ปัญหาควรจะเป็นอย่างไร การปรับโครงสร้างหน่วยงานราชการแบบไหนจะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงจุดสมดุลที่เราควรจะมุ่งไปเป็นสมดุลของใคร และสมดุลอย่างไร

ดร.เพชร มโนปวิตร

เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียวและนายกสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

โลกบรรลุข้อตกลงร่วมกันปลายปี 2022 (ภายใต้กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก) ว่าเราจะต้องมุ่งหน้าการพัฒนาไปสู่เส้นทางที่ทำให้ธรรมชาติฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง (Nature-positive Pathways) ช่วงนี้จึงจะพูดถึงพัฒนาการของนโยบายและแนวคิดในการฟื้นฟูธรรมชาติที่กลายเป็นกฎหมายที่มีความก้าวหน้าหลายฉบับ พร้อมกับกระแสความตระหนักรู้ว่าเราแก้วิกฤตด้านภูมิอากาศไม่ได้ถ้าไม่ฟื้นฟูสมดุลของธรรมชาติให้กลับมา โดยจะพูดถึงกฎหมาย 3 ฉบับ จากอังกฤษ สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย ที่แสดงให้เห็นว่าสร้าง Nature-positive ได้จริงได้อย่างไร

เพียรพร ดีเทศน์

ผู้อำนวยการรณรงค์ภูมิภาค International Rivers

แม่น้ำโขงกำลังถูกทำลายอย่างหนักทั้งจากการสร้างเขื่อนในประเทศจีน การระเบิดแก่ง และการสร้างเขื่อนโดยภาคธุรกิจจากประเทศไทย ระบบนิเวศของแม่น้ำโขงและนิเวศบริการพังทลาย ประชาชนที่พึ่งพาแม่น้ำโขงในรูปแบบต่าง ๆ ถูกผลักออกโดยไม่มีทางเลือก แม่น้ำนานาชาติอย่างแม่น้ำโขงไม่ใช่น้ำในสถานะของเหลว แต่ยังเป็นระบบนิเวศของน้ำขนาดใหญ่จากหิมะบนยอดเขาหิมาลัยเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่เพื่อให้เกิดการดำรงอยู่ของชีวิตมากมาย การทำลายแม่น้ำโขงดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ทั้งสาเหตุและผลกระทบล้วนเกิดขึ้นใกล้ตัวเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างไม่น่าเชื่อ เราต่างทำร้ายแม่น้ำโขง และเป็นผู้ที่จะผลักดันให้เกิดการปกป้องแม่น้ำโขงได้

ดร.ครรชิต รองไชย

ผู้ก่อตั้ง AI and Sustainability Laboratory

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI ถูกนำมาใช้งานหลากหลายรูปแบบและใกล้ตัวพวกเรามาขึ้นเรื่อย ๆ และยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่ช่วยเร่งให้เราบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ตามเป้า ปัจจุบันมีการนำ AI มาใช้แก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหลายด้าน ทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรม สาธารณสุข แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดประเด็นว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์ ส่งผลต่อมิติความมั่นคงของมนุษย์ ดังนั้น จึงเกิดแนวคิดใหม่ในการพัฒนา AI รวมถึงการสอน AI ให้ไม่มีอคติ (เพราะ AI เรียนรู้จากการเก็บข้อมูลมาจากการตัดสินใจของมนุษย์ที่มีอคติ) และทำความรู้จัก EU AI Act หรือกฎหมาย AI ของสหภาพยุโรป ที่จะเป็นแนวทางหลักในการพัฒนากฎหมาย AI ของประเทศไทยต่อไป

ผศ.ชล บุนนาค

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนกำหนดปลายทางไว้ที่ปี 2030 คำถามที่คนจำนวนมากสงสัยก็คือ แล้วการทำงานด้านความยั่งยืนในโลกหลังปี 2030 จะเป็นอย่างไรต่อไป ประเด็นและเป้าหมายจะถูกกำหนดอย่างไร และจะส่งต่อประเทศไทยในมุมไหน ติดตามได้ในช่วงนี้

สฤณี อาชวานันทกุล

กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด

ประเทศไทยเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานตั้งแต่มีการประกาศเป้าหมาย Net Zero ในระดับนานาชาติ เพราะพลังงานคือปัจจุบันสำคัญที่สุดที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ และไทยเพิ่งมีร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan) ปี 2024 ซึ่งอยู่ภายใต้แผนแม่บทในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งน่าสนใจมากว่าแผนนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยุติธรรมได้หรือไม่ ขณะนี้ทั้งโลกล้วนอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แหล่งพลังงานนี้เองที่เป็นจะเป็นต้นทางของความยั่งยืนของอุตสาหกรรมทั้งหลาย หากยังใช้พลังงานฟอสซิลก็ยากที่อุตสาหกรรมจะปรับตัวสู่ความยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจของประเทศในที่สุด ช่วงนี้จึงอยากสื่อสารถึงการทลายมายาคติผิด ๆ มากมายที่คนจำนวนมากมีต่อพลังงาน ความเป็นธรรมของราคาพลังงาน และความยั่งยืนด้านพลังงานที่ขยายมิติไปไกลเกินกว่าเรื่องการปล่อยคาร์บอนแล้ว

งาน Sustrends 2025 ตั้งใจนำเสนอเนื้อหาล่าสุดด้านความยั่งยืน โดยพยายามลดผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากงานให้เหลือน้อยที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น งานนี้ยังพยายามเพิ่มผลกระทบด้านบวกให้เกิดขึ้นด้วย

1. เราเลือกสถานที่จัดงานที่ผู้เข้าร่วมเดินทางมาได้ด้วยระบบขนส่งมวลชน และสนับสนุนให้ผู้ร่วมงานเดินทางมาด้วยวิธีดังกล่าว สำหรับคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เรามีรถรับ-ส่งซึ่งสนับสนุนโดย มูฟมี (MuvMi) รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออก 3

2. เราเลือกสถานที่จัดงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบปรับอากาศ แต่มีความเย็นจากพื้นที่สีเขียวและการไหลเวียนของอากาศ

3. พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ในการจัดงานมาจากเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยการสนับสนุนจาก Banpu

4. งานนี้จัดในรูปแบบ Carbon Neutral Event ซึ่งชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดงานอีเวนต์ทั้งหมดจนเป็นศูนย์ ภายใต้การขอรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. และได้รับการสนับสนุนคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยทั้งหมดจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ

5. งานนี้จัดตาม ‘แนวทางปฏิบัติเบื้องต้นสําหรับการจัดงานอย่างยั่งยืน’ ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

6. อาหารที่แจกในงานจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราอิ่มอร่อยไปพร้อม ๆ กับเรียนรู้เรื่องความยั่งยืน ทั้งร้านอาหารที่ช่วยสร้างอาชีพให้อดีตผู้ต้องขังอย่างครัวตั้งต้นดี ร้านอาหารที่จะเล่าถึงการระดมทุนสำหรับโครงการเพื่อสังคมของเทใจ ร้านอาหารแห่งอนาคตของสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย ฯลฯ

7. เราเลือกกลุ่มประชากรเปราะบางมาเป็นทีมงานช่วยเราจัดงานในส่วนต่าง ๆ โดยไม่มีการแบ่งแยก ถือเป็นทีมเดียวกับเรา

8. ทีมงานของเราไม่มีเสื้อสต๊าฟ เพื่อลดการใช้ทรัพยากร

นั่นคือความพยายามที่เราตั้งใจคิดและทำให้ดีที่สุด ด้วยความหวังว่าคุณจะได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ด้วยกัน

สิ่งที่ดีกว่าการรับทราบคือการลงมือทำ งานในปีนี้เลยจะชวนผู้ฟังเก็บแนวคิดที่ได้ฟังจากงาน นำไปเขียนเป็นโครงการด้านความยั่งยืนแล้วนำกลับมาเสนอ โครงการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับทุนให้ไปทำโครงการ และปีหน้าจะกลับมาที่เวทีแห่งนี้เพื่อเล่าถึงความสำเร็จและบทเรียนจากโครงการที่ทำ 

รายละเอียดที่ คลิก

Sustrends 2025

Sustrends 2025 : งานสัมมนารวม 45 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก จาก 15 วงการ

วัน-เวลา

เวลา 10.00 - 17.00 น.

สถานที่

พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ

จำนวนผู้เข้าร่วม

1200 คน

สมัครเข้าร่วมกิจกรรม