เราจะทำอย่างไรให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้นาน ๆ
เราจะทำอย่างไรให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานน้อยลง
เราจะทำอย่างไรให้ทีมงานมีจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการเหมือนเรา
เราจะไปตามหาคำตอบกันในทริป Rinen in Japan 2026 : Tokyo
The Cloud ร่วมกับ ดร.กฤตินี เพิ่มทรัพย์ หรือหลายคนรู้จักในนามปากกา เกตุวดี Marumura เจ้าของคอลัมน์ Makoto Marketing ใน The Cloud รวมถึงผู้เขียนหนังสือเรื่อง ริเน็น สร้างธุรกิจ 100 ปี ด้วยหลักคิดแบบญี่ปุ่น และ โค้ชณัฏฐ์ เพิ่มทรัพย์ โค้ชผู้บริหารระดับสูงสุด (MCC-ICF) โค้ชแนวหน้าของประเทศไทย ผู้สอนหลักสูตร Coaching for Business Leaders และผู้ก่อตั้งบริษัท The Essential Coach จัดทริป Rinen in Japan 2026 : Tokyo ทริปดูงานในญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้วิธีทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืนหลักร้อยปี และวิธีทำให้พนักงานมีจิตวิญญาณผู้ประกอบการ ในวันที่ 18 – 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ไปฟังเรื่องราวเจาะลึกจากผู้บริหารที่ดำเนินธุรกิจด้วยหลัก Rinen ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้องค์กรค่อย ๆ เติบโตอย่างยั่งยืนและงดงาม
4 บริษัทที่ Rinen in Japan 2026 : Tokyo จะพาไปศึกษาดูงาน ดำเนินธุรกิจผ่านหลักคิด 4 ข้อ ได้แก่
Last Longer – การสร้างธุรกิจให้อยู่ได้หลักร้อยปี
Lean Closer – ออกแบบกระบวนการทำงานที่เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด และพนักงานทุกคนทำงานง่ายที่สุด
Lead Deeper – สร้างองค์กรที่พนักงานทุกคนมีจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ
Look Larger – ขยายองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

รายละเอียดทริป
Toraya แบรนด์ขนมญี่ปุ่นชื่อดังที่มีอายุเกือบ 500 ปี

Toraya (โทระยะ) เป็นร้านขนมญี่ปุ่น (วากาชิ) เก่าแก่ สินค้าดังคือวุ้นโยกังหรือวุ้นถั่วแดง
บริษัทโทระยะเป็นบริษัทเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ได้รับโอกาสจากราชสำนักญี่ปุ่น ตัดสินใจไปเปิดร้านในปารีส ตลอดจนขยายกิจการจนมีกว่า 80 สาขาทั่วประเทศ ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 850 ชีวิต โทระยะยังคงผลิตขนมญี่ปุ่นโบราณแบบดั้งเดิม แต่ขณะเดียวกันก็พัฒนาขนมรูปแบบใหม่ที่ทานง่ายขึ้น เหมาะกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่มากขึ้น


บทเรียนสำคัญที่เราจะได้เรียนรู้จากบริษัทเกือบ 500 ปีอย่างโทระยะ คือเราจะรักษาธุรกิจให้อยู่รอดกับวิกฤตต่าง ๆ ที่คาดเดาไม่ได้ได้อย่างไร
ครั้งนี้เราจะเข้าฟังการบรรยายจาก คุณมิตสึฮารุ คุโรกาวะ ประธานบริษัทรุ่นที่ 18 ผู้จะถ่ายทอดให้พวกเราฟังระหว่างการพยายามรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมกับการกล้าทดลองทำอะไรใหม่ ๆ และการปรับตัวของธุรกิจ
ภาพ : toraya-group.co.jp
บริษัท Nihon Rikagaku Industry ผู้ผลิตชอล์กไร้ฝุ่นอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

บริษัท Nihon Rikagaku Industry ผลิตชอล์กไร้ฝุ่นจากเปลือกหอยเชลล์ มีส่วนแบ่งตลาดในประเทศสูงถึงร้อยละ 70 ทางบริษัทได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก เช่น รางวัลสร้างสรรค์ดีเด่น (日本クリエイション大賞) รางวัล Happy Workplace จากสมาคมแฟชั่นญี่ปุ่น ตลอดจนรางวัลการบริหารจัดการอย่างกล้าหาญ (勇気ある経営大賞) จากสภาหอการค้าโตเกียว
สิ่งที่ทำให้บริษัทนี้มีชื่อเสียงโด่งดังนั้น มิได้มีเพียงชื่อเสียงแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่คือความตั้งใจสร้างอาชีพให้ผู้พิการทางสติปัญญา

บริษัท Nihon Rikagaku Industry เริ่มจ้างงานผู้พิการตั้งแต่ปี 1959 โดยเริ่มจ้างพนักงานหญิง 2 คน เพื่อให้เด็กสาว 2 คนนี้ทำงานในสายการผลิตร่วมกับพนักงานอื่น ๆ ได้ ทางผู้บริหารและพนักงานท่านอื่น ๆ พยายามปรับรูปแบบเครื่องจักร ขั้นตอนการผลิต ให้เด็ก ๆ เข้าใจง่าย และทำงานโดยผิดพลาดน้อยที่สุด เช่น การใช้สีและสัญลักษณ์ต่าง ๆ (Visual Management)
เมื่อผ่านมากว่า 67 ปี ปัจจุบันร้อยละ 70 – 75 ของพนักงานเป็นผู้พิการทางสติปัญญา บริษัทนี้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่กระตือรือร้นในการให้โอกาสผู้พิการมากที่สุดในญี่ปุ่น ผู้พิการหลายท่านทำงานที่นี่จนถึงอายุ 60 ปี หลายท่านได้รับตำแหน่งหัวหน้างาน และเกิดความภูมิในตนเองได้
ในทริปนี้พวกเราจะได้ไปเยี่ยมชมสายการผลิต และเรียนรู้กระบวนการออกแบบวิธีการทำงานให้พนักงาน ‘ทุกคน’ รู้หน้าที่ตนเอง ทำงานได้ถูกต้องแม่นยำ ไม่ผิดพลาด และทำงานได้ง่ายขึ้น มีความสุขในการทำงานมากขึ้น
ภาพ : standardproducts.jp
บริษัท GET-IT ผู้รีไซเคิลสินค้า IT

GET-IT ธุรกิจที่เกิดจากการมองเห็นโอกาสในขยะอิเล็กทรอนิกส์ นำเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ IT มือสองมาทำให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง
ในยุคที่บริษัทต่าง ๆ ล้วนให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน บริษัท GET-IT เติบโตอย่างรวดเร็วมาก มีบริษัทต่าง ๆ ส่งอุปกรณ์มาให้พวกเขาช่วยซ่อมแซม ลบข้อมูล และนำไปขายต่อ ทว่ายิ่งบริษัทเติบโต งานก็ยิ่งหนัก เสียงบ่นจากพนักงานก็ยิ่งมากขึ้น
“พวกเราไม่รู้จะทำงานไปเพื่ออะไร”

คุณทาเคะ ฮิโรตะ ผู้ก่อตั้งบริษัท จึงเริ่มหันมาแก้ไขเรื่องความผูกพันต่อองค์กรและความสุขของพนักงานอย่างจริงจัง เขาพบว่าบริษัทที่มีคะแนนความผูกพันต่อองค์กรสูงจะเป็นบริษัทที่พนักงานอยากมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กล้าแสดงความเห็น ไม่รอแต่คำสั่ง คุณฮิโรตะจึงเปิดเผยข้อมูลตัวเลขด้านการบริหารและดึงพนักงานทุกคนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
พนักงาน GET-IT กว่า 140 ชีวิต ‘ทุกคน’ มีส่วนร่วมในการคิดปรัชญาบริษัทร่วมกัน ‘ทุกคน’ ช่วยกันเขียนวารสารบริษัทที่ออกรายเดือนร่วมกัน พนักงานแต่ละคนเลือกทำโปรเจกต์ได้และเลือกได้ว่าอยากทำโปรเจกต์นี้กับใคร ส่วนกำไรที่บริษัทได้มา ผู้บริหาร ฝ่ายขาย รวมถึงพนักงานหลังบ้าน ล้วนมีส่วนในการตกลงร่วมกันว่าบริษัทควรนำกำไรก้อนนี้ไปลงทุนหรือใช้จ่ายอย่างไร คุณฮิโรตะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ ‘ทุกคน’ มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ในทริปนี้เราจะได้ฟังกระบวนการสร้างปรัชญาองค์กร ตลอดจนการออกแบบองค์กรที่ทำให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมและรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าขององค์กร

ภาพ : dentsu-ho.com/en
ร้านทำผมที่ทายาทรุ่นสองขึ้นมาพลิกฟื้นร้านขาดทุนให้มีกำไรและขยายไป 59 สาขา

ในปี 1964 พ่อของ เท็ตสึฟุมิ โอคุชิ เปิดร้านทำผมเล็ก ๆ ชื่อ ‘โอคุชิ’ ในเมืองชิบะ ปณิธานของพ่อ คืออยากเป็นร้านตัดผมของครอบครัว จะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก ใคร ๆ ก็ได้ แวะมาตัดผมได้อย่างสบายใจ
ในวัย 24 ปี เมื่อโอคุชิกลับมาสืบทอดกิจการร้านทำผมของพ่อ ทว่าโอคุชิพบว่าร้านทำผมของพ่อมีหนี้สินเต็มไปหมด ย่านนั้นก็มีร้านทำผมเปิดใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการแย่งลูกค้ากัน

ภาพ : ohkushi.co.jp
โอคุชิจึงเริ่มรวบรวมประวัติข้อมูลลูกค้า พัฒนาองค์ความรู้เฉพาะภายในองค์กร และสร้างปรัชญาบริษัท Ohkushi ขึ้นมา สิ่งสำคัญที่สุดที่โอคุชิทำ คือการดูแลความสุขและการเติบโตของพนักงาน
จากปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้โอคุชิค่อย ๆ ขยายร้านทำผม Ohkushi เป็น 59 สาขา ยอดขายและกำไรเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 23 ปีที่เขาเข้ามาบริหาร
ท่านประธาน เท็ตสึฟุมิ โอคุชิ จะมาบรรยายเคล็ดลับการทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางการแข่งขันสูงและตลาดที่ผันผวนตลอดเวลา

ภาพ : j-president.net/chiba/ohkushi
Welcome to ทริป Rinen in Japan
Tokyo
วิทยากร

ดร.กฤตินี เพิ่มทรัพย์

โค้ชณัฏฐ์ เพิ่มทรัพย์
สิ่งที่ควรรู้ & สิ่งที่ต้องเตรียม
- ราคานี้รวมค่าเดินทาง ที่พักระหว่างทริป และอาหารทุกมื้อ (ยกเว้นวันที่ 21 พฤษภาคม)
- การเดินทางระหว่างทริปจะเดินทางด้วยรถบัสเป็นหลัก
- ราคานี้ไม่รวมตั๋วเครื่องบินและค่าธรรมเนียมการทำวีซ่า (กรณีท่านที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศญี่ปุ่นได้ 15 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า)
ค่าใช้จ่าย
119,000 บาท/คน (สำหรับนอนคู่) หากต้องการนอนเดี่ยวเพิ่ม 20,000 บาท/คน









