English Version, Click Here
เมื่อมาถึงสถานี Kanazawa สิ่งที่สังเกตได้คือนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตกที่หนาตาเป็นพิเศษ สังเกตได้ชัดเจนมากกว่าในสถานีโตเกียวหรือโอซาก้าเสียด้วยซ้ำ
ได้ยินว่าตั้งแต่ชินคันเซ็นมาถึงภูมิภาคนี้เมื่อหลายปีก่อน ‘ภูมิภาคโฮคุริคุ’ ก็เนื้อหอม ดึงดูดนักท่องเที่ยวมายังเมืองที่ก่อนหน้านี้ แทบจะไม่ได้อยู่ในจุดหมายแรก ๆ ของญี่ปุ่นด้วยซ้ำ
แต่คิดว่าหลังจากนี้น่าจะต้องเริ่มจับตามองม้ามืด ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่น่าจะมาแรงมากในไม่กี่ปี
ภูมิภาคโฮคุริคุประกอบไปด้วยจังหวัดโทยามะ อิชิกาวะ และฟุคุอิ เป็นดินแดนฝั่งตะวันตกที่มีจุดเด่นเรื่องธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กับงานคราฟต์ชั้นสูง
จังหวัดโทยามะ คือเมืองที่เชื่อมโยงเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นอันอลังการเข้ากับอ่าวโทยามะที่เป็นแหล่งอาหารทะเลชั้นยอด ส่วนจังหวัดอิชิกาวะเป็นศูนย์กลางของความรุ่งโรจน์ทางวัฒนธรรมยุคซามูไร ซึ่งยังคงเป็นแหล่งเดียวในญี่ปุ่นที่รักษาศิลปะการตีทองคำเปลวไว้ ขณะที่จังหวัดฟุคุอิ เป็นฐานของจิตวิญญาณและความพิถีพิถัน โดยมีรากฐานที่มั่นคงในศาสนาเซน และมีน้ำที่บริสุทธิ์ จึงเกิดโรงสาเกที่ผลิตสาเกท้องถิ่นคุณภาพสูงหลายโรงที่นี่
ทั้ง 3 จังหวัดต่างมีภูมิปัญญาในการผลิตสินค้าคราฟต์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ตั้งแต่สาเกท้องถิ่น วิสกี้ญี่ปุ่นสไตล์สโมกกี้ ไปจนถึงงานดีบุกที่ดัดงอได้ ทำให้โฮคุริคุเป็นภูมิภาคใหม่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเรื่องอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม งานฝีมือ และสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก
และนี่คือสถานที่แนะนำหากคุณมีแผนจะไปเยือนโฮคุริคุ
Toyama
จังหวัดโทยามะ (Toyama) โดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่อลังการจากเทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่น ไปจนถึงอ่าวโทยามะ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารทะเลน้ำลึกชั้นยอด นอกจากความงามของธรรมชาติแล้ว โทยามะยังเป็นศูนย์กลางของงานช่างฝีมือโลหะ โดยเฉพาะเครื่องทองแดงทาคาโอกะที่สืบทอดมานานหลายศตวรรษ ซึ่งปัจจุบันต่อยอดด้วยนวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งผลิตงานคราฟต์ที่มีเทคนิคสูง รวมถึงเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านมรดกโลกที่มีสถาปัตยกรรม กัสโชซึคุริ (Gassho-zukuri) อันเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา.
Website : visit-toyama-japan.com
Saburomaru Distillery

โรงกลั่นซาบูโรมารุของบริษัท Wakatsuru Shuzo ก่อตั้งขึ้นจากการผลิตสาเกตั้งแต่ปี 1862 ก่อนจะเริ่มต้นสู่การผลิตวิสกี้ในปี 1952 โรงกลั่นแห่งนี้โดดเด่นในการสร้างสรรค์วิสกี้สไตล์สโมกกี้ โดยผสานวัตถุดิบและเทคนิคจากทั้งแหล่งกำเนิดวิสกี้โลกและท้องถิ่นโทยามะเข้าด้วยกัน หัวใจสำคัญคือการใช้น้ำบาดาลบริสุทธิ์จากแม่น้ำโชกาวะ ควบคู่ไปกับการใช้วัตถุดิบชั้นเลิศอย่างพีตจากเกาะไอส์ลา ประเทศสกอตแลนด์ เพื่อสร้างกลิ่นควันอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
ซาบูโรมารุยังพัฒนา Pot Still ทองแดง ZEMON ร่วมกับช่างฝีมือท้องถิ่น รวมถึงการนำถังหมักไม้ขนาดใหญ่เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มมิติของรสชาติวิสกี้ ด้วยการร่วมมือกับช่างไม้ในเมืองอินามิ ผลิตถังมิซุนาระจากไม้โอ๊กท้องถิ่นของโทยามะ ซึ่งเป็นการสร้างวงจรความยั่งยืนให้กับป่าไม้และยกสถานะของถังบ่มให้เป็นวัตถุดิบชั้นสูงอย่างแท้จริง
ด้วยความหลงใหลและนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้ซาบูโรมารุยังคงท้าทายตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคราฟต์วิสกี้ของโทยามะสู่เวทีโลก
หากมาโรงงาน อย่าลืมร่วมชมกระบวนการผลิตในโรงงานกับไกด์ที่จะช่วยเล่าเรื่องราวต่าง ๆ และแวะซื้อของที่ระลึกจากร้านขายของ
หากชอบดื่มกาแฟ ที่นี่มีเมล็ดกาแฟที่บ่มในถังบ่มวิสกี้ด้วย
Website : www.wakatsuru.co.jp/saburomaru
NOUSAKU

โรงงาน NOUSAKU ที่เป็นมากกว่าโรงงานผลิต แต่เป็นสวนสนุกแห่งเครื่องหล่อ สืบทอดเทคนิคและวัฒนธรรม Takaoka Doki ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ ที่นี่ผลิตเครื่องใช้จากทองเหลืองและทองสัมฤทธิ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากดีบุกบริสุทธิ์ 100% ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือความอ่อนนุ่มและดัดงอได้
ผลงานชิ้นเอกอย่างตะกร้าดีบุก KAGO แสดงให้เห็นถึงความกล้าที่จะฉีกกรอบการผลิตแบบดั้งเดิม
นักท่องเที่ยวจึงสัมผัสประสบการณ์งานฝีมือได้อย่างเต็มที่ โดยเข้าชมการหล่อโลหะที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียสที่โรงงานได้ฟรี!
หรือเราอยากแนะนำให้เข้าร่วมเวิร์กช็อป NOUSAKU LAB ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนทดลองลงมือทำชิ้นงานดีบุกด้วยตนเอง โดยใช้เทคนิคการหล่อด้วยทรายแบบดั้งเดิม
ที่โรงงานแห่งนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ที่น่าสนใจมาก อุปกรณ์ที่ใช้บนโต๊ะเกือบทุกชิ้นเป็นเครื่องดีบุกที่ผลิตจากโรงงานนี้ เราจะได้สัมผัสหยิบจับใช้งานจริง
และถ้าติดใจก็มีร้านขายของที่ระลึกของโรงงานให้เลือกซื้อกลับบ้านได้ด้วย อย่าลืมมองหาคอลเลกชันพิเศษด้วยล่ะ
Website : www.nousaku.co.jp
Ainokura Gassho-zukuri Village

หมู่บ้าน Ainokura เป็นมรดกโลกกัสโชซึคุริ หรือบ้านทรงหลังคามุงจากสูงชันที่สร้างขึ้นเพื่อต้านทานหิมะหนักมานานหลายศตวรรษ สิ่งที่ทำให้ไอโนะคุระมีเสน่ห์ล้ำค่าคือความเงียบสงบและขนาดที่กะทัดรัด ซึ่งแตกต่างจากชิราคาวาโกะอย่างชัดเจน ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนหมู่บ้านในชนบทที่แท้จริง เนื่องจากยังคงมีผู้อยู่อาศัยและรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้โดยมีการค้าขายเชิงพาณิชย์น้อยมาก
นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเพื่อชมวิวจากมุมสูงของบ้านกัชโชที่ล้อมด้วยภูเขาได้
ประสบการณ์ที่ห้ามพลาดคือการพักค้างคืนใน Minshuku สไตล์กัสโชซึคุริ เพื่อซึมซับบรรยากาศแห่งอดีตอันเป็นส่วนตัว รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมทำกระดาษวาชิแบบดั้งเดิม
Website : gokayama-info.jp
SAYS FARM

SAYS FARM ในเมืองฮิมิ จังหวัดโทยามะ เป็นฟาร์มที่สวยและเท่มาก เกิดจากความมุ่งมั่นของชายคนหนึ่งที่ต้องการเปลี่ยนผืนดินรกร้างให้เป็นฟาร์มที่อุดมสมบูรณ์และยั่งยืน
ที่นี่เป็นมากกว่าโรงผลิตไวน์ แต่ต้องการเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ฟาร์มนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นไร่องุ่น เบื้องหลังเป็นอ่าวโทยามะและทิวเขา Tateyama
ปรัชญาหลักของ SAYS FARM คือการใช้คุณค่าจากผืนดินอย่างสูงสุด ร้านอาหารของฟาร์มที่อยู่ติดกับโรงผลิตไวน์ใช้หลักการ Farm-to-Table นำเสนออาหารสไตล์อิตาเลียนที่ครีเอตขึ้นใหม่ เน้นความสดใหม่ของผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่ปลูกเองในฟาร์ม รวมถึงอาหารทะเลจากอ่าวโทยามะ
เราแนะนำให้จองมากินอาหารจากวัตถุดิบตามฤดูกาลพร้อมจิบไวน์ที่ผลิตในฟาร์ม
Website : www.saysfarm.com
Ishikawa
จังหวัดอิชิกาวะ (Ishikawa) โดยเฉพาะเมืองคานาซาวะ คือศูนย์กลางแห่งทองคำ งานหัตถกรรม และรสนิยมแห่งซามูไร ความรุ่งโรจน์ทางวัฒนธรรมในอดีตยังคงอยู่ครบถ้วน เมืองนี้เป็นแหล่งผลิตทองคำเปลวที่ใช้ทั้งหมดของญี่ปุ่น ความโดดเด่นของที่นี่คือการนำเอาความงามสง่าแบบดั้งเดิมของยุคซามูไรมาผสมผสานกับแนวคิดศิลปะร่วมสมัยและสถาปัตยกรรม ทำให้เมืองนี้เป็นจุดหมายของผู้ที่มองหาทั้งประวัติศาสตร์และความทันสมัยได้อย่างลงตัว
Website : visitkanazawa.jp
Imai Kinpaku

สถานที่แรกที่เราไปเยือนเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมของคานาซาวะก็คือ Imai Kinpaku ที่นี่เราได้เห็นวิธีการแปะทองคำเปลวโดยเหล่าช่างฝีมือ กำลังจัดการกับแผ่นทองคำเปลวที่มีความบางเฉียบเพียง 0.0001 มิลลิเมตรอย่างพิถีพิถันทีละแผ่น ต้องคอยควบคุมลมหายใจให้คงที่ตลอดเวลาที่ทำงาน
ที่นี่มีเวิร์กช็อปเล็ก ๆ ให้ได้ลงมือทำของที่ระลึกด้วยตัวเอง มีทั้งกระเป๋าเงินใบเล็ก ลวดลายแก้วน้ำ เราจะได้เรียนรู้วิธีการแปะทองคำเปลวด้วยการลงมือทำ
หากใครชอบกินซอฟต์ครีม ขอแนะนำให้ลองซอฟต์ครีมที่แปะแผ่นทองคำเปลวเกรดกินได้ เป็นซิกเนเจอร์ของเมืองอิชิกาวะเลยล่ะ
Website : www.kinpaku.co.jp
Kanazawa Shrine

ศาลเจ้าสำคัญอายุมากกว่า 200 ปี โดยเจ้าแคว้น มาเอดะ ฮารุนางะ สร้างวัตถุประสงค์หลักเพื่ออัญเชิญ ‘เทพเท็นจิน’ เทพแห่งการศึกษาและสติปัญญามาเป็นเทพผู้พิทักษ์ประจำแคว้นคางะ ศาลเจ้าแห่งนี้จึงเป็นที่นิยมอย่างยิ่งสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการขอพรด้านความสำเร็จในการสอบ แต่ภายในศาลเจ้าก็ยังคงรักษาความสงบและมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้มาขอพรอย่างต่อเนื่อง
ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ผู้มาเยือนเชื่อกันว่าจะนำโชคลาภมาให้ เป็นการผสมผสานความเชื่อในเรื่องการศึกษาและความโชคดีเข้าไว้ด้วยกัน
Website : www.kanazawa-jj.or.jp
Kinjo Reitaku

บ่อน้ำในตำนานเก่าแก่ที่มาของชื่อเมืองคานาซาวะ หมายถึง หนองน้ำทองคำ ตำนานเล่าว่ามีชาวนาค้นพบทองคำขณะกำลังล้างหัวมันในบ่อ
บ่อน้ำเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ในมุมสงบของสวนเค็นโระคุเอ็น แม้จะไม่มีทองคำให้เห็นแล้วในปัจจุบัน แต่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดที่เล่าเรื่องต้นกำเนิดของเมือง

Website : www.kanazawa-kankoukyoukai.or.jp
Ishiura Shrine

ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในคานาซาวะ ยาวนานกว่า 1,500 ปี เป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณมาตั้งแต่ก่อนยุคของการปกครองโดยซามูไร จุดเด่นที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวคือทางเดินที่เรียงรายไปด้วยโทริอิสีแดงทั้ง 101 ประตูที่ทอดยาวเป็นอุโมงค์นำพาความศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นพิเศษในการขอพรเรื่องความรักและเนื้อคู่
นอกจากนี้ ศาลเจ้ายังมีมาสคอตสุนัขชื่อคิมะจังที่ปรากฏอยู่บนเครื่องรางและของที่ระลึกต่าง ๆ ทำให้ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงประเพณีโบราณเข้ากับความทันสมัยอย่างมีชีวิตชีวา

Website : www.ishiura.jp
Kanazawa 21st Century Museum of Contemporary Art

สถาปัตยกรรมทรงกลมโปร่งแสงที่ปฏิวัติวงการพิพิธภัณฑ์ ออกแบบโดยกลุ่มสถาปนิก SANAA เพื่อทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เหมือนสวนสาธารณะ ผู้คนเข้าถึงและใช้งานได้จากทุกทิศทางตลอดเวลา ที่นี่เข้าฟรี แต่เสียค่าเข้าชมในบางนิทรรศการย่อย
แนวคิดนี้ช่วยลบเส้นแบ่งที่กั้นระหว่างศิลปะกับผู้คนได้อย่างสิ้นเชิง จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกคือผลงานชิ้นเอก เช่น The Swimming Pool โดย เลอันโดร เออร์ลิช ซึ่งสร้างภาพลวงตาของสระว่ายน้ำที่ผู้ชมลงไปยืนอยู่ใต้ผิวน้ำในสระได้จริง
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดแสดง แต่เป็นศูนย์กลางทางสังคมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การพักผ่อน และการมีส่วนร่วมกับศิลปะร่วมสมัยอย่างไร้ขีดจำกัด
Website : www.kanazawa21.jp
National Crafts Museum

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ระดับชาติแห่งแรกที่ย้ายจากโตเกียวมายังคานาซาวะ แสดงให้เห็นว่าเมืองนี้เป็นแหล่งรวมงานคราฟต์อย่างแท้จริง อาคารจัดแสดงสร้างขึ้นใหม่จากการย้ายและบูรณะสถาปัตยกรรมเก่าแก่ 2 หลังซึ่งเคยเป็นอาคารทางทหารในยุคเมจิและไทโช
ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นคลังสมบัติของงานหัตถกรรมญี่ปุ่นกว่า 4,000 ชิ้น ตั้งแต่ยุคสมัยใหม่จนถึงร่วมสมัย ครอบคลุมงานเซรามิก เครื่องเขิน โลหะ ผ้า และจัดแสดงผลงานของช่างฝีมือจำนวนมาก

Website : www.momat.go.jp/craft-museum
Ishikawa Prefectural Museum of History

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในอาคารอิฐแดง 3 หลัง เดิมทีเป็นโรงเก็บอาวุธของกองทัพบกคานาซาวะ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งชาติ
การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของจังหวัดอิชิกาวะตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมซามูไร มีรายละเอียดเกี่ยวกับศิลปะ หัตถกรรม และวิถีชีวิตพื้นบ้าน การเยี่ยมชมจึงเป็นการผสมผสานระหว่างการชื่นชมสถาปัตยกรรมทางทหารแบบตะวันตกและการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของญี่ปุ่น
Website : www.ishikawa-rekihaku.jp
Fukumitsuya Sake Brewery (福光屋)

โรงกลั่นสาเกซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1625 ยืนหยัดด้วยความมุ่งมั่นในปรัชญา จุนไม-คุระ หรือ การทำเฉพาะสาเกจุนไมเท่านั้น สาเกจุนไมหมายถึงสาเกที่ทำโดยใช้เพียงข้าวสาเกและน้ำ ซึ่งทางโรงสาเกฟุกุมิตสึยะใช้เฮียะคุเน็นซุย หรือน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่กรองตามธรรมชาติมานับศตวรรษ
พวกเขาเป็นผู้บุกเบิกการผลิตสาเกบ่มในญี่ปุ่น โดยพัฒนากระบวนการบ่มสาเก โนจุกุ (การบ่มในอุณหภูมิห้อง) และ ทันจุกุ (การบ่มอุณหภูมิต่ำ) ในสมัยก่อนสาเกยังไม่นิยมการบ่มทิ้งไว้เช่นไวน์ แต่โรงสาเกนี้ถือเป็นผู้บุกเบิกวิธีการนี้ นอกจากนี้ฟุกุมิตสึยะยังได้ใช้ภูมิปัญญาแห่งการหมักข้าวมาต่อยอดสู่โลกแห่งความงามด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เป็นต่อยอดและผสมผสานภูมิปัญญาเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างสร้างสรรค์
Website : www.fukumitsuya.co.jp
TILE

ร้านอาหารไคเซนด้งหรือข้าวหน้าทะเลที่นำเสนอประสบการณ์การกินอาหารสุดพิเศษในบ้านอายุ 110 ปีที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ใกล้สถานีคานาซาวะ
ร้านโดดเด่นด้วยทางเข้าที่ต้องป้อนรหัสผ่าน สร้างบรรยากาศที่น่าตื่นเต้นเหมือนการเข้าสู่พื้นที่ลับ
เมนูหลักคือคานาซาวะ ยาคุมิ ไคเซ็นด้ง ลูกค้าเลือกและจัดวางส่วนผสมอาหารทะเลสดใหม่กว่า 30 ชนิดลงในชามแก้วที่ออกแบบมาให้เหมือนกล่องเครื่องประดับได้
Website : tile-japan.jp
Fukui
จังหวัดฟุคุอิ (Fukui) เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือความเงียบสงบ ทั้งบรรยากาศของเมือง และความเงียบสงบทางจิตวิญญาณ นักท่องเที่ยวมักนิยมมาสักการะพระพุทธรูปในวัดต่าง ๆ ที่เมืองนี้
นอกจากนี้ ฟุคุอิยังเป็นแหล่งต้นน้ำที่บริสุทธิ์จากเทือกเขาฮาคุซัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิต สาเกที่เน้นความสะอาดและรสชาติที่นุ่มนวลอย่างเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังโดดเด่นในฐานะแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมอย่างเครื่องปั้นดินเผาเอจิเซ็นและมีดเอจิเซ็นที่มีชื่อเสียงด้านความคม
Website : www.fuku-e.com
Urban Design Center Sakai และเมืองเก่ามิคุนิโจ

มิคุนิโจ เมืองเก่าในจังหวัดฟุคุอิ คืออัญมณีแห่งอดีตที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองท่าสำคัญสำหรับการค้าเรือคิตามาเอะบุเนะ เมืองนี้จึงเต็มไปด้วยร่องรอยความมั่งคั่งผ่านสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอาคารรูปแบบคากุระดาเตะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
เมืองแห่งนี้กำลังเผชิญกับปัญหาบ้านว่างที่เพิ่มขึ้น กำลังมีการเปลี่ยนบ้านว่างเหล่านั้นให้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์โดยหน่วยงาน Urban Design Center Sakai หรือ UDCS มีเป้าหมายในการรักษาจิตวิญญาณแห่งเมืองท่าที่เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่ละทิ้งสิ่งเดิม
เราได้เรียนการเล่นเครื่องดนตรีซามิเซ็ง เครื่องสายของญี่ปุ่น มีแค่ 3 สาย ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด นั่งเรียนกันในบ้านโบราณ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใครอยากมาขอจัดกิจกรรมอะไรก็ได้ในราคาที่ถูกแสนถูก
หากมามิคุนิโจในช่วงเดือนพฤษภาคมอาจจะได้ชมเทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างเทศกาลมิคุนิ
ไฮไลต์อยู่ที่ขบวนแห่ยามะโบโกะ ประดับด้วยหุ่นนักรบยักษ์สูงกว่า 6 เมตรที่จะเคลื่อนผ่านถนนสายแคบของเมืองเก่า เป็นการแสดงออกถึงความภาคภูมิใจและพลังงานของชุมชนที่สืบทอดกันมาอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
Website : udcs.jp และ kanko-sakai.com
Kubota Shuzō

โรงหมักสาเกมารุโอกะ โรงหมักสาเกที่เก่าแก่กว่า 270 ปี ณ เมืองมารุโอกะ จังหวัดฟุคุอิ ก่อตั้งขึ้นพร้อมคำสั่งของเจ้าครองแคว้นให้ปลุกชีพสาเกในตำนานที่สาบสูญไปตั้งแต่ยุคมุโรมาจิ
เรื่องราวนี้ทำให้โรงหมักสาเกแห่งนี้ไม่ใช่แค่ผู้ผลิต แต่เป็นผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม การผลิตสาเกของใช้น้ำใต้ดินบริสุทธิ์ที่ผุดขึ้นในพื้นที่ ไปจนถึงการใช้ข้าวสาเกที่ปลูกเอง ด้วยปรัชญาที่ว่าการทำเหล้าด้วยสิ่งที่เติบโตในท้องถิ่น คือสาเกท้องถิ่นที่แท้จริง

Website : www.fukukoma.co.jp
Echizen Daibutsu

พระใหญ่แห่งเอจิเซ็น หรือ Echizen Daibutsu ที่วัดไดชิซัง เซไดจิ ถือเป็นหนึ่งในความอลังการที่ซ่อนอยู่ในจังหวัดฟุคุอิ แม้จะสร้างขึ้นไม่นานนัก แต่ความยิ่งใหญ่ขององค์พระพุทธรูปประธานที่อยู่ภายในวิหารใหญ่อย่างน่าทึ่งมาก
องค์พระมีความสูงถึง 17 เมตร ด้วยความสูงนี้เองทำให้พระใหญ่เอจิเซ็นกลายเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปประดิษฐานในอาคารที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีขนาดใหญ่กว่าพระใหญ่ที่วัดนาราและคามาคุระเสียอีก
เมื่อได้มาแล้วจะได้สัมผัสกับความรู้สึกสงบภายในวิหาร ในวิหารยังมีพระพุทธรูปขนาดกลางและเล็กรวมกันถึงกว่า 1,281 องค์
หากขึ้นไปบนเจดีย์ที่อยู่ถัดจากวิหาร จะมองเห็นเมืองได้ถึง 360 องศา
ที่นี่สวยมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เป็นอีกจุดหมายหนึ่งที่ควรมีในแพลนการมาเที่ยวฟุคุอิ
Website : www.etizen-daibutu.com
Amago no Yado

Amago no Yado ณ เมืองคัตสึยามะ จังหวัดฟุคุอิ คือที่พักสไตล์เรียวกังที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ในพื้นที่ใกล้กับภูเขาโฮอนจิยามะ แต่สิ่งที่อยากแนะนำให้มาสัมผัสจากที่นี่คือปลาอามาโกะ ปลาลำธารในตระกูลเดียวกับเทราต์และแซลมอน
ที่นี่มีบ่อเลี้ยงปลาอามาโกะของตัวเอง มั่นใจได้ว่าปลาทุกตัวที่เสิร์ฟนั้นสดมาก ๆ เรียกว่าจากบ่อสู่โต๊ะ นักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มรสชาติหวานและเนื้อแน่นของปลาอามาโกะในหลายรูปแบบ ทั้งแบบซาชิมิที่หาได้ยาก ย่างเกลือ หรือเทมปุระ
และยังมีกิจกรรมให้ได้ตกปลาอามาโกะ เมื่อจับได้แล้วให้ทางร้านย่างเกลือให้กินได้เลยทันทีด้วย
Website : amago.jp
Symphony Yoshida Sake Brewery

โรงหมักสาเกที่สั่งสมประวัติยาวนานกว่า 2 ศตวรรษในเมืองเอเฮจิ จังหวัดฟุคุอิ โรงหมักแห่งนี้ยึดถือปรัชญา Eiheiji Terroir หมายถึงการสร้างสาเกที่สะท้อนเอกลักษณ์ของผืนดินและภูมิอากาศท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ปรัชญานี้นำมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด มีจุดยืนคือเป็นโรงหมักสาเกที่จะทำแบบจุนไมทั้งหมด (สาเกที่ใช้แค่ข้าวกับน้ำ ไม่เติมแอลกอฮอล์) และใช้ข้าวทั้งหมดที่ปลูกในเมืองเอเฮจิเท่านั้น ร่วมกับน้ำที่ได้จากการละลายของหิมะจากเทือกเขาฮาคุซัง
การเดินทางมายังโรงหมักแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเยี่ยมชมสถานที่ แต่เป็นการสัมผัสกับงานคราฟต์ที่เป็นรสชาติจากพื้นที่อย่างแท้จริง
Website : hakuryusake.com
L’aisance

ถ้ามาฟุคุอิแล้วอยากชิมอาหารรสชาติของเมืองนี้ เราอยากแนะนำร้าน L’aisance เพราะร้านอาหารร้านนี้ใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่จากฟุคุอิ ปรุงแบบฝรั่งเศส เน้นการใช้เปลวไฟและความร้อนจากฟืนในการทำอาหาร จึงได้สัมผัสกับรสชาติที่เป็นธรรมชาติของวัตถุดิบ เช่น ไข่ ผัก เนื้อสัตว์ จากผู้ผลิตในฟุคุอิแบบไม่ปรุงแต่งจนสูญเสียรสที่แท้จริงไป
ร้าน L’aisance ไม่ใช่แค่ใช้แค่วัตถุดิบในท้องถิ่น แต่อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร มีดในครัว หรือจานชามก็ล้วนมาจากช่างฝีมือของฟุคุอิเกือบทั้งหมด แนะนำอย่างยิ่งถ้าหากได้มาเยือนฟุคุอิ
Website : aidot.base.ec







































