เมื่องานออกแบบไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสื่อสารอัตลักษณ์ของย่านและส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชนเพียงอย่างเดียว แต่งานออกแบบยังต้องใช้งานได้จริงอีกด้วย
นี่คือโจทย์ข้อสำคัญของ Bangkok Design Week 2026 ที่ในปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 จึงมาพร้อมกับธีมที่ขึงขังจริงจังมากกว่าเดิม กับ ‘DESIGN S/O/S’ เปลี่ยนจากโจทย์ในปีที่แล้วว่า ‘งานออกแบบทำอะไรได้บ้าง’ มาสู่ ‘ออกแบบอย่างไรให้ใช้ได้จริงและพัฒนาพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าเดิม’
โจทย์นี้มาจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เกิดความผันผวนทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เทศกาลจึงตั้งใจเอาการออกแบบมาแก้ปัญหาตรงนี้ ผ่านการลงมือทำอย่างจริงจังมากกว่าเดิม
โดยในปีนี้ยังคงแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาไปยังย่านต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ชวนให้เราชีพจรลงเท้าออกเดินทางสำรวจผลงานจากศิลปิน นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์จากหลากหลายฝ่ายที่ออกมาโชว์ฝีไม้ลายมือบนเทศกาลที่เป็นดั่งพื้นที่แห่งโอกาสนี้
โดยในปีนี้เราได้ไล่สายตาดูโปรแกรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ รวมถึงลงพื้นที่จริงเพื่อคัดสรรโปรแกรมห้ามพลาดทั้งหมด 22 โปรแกรมจากหลากหลายย่านมาให้ทุกคนลองเซฟลิสต์ไปตามรอยด้วยกัน ครอบคลุมตั้งแต่เจริญกรุง ตลาดน้อย บางลำพู พระนคร ปากคลองตลาด และย่านอื่น ๆ
เจริญกรุง-ตลาดน้อย
01
พาใจกลับดาว
โดย Eyedropper Fill

ผลงานสุดฮีลใจครั้งล่าสุดจากสตูดิโอ Eyedropper Fill ที่จะเข้ามาประคับประคองความเศร้าที่ยังคงค้างคาในใจ เมื่อเราต้องโบกมือลาน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงที่เป็นดั่งคนในครอบครัวแบบไม่ทันตั้งตัว
นิทรรศการครั้งนี้จะพาเราค่อย ๆ คลายปมในใจ ไปพร้อมกับให้เราได้เรียนรู้การยอมรับและจัดการความเศร้า แปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังที่ช่วยให้เติบโตอย่างแข็งแรง เก็บน้อง ๆ ไว้ในใจให้เป็นพลังใจวันเหนื่อยล้า มากกว่าความเศร้าสร้อยยามนึกถึง โดยใช้ภาพ แสง เสียง และสัมผัสให้เราได้สื่อสารกับน้อง ๆ ภายในใจ ราวกับว่าได้หวนกลับไปในช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันอีกครั้ง
02
phayanchana portraits
โดย อังกูร อัศววิบูลย์พันธุ์
เส้นของตัวอักษร สระ และวรรณยุกต์ ถูกเรียบเรียง จัดวาง ประกอบร่าง อย่างประณีตด้วยฝีมือของ อังกูร อัศววิบูลย์พันธุ์ เจ้าของแบรนด์ PHAYANCHANA กลายเป็นใบหน้าของผู้คนที่ทรงอิทธิพลในหลากหลายวงการ ทั้งศิลปิน นักดนตรี นักแสดง ผู้กำกับ นักคิด นักกีฬา พระสงฆ์ นักการเมือง และนักสื่อสารมวลชน โดยที่วรรณรูปเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงรูปลักษณ์ภายนอกของผู้คน แต่สะท้อนถึงแก่นแท้จากภายในที่นักออกแบบต้องอาศัยการสังเกตบุคลิกแต่ละคน เมื่อมองดูภาพรวม ทุกอย่างบนภาพถูกคิดมาอย่างเหมาะสมและลงตัว ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป
03
Euangaraya
โดย casa.euangaraya

Euangaraya คือนักวาดภาพประกอบจากงาน Bangkok Illustration Fair 2025 ที่เข้าตาทีม CEA จนได้รับเชิญมาจัดแสดงในงาน Bangkok Design Week 2026 และเมื่อเราลองกวาดสายตามองผลงานเธอ ก็อดยิ้มไม่ได้กับความน่ารักสดใสที่เกิดจากการที่เธอหยิบจับของรอบตัวทั้งอุปกรณ์ห้องครัว อาหาร บ้าน สัตว์เลี้ยง หรือสวน มาวาดลงบนคุกกี้แต่ละชิ้น โดยที่มีความละเอียดลออทั้งในการไล่สี การตัดเส้น การคัดแสงและเงา ราวกับว่าเธอได้นำโลกของอาหารและโลกของภาพประกอบมาบรรจบรวมกันบนคุกกี้ที่เหมือนผ้าใบกินได้ นอกจากขนมแล้ว เธอยังทดลองเอาภาพที่วาดมาปั้นเป็นผลงานไซซ์จิ๋วอีกด้วย
04
กรวยซิทตี้ (Kluay Sity)
โดย Mobella x HOOM
เดินมาสักพักขอมานั่งพักในโซนกรวยซิทตี้ (Kluay Sity) ผลงานจาก Mobella แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ขาประจำของงาน Bangkok Design Week โดยที่ครั้งนี้เขาได้จับมือพา HOOM แบรนด์น้องใหม่มาเปิดตัว ซึ่งมาพร้อมกับคอนเซปต์ระเบิดขอบเขตของการหุ้มบุเฟอร์นิเจอร์ไปสู่สิ่งรอบตัว โดยครั้งนี้พวกเขาได้หยิบผ้าและฟองน้ำมาหุ้มกรวยจราจรที่เป็นสัญลักษณ์ให้เราได้ลองหยุดพัก หย่อนก้นลองนั่งบนบีนแบ็กทรงกรวยถนนนุ่ม ๆ พร้อมชี้ชวนเปิดบทสนทนาว่ากรวยในกรุงเทพฯ นี้มีบทบาทอย่างไร
05
Bangkok Trademark
โดย Neighbourmart
ร่วมขุดคุ้ยเรื่องราวของเมืองผ่านเครื่องหมายการค้าในกรุงเทพฯ ผ่านนิทรรศการ Co-creation Project ที่ Neighbourmart จับมือกับกิจการเก่าแก่ทั่วกรุงเทพฯ เอาเครื่องหมายการค้าในอดีตมาไล่เรียงเป็นเรื่องราวเมืองกรุงเทพฯ สะท้อนเศรษฐกิจไปจนถึงแสดงฝีไม้ลายมือนักออกแบบรุ่นเก๋าที่สืบทอดลายเส้นต่อกันมา และจัดแสดงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะเขาได้ชวนเหล่ากิจการรุ่นเก๋ามาออกบูทขายของใน Bangkok Trademark Fair หน้าอาคารไปรษณีย์กลางให้เราจับจ่ายใช้สอย จะเอาไปใช้ก็ได้ จะเอามาโชว์ก็ดี
06
OUTTAKES: A Cross-Cultural Design Collaboration
โดย PBB&O, FARMGROUP, Hann และ VEIG
เดิมทีแล้วในกระบวนการออกแบบล้วนแต่ต้องทำผลงานออกมาหลายแบบเพื่อให้ลูกค้าเลือกเฟ้นผลงานที่เข้ากับแบรนด์ของเขามากที่สุด อย่างไรก็ตามแม้ผลงานบางชิ้นจะไม่ถูกเลือก แต่ยังคงอัดแน่นไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์จนเป็นที่น่าเสียดาย
สตูดิโอไทยและเกาหลีทั้ง 4 PBB&O, FARMGROUP, Hann และ VEIG จึงหยิบผลงานที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนจัดเรียงเข้าแฟ้มยักษ์ที่รวบรวมทั้งรายละเอียดโปรเจกต์ โจทย์ตั้งต้น แนวคิด ไปจนถึงภาพสเกตช์ โดยแต่ละแฟ้มจะแบ่งออกเป็น 2 หมวด คือ Out ผลงานไม่ได้รับเลือก และ Take ผลงานที่ได้รับเลือก กลายเป็นตัวอย่างที่ให้เหล่าผู้รักงานออกแบบได้เห็นถึงกระบวนการคิดไปจนถึงการออกแบบของผลงานแต่ละชิ้น นอกจากนี้ในนิทรรศการยังมีกิจกรรมให้เล่นเอาไปแลกถุงเท้าลายสุดน่ารักได้ด้วยนะ
07
Forever in Bloom
โดย PREM x BELLVE
เราเชื่อว่าใครที่เคยเห็นผลงานของ prem.artistic ต่างก็มีเสียงในหัวผุดขึ้นมาว่าอยากลองเอามือยื่นไปลูบ (แต่ห้ามจับนะ!!) เพราะศิลปินคนนี้ถ่ายทอดทิวทัศน์ผ่านการถักทอที่มีเท็กซ์เจอร์ฟูฟ่อง ออกมาเป็นธรรมชาติแสนนุ่มนวลแต่สบายตา โดยนิทรรศการ Forever in Bloom นี้ เขาร่วมมือกับนักออกแบบ BELLVÉ ถักทอภาพของทุ่งดอกไม้ ด้วยเทคนิค Fabric Collage ที่หยิบจับเศษผ้าเก่าหลากชนิดมาคืนชีพด้วยการย้อมสีใหม่แล้วถักทอออกมาเป็นทุ่งดอกไม้แสนสดใส รวมถึงยังเอาผ้าเหล่านี้ไปหุ้มโคมไฟกลายเป็น Floral Totems ที่สะท้อนถึงการเกิดใหม่ ความหวัง การเยียวยา และความเป็นไปได้อันไม่สิ้นสุด
08
ViVa La MESS
โดย Yimsamer Studio
ในวันที่เหนื่อยล้าจะมีอะไรดีไปกว่าการได้ทานของร้อน ๆ ให้อุ่นกายสบายใจใน Viva La MESS ผลงานใหม่จาก Yimsamer Studio และ Attuned Studio ที่สร้างประสบการณ์ผ่อนคลายจากทั้งแสง สี เสียง กลิ่น สัมผัส และรสชาติจากโจ๊กของ Ajinomoto Quick Meal
เมื่อเข้ามาในห้องเราจะพบกับบรรยากาศผ่อนคลาย ฟูกที่นอน หมอน ผ้าห่ม โต๊ะ โคมไฟ รอคอยให้เราไปประจำที่ หลังจากนั้นก็จะเริ่มฉายแอนิเมชันสุดน่ารักที่มีน้องเปลวเป็นตัวละครหลัก ให้เรารับบทเป็นเชฟ ออกตามหาวัตถุดิบปรุงโจ๊กสำหรับใจ โดยที่แสง สี เสียงจะเปลี่ยนไปตามจังหวะของเนื้อเรื่อง ให้เราได้หลงลืมความวุ่นวายของชีวิตในเมืองใหญ่ และดื่มด่ำไปกับ Immersive Experience และ Sound Bath Experience
09
W(e)aves of Hope
โดย Irvine, Apiwat, Clarissa, Arvie, Adriansyah
ในวันที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากขึ้นทุกวันด้วยความกดดันของสถานการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลก W(e)aves of Hope บูทเล็ก ๆ ที่หน้าตาเหมือนตู้โทรศัพท์ตั้งอยู่ในชั้น 5 ของ TCDC กรุงเทพฯ นี้เปิดทำการเพื่อรับฟังเสียงขอความช่วยเหลือที่ไม่เคยมีใครได้ยิน ด้วยบรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ก่อนจะแปลงเสียงเหล่านั้นออกมาเป็นแสง สี และภาพเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ ฉายอยู่ด้านนอกตู้ กลายเป็นความเปราะบางที่มองเห็นได้ และเป็นความเปราะบางที่ผู้คนมาแบ่งปันร่วมกัน
10
คลินิกกลิ่น
โดย Mitt Mind Tree
กลิ่นก็กลายมาเป็นสิ่งที่ช่วยบำบัดจิตใจได้เป็นอย่างดีในโครงการ คลินิกกลิ่น จาก Mitt Mind Tree ที่ใช้กลิ่นมาเพื่อบำบัดอาการออฟฟิศซินโดรมและภาวะเบิร์นเอาต์ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยว่ากลิ่น ลาเวนเดอร์ โรสแมรี เบอร์กามอต รวมถึงสมุนไพรไทยชนิดต่าง ๆ ช่วยลดความตึงเครียด ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ชะลอการเต้นของหัวใจ โดยเฉพาะการเสริมคุณภาพการนอน เพราะการนอนคือหัวใจหลัก หากนอนดี จิตใจก็จะเบิกบานไปด้วย
โดยในบูทขนาด 2 ห้องนี้ จะให้เราเริ่มต้นด้วยการสแกน QR Code ทำแบบทดสอบว่าเราป่วยใจ-ป่วยกายตรงไหน ก่อนจะมายังช่องรับกลิ่นบำบัดที่เหมือนช่องรับยา แล้วให้เราเดินเข้าไปยังห้องถัดไปเพื่อฉีดน้ำหอมตามชื่อกลิ่นที่เราได้รับมา
11
THINKK Together 4: Out Of Line
งานโชว์เคสผลงานการร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ 5 รายที่กำลังเผชิญปัญหาวิกฤต และเหล่านักออกแบบรุ่นใหม่ทั้ง 5 คน มาร่วมกันแก้ปัญหาธุรกิจผ่านกระบวนการการออกแบบ โดยในโปรเจกต์นี้เหล่านักออกแบบจะได้ลงมือทำโจทย์สุดโหดหินร่วมกับผู้ประกอบการ ในขณะที่ผู้ประกอบการจะได้โปรดักต์ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดสดใหม่ การออกแบบจึงกลายเป็นสิ่งเชื่อมโยงระหว่างความคิดสร้างสรรค์และธุรกิจ สร้างเส้นทางชีวิตใหม่ให้กับแบรนด์ที่ต่าง ๆ โดยภายในงานจะจัดแสดงโมเดลต้นแบบจิ๋วและผลงานเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุหลากหลาย
12
KTK. Craft to Go
โดย Kitt.Ta.Khon

แม้ในโลกปัจจุบัน การขนส่งข้ามพรมแดนเป็นเรื่องที่สะดวกสบายมากขึ้น แต่การขนส่งเฟอร์นิเจอร์ยังคงต้องคำนึงถึงขนาดและรูปร่างให้ขนส่งได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่าค่าขนส่งมากที่สุด จนบางทีต้องตัดทอนรายละเอียดบางอย่างออกไปอย่างน่าเสียดาย
Kitt.Ta.Khon แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทำมือ จึงชวนเรามาคิดตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้งานคราฟต์อย่างเฟอร์นิเจอร์ทำมือผลิตเป็นจำนวนมากและมีรูปทรงที่ส่งออกไปขายต่างประเทศได้โดยที่ยังคงมีจิตวิญญาณของงานคราฟต์อยู่
ออกมาเป็น ‘Kitt.Ta.Khonify’ ที่เป็นโมเดลเฟอร์นิเจอร์ประกอบแบบ IKEA แต่ยังคงมีดีเทลและการตกแต่งแบบงานคราฟต์ และคอลเลกชัน Knock-Down Capsules ที่บรรจุมาในแพ็กเกจทรงแบนราบ เพื่อจัดส่งง่ายและรักษางานฝีมือได้อย่างปลอดภัยครบถ้วน
13
Domestic Natures
ในปัจจุบัน ความงามดั้งเดิมของธรรมชาติถูกลดทอนลงเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิต ต้นไม้ถูกโค่นล้ม หินถูกสกัด ผลหมากรากไม้ถูกแปรรูป ธรรมชาติกลายเป็นเพียงวัสดุหรือทรัพยากรที่ถูกตัดแต่งให้ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่ในบางครั้งความงดงามดั้งเดิมของธรรมชาติอาจมีคุณค่ามากกว่าสิ่งใด
นิทรรศการ Domestic Natures จึงจัดแสดงผลงานออกแบบที่ยังคงรักษาความงามของธรรมชาติเอาไว้ ให้งานออกแบบและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้ โดยใช้เทคนิค 3D Scan เพื่อให้ร่องรอยของธรรมชาติยังคงอยู่ในงานเฟอร์นิเจอร์ ประติมากรรม และของใช้ในบ้าน
14
อัคระมหานคร
โดย อัคระ แบงค็อก ประเทศไทย

เสียงในหัวของคนกรุงเทพฯ ถูกถ่ายทอดออกมาบนโปสเตอร์ โลโก้ป้ายประกาศโฆษณา และผลิตภัณฑ์เก่าในร้านค้า อันเป็นผลงานของ อัคระ แบงค็อก ประเทศไทย สตูดิโอออกแบบที่สร้างสรรค์เสื้อผ้าและของใช้จากฟอนต์ไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยเสียงในหัวเหล่านี้ต่างเป็นถ้อยคำจิกกัด ตลกขบขัน ประชดประชัน หรือแม้กระทั่งความคิดเล็ก ๆ ที่โผล่ขึ้นมาในหัวที่เราต่างคุ้นเคยหรือบางครั้งก็เคยมีความคิดแบบนั้นผุดขึ้นมาบ้าง โดยที่มีการออกแบบให้สอดคล้องไปกับพื้นที่จัดแสดงที่รายล้อมไปด้วยร้านขายของชำ ร้านค้าและศาลเจ้า
15
Love Is in the Air
โดย Hatari x HABITS Design Studio
นิทรรศการสุดอลังการที่ครอบครองพื้นที่ส่วนมากของชั้น 4 อาคาร The Corner House จากฝีมือของ Hatari และ HABITS Design Studio ที่จำลองจังหวะการตกหลุมรักทั้งหมด 4 ระดับ เริ่มจากห้องแรกที่ First Love ที่มาพร้อมบรรยากาศเบาสบายที่จัดแสดงแบบ Upside Down ให้เราเดินท่ามกลางหมู่เมฆด้านล่าง และภูเขาจำลองด้านบน ห้องถัดมา Love at First Sight ที่ฉายภาพหมู่มวลผีเสื้อบนผนัง ทันใดนั้นก็มีลมพัดอย่างแรง (จากพัดลม) จำลองบรรยากาศรักแรกพบที่มาเพียงเสี้ยววินาที
ต่อกันที่ Passionate Love ที่ทั้งห้องปกคลุมด้วยผ้าสีแดง ตรงกลางมีโคมไฟดวงโตที่กะพริบตามเสียงเต้นของหัวใจ และห้องสุดท้าย Message of Love ที่เต็มไปด้วยจดหมายและข้อความ ให้เราลองจรดปากกาเขียนข้อความถึงคนที่เรารักหรือตัวเราเอง
16
Extreme Repair Lab
โดย นิสิตออกแบบชั้นปีที่ 4 จาก INDA

เรียกได้ว่านี่คือขั้นกว่าของการซ่อมแซม เพราะนิทรรศการ Extreme Repair Lab จากนิสิตออกแบบชั้นปีที่ 4 จาก INDA หยิบจับของใช้ที่พังแล้วมาซ่อม ราวกับเป็นการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ยกระดับสิ่งของที่พังแล้วให้กลายเป็นวัตถุที่มีรูปทรงที่คาดไม่ถึง โดยใช้เทคนิคเชิงดิจิทัล ทั้ง 3D Scan, 3D Modeling และ 3D Printing พร้อมกับทั้งใช้เทคนิคงานฝีมือไปพร้อม ๆ กัน ผลงานซ่อมแซมที่ออกมานอกจากจะได้เห็นรูปลักษณ์ที่สุดขั้วจากแบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีองค์ประกอบที่ผสมผสานความร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน
บางลำพู-ข้าวสาร
17
ระบัดแสง – New World New Pulse
โดย วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์
ผลงานล่าสุดจาก วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ ที่เป็นไฮไลต์สำคัญของงาน Bangkok Design Week 2026 ในปีนี้ ด้วยผลงานของวิชญ์มากมายเน้นความบ้าพลัง เล่นใหญ่ และทุ่มเท ห้างนิวเวิลด์จึงถูกเลือกให้เป็นเวทีจัดแสดงผลงานของเขาในครั้งนี้
ผลงาน Myarab เป็น Kinetic Sculpture ประติมากรรมสูง 8 เมตรสอดแทรกด้วยกลไก Cable-driven กับระบบ Counterweight เคลื่อนไหวไปกับจังหวะดนตรีที่มีท่วงทำนองร่วมสมัย กลายเป็นดั่งมหรสพของย่านบางลำพู คลอไปกับแสงและสีที่สะท้อนทั่วพื้นที่ของห้างนิวเวิลด์ ราวกับฉายภาพย่านบางลำพูที่เคยเต็มไปด้วยความรื่นเริง
18
8+1 Circuit of Stories
และโดยรอบของห้างนิวเวิลด์ยังมีผลงานศิลปะจัดวางที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ 8 ชุมชน 1 พื้นที่ รอบ ถนนข้าวสาร-ถนนพระอาทิตย์-ถนนพระสุเมรุ อันเป็นถนนเส้นสำคัญในย่านบางลำพู โดยเป็นผลงานจากนักออกแบบ 5 กลุ่มที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากการรวบรวมเรื่องราว ทั้งบทสนทนาและความทรงจำ ให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักตัวจนของย่านบางลำพู ในขณะที่คนรุ่นเก๋าได้ย้อนความทรงจำ ยามที่กวาดตาดูศิลปะจัดวางจากวัสดุที่คุ้นตา
พระนคร
19
Designer of the Year Showcase

งานโชว์เคสจากปรมาจารย์นักออกแบบที่ได้รางวัลในปี 2025 ที่ประกอบไปด้วย รางวัลนักออกแบบเกียรติยศ รางวัลนักออกแบบแห่งปี และรางวัลนักออกแบบหน้าใหม่ กลายเป็นเวทีที่เปิดให้เราได้เข้าไปชมผลงาน ซึมซับแนวคิดงานออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ ผ่านการคัดสรรค์จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยที่มีทั้งสาขาเครื่องเรือน ผลิตภัณฑ์ เครื่องประดับ ผ้าและเส้นใย กราฟิก ภาพประกอบ ออกแบบภายใน งานส่งเสริมสังคม บรรจุภัณฑ์ และสื่อดิจิทัล
ปากคลองตลาด
20
Farm to Table x WoodyWind
โดย วราวุฒิ แก้วเจริญ

เมื่อความงดงามของดอกไม้ในปากคลองตลาดถูกถ่ายทอดผ่านฝีแปรงของ WoodyWind ศิลปินอิมเพรสชันนิสม์ที่เริ่มต้นเพนต์งานจากสวน Central Park ในนิวยอร์ก และตั้งใจตระเวนออกวาดภาพสวนตามที่ต่าง ๆ ทั้งสวนลุมพินีและสวนรถไฟ
โดยครั้งนี้ WoodyWind ได้ลงมือวาดภาพดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของปากคลองตลาดและเหล่าอาคารตึกแถวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม รวทถึงเป็นที่ตั้งของที่จัดแสดงร้าน Farm to Table
21
Flower Garden 02
โดย นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์

นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์ ศิลปินนักจัดวางดอกไม้ ได้กลับมายังปากคลองตลาดอีกครั้ง อันเป็นพื้นที่ที่เขามักจะมาซื้อดอกไม้ไปสร้างสรรค์ผลงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยผลงานของนรภัทรไม่เพียงแต่งดงามจับใจ สร้างศิลปะจากดอกไม้รูปแบบใหม่ แต่ยังคงสอดแทรกประเด็นต่าง ๆ ทั้งความเท่าเทียมทางเพศ ความไม่เท่าเทียมในสังคม ไปจนถึงการผูกขาดที่เกิดขึ้นในปากคลองตลาด จัดแสดงออกมาเป็นเซตดอกไม้ที่สวยงาม มีชั้นเชิงที่แยบยล และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ในเวลาเดียวกัน
ย่านอื่น ๆ
22
give.me.museums: Flower Art Garden

ปิดท้ายด้วยศิลปินคนโปรดของใครหลายคนอย่าง give.me.museum ที่เธอเปิดบูทอยู่ใจกลาง ICONSIAM ที่เป็นดั่งสวนดอกไม้อันเป็นพื้นที่พักใจและเซฟโซนให้กับเหล่าผู้เข้ามาแวะเวียน เติมพลังด้วยผลงานออกแบบแสนสดใสและสินค้าน่ารักจับใจ จนอดไม่ไหวต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน โดยยังมีสินค้าพิเศษที่วางขายที่บูทใน ICONSIAM เท่านั้นอีกด้วย







































