
[FULLY BOOKED]
ขอบคุณที่ให้ความสนใจทริป Forest Walker 01 – The Guardian Trail ขณะนี้ที่นั่งทั้ง 20 สิทธิ์เต็มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ป่าไทยยังมีเส้นทางอีกมากมายที่รอให้คุณออกไปสัมผัส แม้จะไม่ได้เดินทางไปด้วยกัน แต่คุณออกไปชื่นชมความงามและร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการเดินป่าที่ดีในทุก ๆ เส้นทางที่ไปเยือนได้เสมอ
และถ้ายังอยากร่วมเดินทางไปกับเรา โครงการ Forest Walker ยังมีทริป 02 – The Wildlife Trail (ช่วงกลางปี) และ 03 – The Spirit Trail (ช่วงปลายปี) รออยู่ ลงชื่อเพื่อรับข่าวสารกิจกรรมจากเราไว้ (เราขอสัญญาว่า ทันทีที่รู้กำหนดการทริปหน้า เราจะส่งอีเมลมาแจ้งคุณเป็นกลุ่มแรก ตั้งแต่ตอนยื่นหนังสือขออนุญาตเข้าพื้นที่เสร็จ ก่อนที่จะเริ่มทำโปสเตอร์โปรโมตหน้าเพจเสียอีก)
หวังว่าจะได้ร่วมเดินป่าด้วยกันในโอกาสหน้า
ถ้าคุณได้เห็นความงามของป่ายามฝนโปรยด้วยตา ได้ยินเสียงของลำธารที่ไหลกระทบหินด้วยหู และได้สัมผัสไอหนาวในยามค่ำคืนระหว่างมองดาวบนฟ้าด้วยตัวของคุณเอง เชื่อว่าคุณจะรักในผืนป่าและธรรมชาติได้ไม่ยาก
และเมื่อความรักเกิดขึ้น เราย่อมจะช่วยกันดูแลและปกป้องธรรมชาติ โดยไม่ต้องมีใครร้องขอ
วิธีที่จะสัมผัสธรรมชาติได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือ ‘การเดินป่า’ แต่คำถามคือ เราจะพาผู้คนเข้าไปเดินป่าสัมผัสธรรมชาติได้อย่างไร โดยไม่สร้างผลกระทบให้กับธรรมชาติมากจนเกินไป
จึงเกิดเป็น Forest Walker ทริปเดินป่าเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมการเดินป่าที่ดี จากความร่วมมือของ The Cloud, มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และโรงเรียนนักเดินป่า
นี่ไม่ใช่แค่การพาคุณไปเที่ยว แต่คือ ‘ห้องเรียนภาคสนาม’ ที่ยกหลักสูตรและทีมของโรงเรียนนักเดินป่ามาถ่ายทอดวิชาการเข้าป่าอย่างถูกวิธี เพื่อปูพื้นฐานให้มือใหม่และช่วยปรับจูนความเข้าใจให้มือเก๋า บนเส้นทางเดินป่าเส้นใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดมาก่อนในพื้นที่การทำงานจริงของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร องค์กรที่ทำงานขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ในไทยมากว่า 35 ปี
3 ฤดูกาล 3 บทเรียน 3 ผืนป่า

Forest Walker 01 : The Guardian Trail (มีนาคม) ทริปเดินป่าวิชาฝึกงานกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก จ.ตาก
Forest Walker 02 : The Wildlife Trail (กันยายน) ทริปเดินป่าวิชาตามรอยสัตว์ป่า เรียนรู้เเละทำความรู้จักเพื่อนร่วมโลก
Forest Walker 03 : The Spirit Trail (พฤศจิกายน) ทริปเดินป่าวิชาถอดรหัสกวางผา ย้อนรอยต้นกำเนิดมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทาง
Forest Walker 01
The Guardian Trail
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก จ.ตาก
เดินทางวันที่ 19 – 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
เปิดรับสมัครวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 9.00 น.
รับจำนวน 20 คน

ทริปแรกนี้ เราจะพาคุณลัดเลาะ 1,219 โค้ง มุ่งหน้าสู่ ‘เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก’ ผืนป่ามรดกโลก เพื่อร่วมบุกเบิกเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายใหม่ เรียนรู้วิชาสำรวจและการดำรงชีพจาก ‘เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า’ ตัวจริง ผู้ดูแลรักษาผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ประสบการณ์ที่คุณจะได้เจอในเส้นทางนี้
1. เป็นคนกลุ่มแรกที่ได้เดินบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
นี่เป็นเส้นทางใหม่ระยะทางไปกลับ 18 กิโลเมตรบนผืนป่ามรดกโลก ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ ให้เปิดใช้ตามโครงการ Forest Walker 01 เพื่อการเรียนรู้ คุณจะได้เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางบนระบบนิเวศทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ ผ่านผืนป่า 2 ระบบนิเวศ ถ้าโชคดี มีโอกาสสูงมากที่จะได้เจอสัตว์ป่าออกมาทักทาย เช่น กระทิง เก้ง กวาง


2. เรียนรู้วิชาจาก ‘ผู้พิทักษ์ป่า’ ตัวจริง
ไม่มีใครรู้จักป่าดีไปกว่าคนที่ดูแลป่า ทริปนี้คุณจะไม่ได้เดินตามหลังไกด์ แต่จะได้เดินป่าไปพร้อมกับ ‘เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า’ เจ้าของพื้นที่ผู้รู้จักทุกตารางนิ้วของผืนป่าแห่งนี้ จะมาสอนให้คุณ ‘อ่านป่าเป็น’ จากภารกิจลาดตระเวน สำรวจร่องรอยสัตว์ป่า เก็บและบันทึกข้อมูลด้วยระบบ Smart Patrol


3. ห้องเรียนภาคสนามของ ‘โรงเรียนนักเดินป่า’
ยกหลักสูตรและทีมของโรงเรียนนักเดินป่ามาลงพื้นที่ ถ่ายทอดวิชาการใช้ชีวิตในป่าอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล เพื่อให้มือใหม่เริ่มอย่างถูกทิศ และมือเก่าได้ทบทวนวิชาที่อาจเคยเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งการจัดกระเป๋า การดูเส้นทางหาแหล่งน้ำ เลือกทำเลตั้งแคมป์ การจัดการขยะ และการขับถ่ายในป่า โดยยึดหลัก Leave No Trace เมื่อจบทริป คุณจะไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยว แต่จะเป็นหนึ่งในนักเรียนนักเดินป่า ที่พร้อมในการร่วมสร้างวัฒนธรรมการเดินป่าที่ดี

4. ร่วมเดินทางไปกับ ‘พี่งบ ธัชรวี’ แห่ง Thailand Outdoor
ครูใหญ่แห่งวงการเดินป่าเมืองไทย จะมาร่วมเดินทาง แบกเป้ และนอนเต็นท์เคียงข้างพวกเราตลอด 4 วัน 3 คืน เตรียมตัวเก็บเกี่ยวเกร็ดความรู้ เทคนิคการใช้อุปกรณ์ และฟังเรื่องเล่าจากประสบการณ์เดินทางอันโชกโชนของพี่งบที่จะทำให้ไฟแห่งการผจญภัยของคุณลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

5. โอบกอดธรรมชาติและร่วมบทสนทนารอบกองไฟ
ให้รางวัลตัวเองด้วยการตัดขาดจากโลกโซเชียล แล้วพาตัวเองไปอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา ฟังเสียงลมหายใจของป่า และนอนนับดาวที่สว่างไสวเต็มฟ้า พร้อมนั่งรอบกองไฟฟังเรื่องเล่าจากใจของพี่ ๆ ผู้พิทักษ์ป่าและเพื่อนร่วมทาง ที่จะช่วยชาร์จแบตเตอรี่หัวใจให้เต็มเปี่ยม และทำให้คุณเข้าใจความหมายของคำว่า ‘รักษาป่า’ ได้ลึกซึ้งกว่าที่เคย


รายละเอียด :
ระยะทางไปกลับในการเดินป่า : 18 กิโลเมตร (แบ่งเดินวันละประมาณ 9 กิโลเมตร)
ระยะเวลาในการเดินโดยประมาณ : 5 – 7 ชั่วโมงต่อวัน (รวมเวลาแวะพักศึกษาธรรมชาติ สังเกตรอยเท้าสัตว์ และฟังเรื่องเล่าจากเจ้าหน้าที่)
สภาพเส้นทางและภูมิประเทศ : เป็นทางราบสลับเดินลัดเลาะข้ามเนิน (ไม่มีการขึ้นเขาชันแบบหักศอก) เส้นทางจะพาเดินตัดสลับระหว่างทุ่งหญ้าเปิดโล่ง ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง จุดตั้งแคมป์ของเราจะอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ
สิ่งที่จะได้พบเจอ : ความดิบสมบูรณ์ของป่าทุ่งใหญ่นเรศวร คุณจะได้เห็นพรรณไม้ป่าตามฤดูกาล (เช่น กล้วยไม้และเอื้องผึ้งในช่วงฤดูร้อน) และมีโอกาสสูงที่จะได้พบเห็นร่องรอยหรือตัวจริงของสัตว์ป่าประจำถิ่น เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง และกวาง
ระดับความยาก : ระดับต้น-กลาง (Beginner to Medium) ความท้าทายหลักไม่ได้อยู่ที่ความชัน แต่คือการเดินฝ่าอากาศร้อนในทุ่งหญ้า และการต้องแบกสัมภาระส่วนตัวทั้งหมดด้วยตนเอง
สัญญาณโทรศัพท์ : บนเส้นทางเดินป่าและจุดตั้งแคมป์ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ (อาจมีสัญญาณอ่อน ๆ เพียงบางจุดบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าเท่านั้น)


กำหนดการ
19 มีนาคม นัดพบในเวลากลางคืน (ประมาณ 21.00 – 22.00 น.) ที่ MRT ลาดพร้าว เพื่อขึ้นรถตู้
20 มีนาคม เดินทางถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร กางเต็นท์พักแรมที่หน่วย
21 มีนาคม เริ่มต้นเดินป่าศึกษาธรรมชาติ กางเต็นท์พักแรมในเส้นทาง
22 มีนาคม เดินออกจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติมาที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ กางเต็นท์พักแรมที่หน่วย
23 มีนาคม เดินทางกลับกรุงเทพฯ
ค่าใช้จ่าย : 6,500 บาท (รวมค่าเดินทางด้วยรถตู้รับส่งจากกรุงเทพฯ ไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร, อาหาร 6 มื้อที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ (ไม่รวมเสบียง 3 มื้อที่ต้องเตรียมเข้าไปเดินป่า), ค่ากางเต็นท์ในพื้นที่, ประกันอุบัติเหตุ, ของที่ระลึกพิเศษสำหรับสมาชิก Forest Walker

การเตรียมตัว
1. การจัดเตรียมสัมภาระ
- ไม่มีลูกหาบบริการ นักเดินป่าต้องวางแผนจัดเตรียมและแบกสัมภาระเองทั้งหมด เพื่อเรียนรู้วิชาการจัดเป้และการพึ่งพาตนเอง
- ไม่มีเต็นท์หรือเครื่องนอนบริการ ต้องเตรียมเป้ ถุงนอน มาเอง บริเวณแคมป์เลือกกางทั้งเต็นท์หรือผูกเปลสนามก็ได้
- ทางโครงการดูแลอาหารมื้อหลักที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ และข้าวห่อสำหรับมื้อเที่ยงในวันแรกที่เดิน ส่วนมื้อที่เหลือในระหว่างเดินป่า นักเดินป่าต้องเตรียมเสบียงมาทำอาหารเอง 3 มื้อ (เย็นวันแรก / เช้าวันที่ 2 / เที่ยงวันที่ 2) รวมถึงเตรียมภาชนะและอุปกรณ์ปรุงอาหารส่วนตัว รวมถึงเตาและแก๊สกระป๋องมาด้วย
- เครื่องกรองน้ำพกพาในการกรองน้ำดื่มบริเวณแคมป์ในเส้นทางเดินป่า (มีกองกลาง 1 ชุด) พลั่วขุดพกพาสำหรับขุดส้วมหลุม
- ยากันแมลง ด้วยสภาพป่าเป็นทุ่งหญ้า มีโอกาสจะเจอเห็บป่า
- ขอความร่วมมือจัดสัมภาระทั้งหมดลงในเป้เดินป่าเพียง 1 ใบ งดกระเป๋าเดินทางล้อลากเนื่องจากเราจัดที่นั่งรถตู้คันละ 8 ท่านเพื่อความสบายในการเดินทาง พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังจึงมีจำกัด

2. การใช้กองไฟและอุปกรณ์ปรุงอาหาร
- งดก่อกองไฟส่วนตัว เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- แนะนำให้ใช้เตาแบบพกพา (Gas Stove / Alcohol Stove) เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม
- มี ‘กองไฟกลาง’ ที่จุดแคมป์ โดยจะอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่

3. สภาพอากาศและเครื่องแต่งกาย
- สภาพพื้นที่เป็นป่าดิบแล้งสลับทุ่งหญ้า สภาพอากาศจะร้อนและแห้งแล้งในช่วงกลางวัน แต่อากาศจะเย็นสบายในช่วงกลางคืน ควรเตรียมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี แขนยาวกันแดด/กันหนาม รองเท้าหุ้มข้อ หมวกหรือร่มกันแดด
4. น้ำดื่มและสุขา
- มีจุดเติมน้ำสะอาดให้บริการที่จุดเริ่มเดินและจุดตั้งแคมป์ในเส้นทาง (น้ำกรอง) แต่ระหว่างเส้นทางเดินต้องบริหารจัดการน้ำดื่มด้วยตนเอง ควรเตรียมภาชนะใส่น้ำที่เพียงพอสำหรับการบริโภค
- จุดเริ่มเดินบริเวณลานกางเต็นท์มีห้องน้ำให้บริการ ส่วนในเส้นทางเดินป่าเข้าห้องน้ำธรรมชาติส้วมหลุม โดยต้องขุดฝังกลบให้เรียบร้อย และห้ามทิ้งทิชชูเปียกที่ย่อยสลายไม่ได้ลงในธรรมชาติ แนะนำให้ใช้เป็นกระดาษชำระธรรมดาหรือหัวฉีดชำระพกพา

5. การดูแลสิ่งแวดล้อม
- นักเดินป่าทุกคนต้องนำขยะทุกชิ้นออกจากพื้นที่ ปฏิบัติตามกฎ Leave No Trace ที่จะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า

คุณสมบัติผู้สมัคร :
1. ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินป่าระยะไกล และสามารถดูแลตัวเอง แบกสัมภาระเองได้ (ไม่มีลูกหาบ) และมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป (หมายเหตุ: การจำกัดอายุเป็นข้อกำหนดเฉพาะของพื้นที่ในทริปนี้เท่านั้นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เนื่องจากเป็นพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่า เเละมีโอกาสในการพบเจอสัตว์ป่าได้สูง)
ใครที่อยากร่วมแบ่งปันความอบอุ่นของกองไฟระหว่างนั่งมองดาว ขอชวนกรอกฟอร์มรับสมัครในลิงก์แล้วเก็บกระเป๋า ซ้อมขา มาร่วมเดินบนเส้นทางนี้เพื่อสร้างวัฒนธรรมการเดินป่าที่ดีไปด้วยกัน
เพราะเราเชื่อว่า วัฒนธรรมการเดินป่าที่ดีสร้างได้
ภาพ : มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

