19 มีนาคม 2024
3 K

คุณอาจกำลังอ่านบทความนี้อยู่ใต้แสงดาวที่ลานกางเต็นท์ที่ไหนสักที่ หรือกำลังอ่านระหว่างเตรียมอุปกรณ์ไปแคมปิ้งในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ ต่อให้ไม่ใช่ คุณก็น่าจะมีเก้าอี้แคมปิ้งที่เคยซื้อมา ซึ่งตอนนี้นอนนิ่งอยู่ในห้องเก็บของมาเกือบปีแล้ว

ต้องยอมรับว่าจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา กระแสการท่องเที่ยวกลางแจ้งในบ้านเรามาแรงสุด ๆ คนเริ่มหันมาสนใจการออกไปใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแคมปิ้งและเดินป่ากันเป็นจำนวนมาก ลานกางเต็นท์เอกชนผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด มีร้านขายอุปกรณ์แคมปิ้งเปิดอยู่ทุกหัวมุม ขนาดคอนเสิร์ตและแคมเปญโฆษณาต่าง ๆ ยังต้องมาในธีมแคมปิ้งที่หลายอันก็งง ๆ ว่าแคมปิ้งทำไมก่อน

หลังฝุ่นหายตลบ คนที่เคยเข้ามาตามกระแสถอนสมอบกกลับบ้านกันไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังอยู่ต่อ และค้นพบว่า เฮ้ย การไปยืนกางเต็นท์กลางแดดเปรี้ยง ๆ นั่งเอนหลังมองภูเขา ย่างเนื้อพร้อมพูดคุยกับเพื่อนสนิทไปด้วย นี่แหละวิถีชีวิตของฉัน แล้วถ้าจะไปต่อ จะไปทางไหน เราจะมีวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติกันได้มากขึ้นกว่านี้ไหม และการท่องเที่ยวรูปแบบนี้จะพัฒนาไปอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราได้จากการนั่งใต้ร่มไม้คุยกับ งบ-ธัชรวี หาริกุล ผู้ก่อตั้งร้าน Thailand Outdoor 

คนมักจะติดภาพการไปกางเต็นท์เดินป่าว่าเป็นการพาตัวเองไปลำบาก ดูเป็นเรื่องยุ่งยากและทรมานตัวเอง แต่ทุกวันนี้อุปกรณ์แคมปิ้งพัฒนาขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การออกไปใช้ชีวิตในธรรมชาติสะดวกสบาย หาซื้อง่าย และหลากหลายช่วงราคาขึ้นอยู่กับความต้องการ จะขั้นเริ่มต้นแบบถูกมากหรือแพงมากกกก ก็มีพร้อมให้เลือกตามกำลังทรัพย์ รวมถึงลานกางเต็นท์เอกชนที่เกิดขึ้นใหม่นับร้อย มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแทบไม่ต่างกับการนอนรีสอร์ต ทำให้การแคมปิ้งไปได้ทุกเดือน ไม่จำเป็นต้องรอเพียงช่วงหน้าหนาวปลายปีอีกแล้ว

ตอนนี้เราไปกางเต็นท์ตอนไหนก็ได้ที่อยากไป (และมีเวลา) ด้วยทาร์ปดี ๆ หรือเต็นท์ดี ๆ สักหลังที่แบ่งพื้นที่ห้องนั่งเล่นกับส่วนที่ใช้นอน ก็ทำให้การไปแคมปิ้งในหน้าฝนไม่ทุลักทุเลเหมือนเมื่อก่อน แต่ถ้าอยากไปหน้าร้อน ก็พกพัดลมสักตัว หรือเล่นใหญ่หน่อยก็เอาแอร์พกพาไปใช้ในเต็นท์ได้เลย ในเมื่อประเทศที่อากาศหนาวมาก ๆ เขายังมีฮีตเตอร์สำหรับเต็นท์ได้ แล้วประเทศร้อนโคตร ๆ อย่างเราจะใช้เครื่องปรับอากาศบ้างไม่ได้เหรอ ขอแค่การแคมปิ้งของเราไม่เบียดเบียนเพื่อนร่วมสถานที่ก็พอ เหมือนกับการย่างเนื้อทำอาหารหน้าเต็นท์ ก็ไม่ควรปล่อยให้ควันโขมงไปรบกวนคนอื่น ๆ นั่นแหละ

สิ่งเหล่านี้ทำให้เราออกไปสัมผัสธรรมชาติบ่อยได้เท่าที่ใจอยาก ไม่ต่างจากการไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า หลายคนพอถึงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็นัดหมายเพื่อนฝูงไปแคมปิ้งกลางป่าสักที่ พักผ่อน นอนอ่านหนังสือ นั่งเล่น ทำกับข้าว ทานข้าว และนั่งพูดคุยใต้หมู่ดาวร่วมกัน ก่อนจะแยกย้ายไปทำงานในวันจันทร์ เหมือนเป็นการ ‘ชาร์จแบตใจ’ เติมพลังชีวิตให้พร้อมกลับไปสู้กับการงานในเมืองกันต่อ

ภาพลานกางเต็นท์ในวันหยุดที่แน่นขนัดจนแทบจะเหมือนค่ายผู้ลี้ภัย กลายเป็นภาพที่คุ้นตาของชาวแคมป์ ตามกระแสความนิยมของการท่องเที่ยวแนวแคมปิ้งและเดินป่าที่เพิ่มขึ้น สถานที่ที่มีชื่อและเป็นที่นิยมอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอการรีวิวของอินฟลูฯ สายท่องเที่ยว ก็ยิ่งคับคั่งและวุ่นวายมากขึ้นไปอีก ผู้คนจำนวนมากเลยเริ่มหาสถานที่ใหม่ ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก อุทยานแห่งชาติขนาดเล็กหลายแห่งที่เคยเงียบเหงาจึงเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น ด้วยความที่ยังคงความเป็นธรรมชาติแท้ ๆ มีความสงบ และมีพื้นที่ให้ตั้งแคมป์ได้อย่างเป็นส่วนตัว

น้ำตกไทรโยคใหญ่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

อย่างอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ซึ่งตอนนี้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดฮิต จากที่แต่ก่อน พอได้ยินชื่อ หลายคนอาจต้องถามว่าที่ไหนวะ ด้วยการจัดการที่ดี มีลานให้เลือกหลายระดับ จะขับรถไปจอดแล้วโยนของเลยก็มีรองรับ ใครสายเดิน ชอบลุย ก็เลือกเดินขึ้นไปกางจุด ย.2 ฟิต ๆ ตื่นมาก็เดินต่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ย.4 ที่สำคัญ เสน่ห์ของการได้แบกเป้ไปสถานีรถไฟแล้วตีตั๋วรถไฟตู้นอนข้ามคืนไปสูดอากาศบริสุทธิ์กลางหุบเขาในยามเช้า ใครจะไม่หลงรักที่นี่กัน

ส่วนตอนนี้ ถ้าใครกำลังหาที่กางเต็นท์ในอุทยานเล็ก ๆ พี่งบแนะนำให้ไปอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายที่เพิ่งไปมา จอดรถปุ๊บ เลือกกางได้เลย มี 6 ลานไว้รองรับนักท่องเที่ยวได้เต็มที่ แต่ที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ คือลานกางเต็นท์ที่เนิน 1408 ตั้งอยู่บนความสูง 1,408 เมตรจากระดับน้ำทะเลตามชื่อ ด้วยความสูงขนาดนี้ รับรองว่าอากาศเย็นสบายตลอดปี มาตอนไหนก็หนาวตอนนั้น ที่สำคัญ ให้เจ้าหน้าที่พาเดินจากอุทยานได้ไม่ไกลมาก ระยะแค่พอได้หอบ พี่ ๆ เจ้าหน้าที่ยินดีต้อนรับ

อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย
ภาพ : ธัชรวี หาริกุล

อุทยานแห่งชาตินับเป็นสถานที่แรก ๆ ที่คิดถึงเวลาจะไปกางเต็นท์

เมื่อผู้คนต้องการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติมากขึ้น อุทยานแห่งชาติหลายแห่งก็ต้องปรับตัวให้ตอบรับไลฟ์สไตล์นี้ มีการจัดระเบียบ เพิ่มบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีมาตรฐานมากขึ้น มีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการที่คนไทยจะได้เข้าหาธรรมชาติ 

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน

ใหญ่-ธำรงรัตน์ ธนภัคพลชัย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ก็มีความตั้งใจที่จะให้อุทยานแห่งชาติน้ำพองเป็นจุดศูนย์กลางในการใช้ชีวิตกลางแจ้งของชาวขอนแก่น ขับรถเพียงไม่กี่นาทีหลังเลิกงาน ชาวเมืองก็แวะเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจได้ ปิกนิกสูดอากาศบริสุทธิ์ อยากตั้งแคมป์ก็ได้ ทำอาหารนั่งกินกับครอบครัว อยากพายเรือคายัคก็เอาเรือลงไปพายชมพระอาทิตย์ตก แล้วค่อยกลับบ้านไปนอน มาได้ทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องรอช่วงวันหยุดยาวอีกต่อไป เหมือนกับมี ‘ห้องนั่งเล่น’ นอกบ้านที่ใหญ่โตมโหฬารกลางธรรมชาติ แค่นึกตามก็อิจฉาคนขอนแก่นแล้ว

ภาพ : อุทยานแห่งชาติน้ำพอง

การที่อุทยานแห่งชาติโดยเฉพาะที่อยู่ใกล้ตัวเมืองส่งเสริมให้ทุกคนสัมผัสธรรมชาติได้ง่าย ๆ ไม่ใช่คอยห้ามไม่ให้ใช้เพียงอย่างเดียว จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้คนหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์มากขึ้น รวมไปถึงเอาใจใส่ดูแลผืนป่าเหมือนเป็นทรัพย์สินของตัวเอง

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ผ่านประตูบานแรกเข้ามาในวงการแคมปิ้ง และก้าวสู่ประตูถัดไปเพื่อสัมผัสธรรมชาติให้ใกล้ขึ้นผ่านกิจกรรมเดินป่า ซึ่งช่วงหลังมานี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ดูได้จากความยากในการจองเส้นทางดัง ๆ อย่างโมโกจูหรือเขาช้างเผือกที่ต้องแย่งกันจองด้วยความเร็วระดับวินาที บางคนพยายามจองมา 5 ปีแล้วก็ยังไม่เคยได้ ทั้งที่เมื่อก่อนแค่โผล่หน้าเข้าไปที่อุทยานก็ได้เดินแล้ว

แน่นอนว่าพอมีคนสนใจและอยากเข้าไปเดินป่าเป็นจำนวนมาก ปัญหาที่ตามมาคือขยะและการจัดการต่าง ๆ แล้วเราจะทำอย่างไรให้ผู้คนเข้าไปเดินป่าและสัมผัสธรรมชาติโดยทิ้งร่องรอยซึ่งจะส่งผลกระทบต่อป่าไม้และระบบนิเวศให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ได้นาน ๆ ให้การเดินป่าเป็นกิจกรรมที่ทำได้ต่อเนื่อง ทั้งคนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน แล้วนักเดินป่ามือใหม่จะไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้จากที่ไหน

โครงการโรงเรียนนักเดินป่าจึงเกิดขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ โครงการนี้ก่อตั้งโดยอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เพื่อแนะนำวิธีการเดินป่าและสัมผัสธรรมชาติอย่างถูกต้อง สอนตั้งแต่ทักษะในการเตรียมตัวและอุปกรณ์ให้เหมาะสมก่อนเข้าไปผจญภัยในป่า วิชาการเอาตัวรอดและใช้ชีวิตในธรรมชาติ อย่างการกางเต็นท์ ผูกเปล ไปจนถึงแนวปฏิบัติและจริยธรรมในการเดินป่าอย่างรับผิดชอบ ด้วยหลักการ Leave No Trace คือไม่เก็บอะไรออกมาจากป่า ไม่ทิ้งอะไรไว้ในป่า แค่เก็บความทรงจำดี ๆ กลับออกมาให้ป่าได้ฟื้นตัว ซึ่งบางครั้งถ้าทำจริงจัง แม้แต่กระดาษเช็ดก้น คุณก็ต้องนำกลับออกมาด้วย 

อาจจะฟังดูโหด แต่การปลูกฝังให้นักเดินป่าตระหนักเรื่องนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวทางธรรมชาติพัฒนาไปได้อีกมาก

หากย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน การใช้ชีวิตของมนุษย์ผูกพันแน่นแฟ้นกับธรรมชาติ เราหากินจากป่า พึ่งพาสายน้ำและต้นไม้ในการดำรงชีวิต แต่ในโลกสมัยใหม่กลับเต็มไปด้วยข้อจำกัดและกฎเกณฑ์มากมาย ที่ดินส่วนใหญ่ตกเป็นของใครคนใดคนหนึ่ง การจะเข้าไปใช้ชีวิตอย่างการตั้งแคมป์ท่ามกลางธรรมชาติจึงกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก หรือแม้แต่ในอุทยานแห่งชาติเองก็ยังจำกัดให้อยู่ได้แค่ในลานกางเต็นท์หรือเดินในเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น 

ลองนึกภาพตามว่าคุณตื่นมาและพบว่าวันนี้อากาศดีมาก คุณอยากออกไปนั่งสูดอากาศรับลมเย็น ๆ ให้คุ้มค่ากับวันดี ๆ เลยลุกไปหยิบเก้าอี้แคมป์ตัวโปรดพร้อมอุปกรณ์เท่าที่พอใส่เป้ได้ขึ้นหลัง คุณออกจากบ้านไปเจอสนามหญ้าติดริมน้ำสักที่ที่คิดว่าเหมาะกับวันนี้สุด ๆ เลยลงวางเก้าอี้และลงมือกางเต็นท์เพื่อแคมปิ้งตรงนี้สักคืน คุณคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นจริงได้ไหม

‘Freedom to Roam’ หรือสิทธิ์ในการเข้าถึงธรรมชาติอย่างเสรี เป็นหลักการที่หลายประเทศในแถบสแกนดิเนเวียพยายามผลักดัน ภายใต้แนวคิดที่ว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเดินทาง ตั้งแคมป์ หรือพักแรมในพื้นที่ธรรมชาติอย่างเสรี แม้จะเป็นพื้นที่ของรัฐหรือของเอกชนก็ตาม โดยมีข้อแม้ว่าคุณต้องไม่ทำลายธรรมชาติ เก็บขยะ ไม่ก่อกองไฟในที่ไม่เหมาะสม และตั้งแคมป์ให้ห่างจากบ้านคนอย่างน้อย 150 เมตร 

ด้วยหลักการนี้ คนในประเทศสวีเดนหรือนอร์เวย์จึงใช้ชีวิตกลางแจ้งในฤดูร้อนได้อย่างน่าอิจฉาสุด ๆ พวกเขามักจะหยุดงานยาวนานเป็นเดือน ออกไปใช้ชีวิตในป่า ตกปลา เดินป่า ขี่จักรยานชมธรรมชาติ โดยไม่ต้องคำนึงว่านี่เป็นที่ดินของใคร จะกางเต็นท์ตรงไหน และที่สำคัญ ทุกคนมีสติ ใช้สิทธิ์นี้อย่างรับผิดชอบ แลกเปลี่ยนความสุขและความสวยงามที่ได้รับจากป่าด้วยการใส่ใจและดูแลรักษาป่าอย่างดี 

สิทธิ์ในการเข้าถึงธรรมชาติอย่างเสรีอาจเป็นภาพที่ไกลเกินกว่าที่คนไทยเราจะจินตนาการ แต่หากวันหนึ่ง ถ้าเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ธรรมชาติกับพื้นที่ของมนุษย์หายไป เรายังคงดำเนินชีวิตที่ทันสมัยไปพร้อม ๆ กับรักษาสมดุลและความกลมกลืนระหว่างคนกับป่าไว้ได้ พาลูกหลานเข้าป่า ปีนป่าย ว่ายน้ำได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย

ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ใต้แสงดาวที่ลานกางเต็นท์ที่ไหนสักที่ เดินออกมาจากเต็นท์ เราอาจจะนั่งมองดาวอยู่ในลานเดียวกัน หรือถ้าคุณกำลังอ่านระหว่างเตรียมอุปกรณ์ไปแคมปิ้งในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ หวังว่าเราจะได้แบ่งปันเนื้อย่างให้กันทาน ต่อให้ไม่ใช่ ก็หวังให้คุณได้หยิบเก้าอี้แคมปิ้งที่เคยซื้อมาเมื่อ 2 – 3 ปีก่อนที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่ในห้องเก็บของ แล้วลองออกไปนั่งใต้ร่มเงาให้ต้นไม้โอบกอดนะ

Writer & Photographer

สุวิชา พุทซาคำ

อาร์ตไดเรกเตอร์ผู้เชี่ยวชาญการก่อกองไฟและกางเตนท์ พอๆกับที่เชี่ยวชาญการใช้โปรแกรมออกแบบ สนใจเรื่องราวสิ่งแวดล้อมพอๆกับที่ชื่นชอบอุปกรณ์ไอที (ถ้า IG: @sleepbird มีการเคลื่อนไหว แสดงว่าเพิ่งออกจากป่า)