ดวงอาทิตย์กลมโตทอแสงในช่วงนาทีสุดท้ายของวัน อาบท้องฟ้าที่เคยสีฟ้าสดใสให้กลายเป็นสีส้ม (และบางครั้งก็เป็นสีชมพู)
นี่คือนิยามของ ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ คอนเซปต์หลักของ Thailand Biennale Phuket 2025 ที่ดึงเอาทิวทัศน์ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดบนแหลมพรหมเทพมาเป็นกระดูกสันหลังของเทศกาลงานศิลปะที่จัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี คราวนี้ถึงคิวของ ‘ภูเก็ต’ เมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ในภาคใต้
นิรันดร์ [กัลป์] เกี่ยวพันถึง ‘เวลา’ ที่บอกเล่าวัฏจักรทางธรรมชาติอันงดงามของภูเก็ต การนับถอยหลังที่เป็นเหมือนสัญญาณของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ เรื่องราวและตำนานดั้งเดิมที่ส่งต่อกันมา แต่ถูกกลบทับด้วยการท่องเที่ยวที่เฟื่องฟู การแข่งขันทางการค้าที่ดุเดือดเลือดพล่าน วิถีชีวิตของผู้คนที่ไหลไปทั้งกลางวันและกลางคืน
ทั้งหมดนี้นำมาจัดให้ดำรงอยู่ใน นิรันดร์ [กัลป์] รวมผลงานศิลปะที่แม้จะแตกต่าง แต่ก็ดำรงอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางวิกฤตโลกที่รุนแรงมากขึ้นทุกที
ภายใน Thailand Biennale Phuket 2025 เราจึงเห็นสถานที่เก่าแก่ อาคารร้าง และบ้านที่มีประวัติศาสตร์ กลายมาเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะหลายรูปแบบ ทั้งศิลปะจัดวาง สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะการแสดง ศิลปะถักทอ ศิลปะจัดวาง และอื่น ๆ อีกมากมายที่ผู้จัดงานบอกว่าต้องใช้เวลา 3 – 4 วันถึงจะดูครบ
เราคัดสรรผลงานห้ามพลาด 15 ชิ้นจาก 15 ศิลปินที่กระจายตัวทั่วภูเก็ตมาฝาก เก็บลิสต์นี้แล้วจองตั๋วตามไปชมด้วยตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและพิกัดจัดแสดงได้ที่ Facebook : Thailand Biennale หรือเว็บไซต์ www.thailandbiennale.org/th
ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก
สันติ ลอรัชวี


เริ่มต้นด้วยห้องที่รายล้อมไปด้วยแผ่นดินเผาวางเรียงกันเหมือนโดมิโน่บนพาร์ทิชันและแท่นนามบัตรบนผนัง ‘ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก’ คือผลงานจาก สันติ ลอรัชวี ศิลปินที่เติบโตจากเส้นทางนักออกแบบ นอกจากเขาจะทำ Key Visual ให้กับ Thailand Biennale Phuket 2025 เขาลงพื้นที่ไปพบปะพูดคุยกับชาวบ้านในภูเก็ต ตั้งแต่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ตลาดดาวทาวน์ และหมู่บ้านชาวประมง เป็นเวลา 1 ปีเต็ม แล้วบันทึกบทสนทนาลงบนหนังสือเล่มใหญ่ (ที่เราพลิกอ่านได้)
เขาเก็บสะสมวัตถุดิบต่าง ๆ จากผู้คนที่ได้พูดคุยมา ทั้งเปลือกหอยจากชาวเล กระเบื้องจากศาลเจ้าที่กำลังบูรณะ กากกาแฟจากโฮสเทล ผงธูปจากศาลเจ้า และผงขี้แร่ มาบดรวมกันแล้วนำมาเคลือบดินเซรามิกทีละแผ่นก่อนนำไปเผา ทำให้พื้นผิวและลวดลายของดินแต่ละก้อนไม่เหมือนกัน ก่อเรียงกันให้เราไล่สายตาดูทีละแผ่น
ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก
Foxy Diva Hot Pink Lacegina Queen
อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์

นักแสดงคาบาเรต์ในภูเก็ตมีชีวิตไม่ต่างจากซินเดอเรลลา เมื่อการแสดงอันสวยงามชวนฝันจบลง พวกเขากลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง และเผชิญหน้ากับเพศสภาพที่ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมอย่างแท้จริง
ความเจ็บปวดและเรื่องราวของนักแสดงคาบาเรต์ถูกบอกเล่าผ่าน ‘วิกผม’ ในนิทรรศการ Foxy Diva Hot Pink Lacegina Queen นำมาถักทอด้วยฝีมือของ อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์ ศิลปินหญิงที่โดดเด่นเรื่องการทำงานศิลปะด้วยเส้นผม
ครั้งนี้เธอนำวิกผมมาถักทอโดยใช้ไม้แขวนเสื้อเป็นตัวยึดโยง รวมถึงรองเท้าแก้วซึ่งประกอบขึ้นจากเศษแก้วที่เก็บจากชายฝั่งภูเก็ต หยอกล้อไปกับความเปราะบางของอาชีพนักแสดงคาบาเรต์
Foxy Diva Hot Pink Lacegina Queen
Pearl Boy
โอ๊ต มณเฑียร

ห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยแสงไฟไนต์คลับ สร้างขึ้นโดย โอ๊ต มณเฑียร ศิลปินไทย LGBTQ+ ที่เลือกหยิบประเด็น Sex Worker ในภูเก็ตมาเปรียบเทียบกับการผลิตไข่มุกที่จำเป็นต้องฝังสิ่งแปลกปลอมลงไปในหอยมุก ต้องสร้างความระคายเคืองให้หอย หอยถึงจะสร้างมุกขึ้นมา เช่นเดียวกับพนักงานบริการที่ใช้ร่างกายทำงาน
ภายในห้องจัดแสดงการเพาะแพลงก์ตอนที่เป็นอาหารของหอยมุก มีตู้แก้วที่มัดหอยไว้ในทะเลใกล้ผิวน้ำ แสงอาทิตย์ถูกแทนที่ด้วยแสงผับจากซอยพาราไดส์ในป่าตอง ภาพยนตร์ Pearl Boy ที่บอกเล่าเรื่องราวของพนักงานบริการในภูเก็ต ด้านหลังจอยังมีประติมากรรมของเปลือกหอยกองพะเนินที่มีสร้อยหอยมุกวางอยู่ด้านบนที่ศิลปินตั้งใจสื่อความงดงามที่แลกมากับความเจ็บปวด สร้อยมุกแสนสวยงามที่ต้องแลกมากับความเจ็บปวดของหอยมุกหลายสิบตัว
Pearl Boy
Foreign Bodies
ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์

ห้องสุดท้ายในโรงหนังเพิร์ลเป็นพื้นที่ของ ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ เขานำจอภาพ 6 จอ และลำโพง 12 ตัวที่แสดงภาพและเสียงเชื่อมโยง-ตอบสนองซึ่งกันและกัน เพื่อบอกเล่าเรื่อง ‘ศาลเจ้าต่องย่องสู’ ศาลเจ้าที่ตั้งขึ้นเพื่ออุทิศให้กับชาวอั้งยี่ที่เป็นคนงานเหมืองดีบุก 416 คน พวกเขาถูกฆาตกรรมหมู่แบบเผาทั้งเป็นเมื่อ พ.ศ. 2422 เพราะความขัดแย้งกับชาวอั้งยี่อีกแก๊ง
ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมดีบุกของเมืองภูเก็ตซึ่งมีความรุนแรงซ่อนอยู่ถูกนำมาเล่าอีกครั้งผ่านการตีความของไทกิ เขาไม่ได้บอกเล่าตรง ๆ แต่สอดแทรกด้วยภาพและเสียงที่ร้อยเรียงอย่างมีชั้นเชิงเหมือนบทกวี รวมถึงมีลำดับการเดินชมงาน ให้เหมือนกับว่าผู้เข้าชมกำลังเดินลงไปในเหมือง
Foreign Bodies
พันธสัญญาที่เปล่าประโยชน์
กมล เผ่าสวัสดิ์

ตำนานพระนางเลือดขาว เป็นตำนานที่บอกเล่าในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของไทย สำหรับฉบับภูเก็ต เล่ากันว่าพระนางเลือดขาวถูกใส่ร้ายว่ามีชู้ จึงมีโทษประหารชีวิต กมล เผ่าสวัสดิ์ นำตำนานพระนางเลือดขาวมาเปรียบกับความไม่ยุติธรรมในบ้านเมือง ผู้บริสุทธิ์ถูกกดทับด้วยอำนาจ ผ่านศิลปะการจัดวางที่ให้เราสัมผัสทั้งแสง เสียง วิดีโอ และกลิ่น สะท้อน 3 วัฒนธรรม ศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ และวัฒนธรรมภูเก็ต
พันธสัญญาที่เปล่าประโยชน์
ภาระดีบุก
เล็ก เกียรติศิริขจร

ใน Thailand Bieannale Phuket 2025 เล็ก เกียรติศิริขจร ศิลปินภาพถ่าย นำเสนอวิถีชีวิตชาวบ้านและแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคม ผ่านผลงาน 3 ชุด ชุดแรกทำขึ้นจากแร่โลหะที่ดูดขึ้นมาตามชายหาด นำมาหลอมและฉายภาพชาวบ้านลงบนแผ่นเหล็กด้วยเทคนิค Wet Plate Collodion สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของภูเก็ตที่เดิมไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่อุตสาหกรรมเหมืองแร่และคนตัวเล็กเหล่านี้ที่เป็นคนท้องถิ่นกำลังถูกกลบทับด้วยคลื่นอุตสากรรมท่องเที่ยว
ส่วนแผ่นเหล็กที่อยู่บนพื้นฉลุเป็นตัวหนังสือ บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนแต่ละคนที่อยู่บนแผ่นเหล็ก ให้เราได้นั่งอ่านเรื่องราวการดิ้นรน การอพยพ การแสวงหาความมั่นคงใหม่ จากเดิมที่ถิ่นที่อยู่อาศัยถูกรุกคืบและแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนอาชีพเดิมที่เคยยึดมั่นก็ต้องแปรเปลี่ยนไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจ สุดท้ายคือภาพขาวดำ ด้านหลังเป็นภาพถ่ายสะท้อนพื้นที่อยู่อาศัยของเหล่าชาวบ้านและแรงงาน ทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เป็นเศษซากประวัติศาสตร์ที่ตั้งคำถามว่าวัฒนธรรมดั้งเดิมพื้นที่จะดำรงอยู่ต่ออย่างไร ในเมืองที่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเฟื่องฟู
ภาระดีบุก
Stories of Celluloid Series
Wu Chi-yu

ใครจะไปรู้ว่าวัสดุเซลลูลอยด์ (Celluloid) หน้าตาคล้ายพลาสติกที่ใช้ในการผลิตแผ่นฟิล์ม แว่นตา ของเล่น สร้างขึ้นมาจากการบูร
Wu Chi-yu ศิลปินชาวไต้หวันขึ้นเขาไปเพื่ออัดภาพการทำการบูรมาทำ Celluloid ฉายในโรงเหล้ากะทู้ สอดคล้องกับภายนตร์ที่ฉายเรื่องการผลิตยางพาราในไทย ซึ่งในอดีตอุตสาหกรรมยางพารารุ่งเรืองมากในภาคใต้
ทั้งหมดนี้ศิลปินพยายามสื่อสารถึงการที่มนุษย์สกัดทรัพยากรจากธรรมชาติ ตักตวงทรัพยากรไปโดยคิดว่าเป็นของตนเอง
Stories of Celluloid Series
Is Your Time
Ryuichi Sakamoto และ Shiro Takatani


นี่คือไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดของ Thailand Biennale Phuket 2025
Is Your Time คือการนำผลงานในปี 2017 ของ Ryuichi Sakamoto ผู้ประพันธ์บทเพลงชื่อดังชาวญี่ปุ่น มีผลงานที่เรารู้จักกันดีคือ Merry Christmas, Mr. Lawrence
เปียโนที่ตั้งอยู่บนผืนน้ำ ด้านบนมีจอฉายภาพคลื่นทะเลตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางโรงยิม เช่นเดียวกับช่วงเวลาที่ Ryuichi Sakamoto พบเปียโนหลังนี้ตรงเรียนมัธยมเกษตรกร จังหวัดมิยางิ หลังเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2011
ภาพเปียโนที่ถูกคลื่นสึนามิซัดจนเสียหาย Ryuichi Sakamoto เปรียบเปรยไว้ว่า ภาพดังกล่าวที่เขาเห็นราวกับเป็นภาพความตายของดนตรี Ryuichi Sakamoto และ Shiro Takatani จึงชุบชีวิตเปียโนหลังนี้ขึ้นอีกครั้ง มันไม่ได้บรรเลงบทเพลง หากแต่เคาะตัวโน้ตตามจังหวะและเวลา โดยเชื่อมโยงกับภาพคลื่นที่ฉายอยู่ด้านบนโรงยิมขนาด 4,000 ที่นั่ง
Is Your Time
Moto Bagads
ฉัตรพงษ์ ชื่นฤดีมล และ เอกภพ หวงธนะภัณฑ์

จาก Bangkok Bastard ที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่อยู่อาศัยของคนงานก่อสร้างในกรุงเทพฯ สู่ Moto Bagads ซึ่งเป็นเหมือนชุดข้อมูลที่ 2 สถาปนิก ฉัตรพงษ์ ชื่นฤดีมล และ เอกภพ หวงธนะภัณฑ์ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลพื้นที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตของชาวเลบนเกาะสิเหร่ เดิมทีพวกเขาใช้ชีวิตร่อนเร่ตามเกาะต่าง ๆ อาศัยอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่เมื่อความเจริญเข้ามา พวกเขาต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต สูญเสียพื้นที่ทำกินให้การท่องเที่ยว
Moto Bagads จึงบันทึกการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้ ทั้งอาคารที่ถูกดัดแปลง กับดักปลาพื้นบ้านที่สืบต่อมาหลายชั่วอายุคน รถมอเตอร์ไซค์พ่วงที่เป็นเหมือนเรือบนบก และรูปทรงของกับดักปลายังนำมาดัดแปลงเป็นศาลาในอนาคตบนเกาะสิเหร่อีกด้วย
Moto Bagads
water~copy~air~streak
ปรัชญา พิณทอง


ผลงานของ ปรัชญา พิณทอง สร้างความทึ่งให้เราเสมอ ใน Thailand Biennale Phuket 2025 ก็เช่นกัน ด้วยการเปรียบเทียบอย่างแยบยล และสร้างบรรยากาศราวกับว่าระหว่างที่เราเดินผ่านพื้นที่ของเขา เรากำลังตั้งคำถามชวนคิดอยู่ตลอด
ครั้งนี้ปรัชญาเลือกประเด็นสะท้อนการฟื้นฟูธรรมชาติด้วยการเลียนเสียงนกและเสียงปะการัง นำรังนกจำลองมาจัดแสดงบนชั้น 3 ของหยี่เต้งคอมเพล็กซ์ พร้อมเปิดเสียงนกนางแอ่น ล่อนกให้มาทำรังจริง ๆ ส่วนเสียงปะการังมาจากงานวิจัยว่า ตัวอ่อนของสัตว์น้ำมักถูกดึงดูดด้วยเสียงของปะการัง
ปรัชญาลงไปดำน้ำเก็บเสียงปะการังมาเอง ทั้งหมดนี้เป็นเหมือนการทดลองเพื่อเสียดสีต่ออุตสาหกรรมที่ทำร้ายธรรมชาติและท้องทะเล
water~copy~air~streak
THE LABYRINTH #2
ปิตุพงษ์ เชาวกุล

THE LABYRINTH #2 เป็นภาคต่อของผลงานสร้างชื่อของ ปิตุพงษ์ เชาวกุล มาเยือนภูเก็ตทั้งที ครั้งนี้จึงยิ่งใหญ่และสลับซับซ้อนกว่าชิ้นแรกที่บางแสน
เมื่อเดินเข้าไป จะไม่มีเส้นทางตายตัวให้เดินตาม ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดจบ แต่ชวนคุณลองค้นหาเส้นทางของตนเอง ตัวงานเป็นทั้งประติมากรรม เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องเล่น เป็นเหมือนจุดเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ สถาปัตยกรรม และชีวิตประจำวัน เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่ก็เข้าไปสำรวจได้เช่นกัน
THE LABYRINTH #2
Whisper of the Forest
Eiji Sumi

ผ้าสามสีพันต้นไม้ เป็นความเชื่อท้องถิ่น เชื่อกันว่าต้นไม้ที่ผูกผ้าสามสีมีเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษา ศิลปินชาวญี่ปุ่น Eiji Sumi นำความเชื่อนี้มาอัปเกรดอีกขั้นด้วยผลงานศิลปะที่สอดแทรกวิทยาศาสตร์และสร้างความเชื่อขึ้นมาอย่างแยบยล
ท่ามกลางป่าโกงกางมีโคมไฟตั้งอยู่สูงต่ำตามทางเดิน โคมไฟเหล่านี้จะส่องสะท้อนแสงออกมาเป็นแนวนอน พาดผ่านต้นโกงกางน้อยใหญ่ เปลี่ยนเฉดสีไปตามวันเวลา ราวกับว่าแสงเหล่านี้พันรอบต้นโกงกางเพื่อปกปักรักษาเช่นเดียวกับผ้าสามสี
Whisper of the Forest
Silent Memories
Ibrahim Mahama


ศาลาบนจุดชมวิวเขารังถูกคลุมด้วยกระสอบปอ เป็นผลงานจาก Ibrahim Mahama ที่ขนผ้ากระสอบปอมาจากบ้านเกิดที่ประเทศกานา นำมาเย็บต่อกันจนคลุมโอบล้อมรอบศาลา บนกระสอบแต่ละผืนเต็มไปด้วยร่องรอยตราประทับ คราบเปื้อน และตะเข็บ บอกเล่าเรื่องราวของภูเก็ตที่เคยเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบและอาหาร สะท้อนถึงประเด็นแรงงานและการค้าขาย ก่อนที่ภูเก็ตจะแปรเปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยว
Silent Memories
ลมหวานเด๋อ
อารยา ราษฎร์จําเริญสุข

อาคารดีซีเป็นตึกแถวเก่าที่ผสานความเป็นตะวันตกกับตะวันออกเข้าด้วยกัน ใน Thailand Biennale Phuket 2025 อารยา ราษฎร์จําเริญสุข ศิลปินหญิงที่เลี้ยงหมาจร เขียนหนังสือ และสร้างงานศิลปะ แปลงพื้นที่ในตึกแถวให้เป็นสถานที่ที่สะท้อนตัวตนเธอ
ภายในอาคารเต็มไปด้วยประติมากรรมสุนัขที่เคยมีชีวิต พวกมันนอนเอกเขนก วิ่งเล่น หยอกล้อกันราวกับมีชีวิต รอบ ๆ อาคารมีการติดตั้งกระจกสะท้อนบ่อน้ำ เฟอร์นิเจอร์เก่า เตา และประตู บางมุมมีตุ๊กตาระบำอยู่บนคานและห้อยหัว รวมกันเป็นนิยายภาพที่กำลังเล่าเรื่องชีวิตของอาจารย์อารยา
ลมหวานเด๋อ
A Library for Children
Ryue Nishizawa

หากใครเคยไป Teshima Art Museum เกาะเทชิมะ ประเทศญี่ปุ่น คงคุ้นเคยกับสไตล์ของสถาปนิกชาวญี่ปุ่นคนนี้ดี เมื่อ Ryue Nishizawa มาเยือนภูเก็ต เขาเห็นความผสมกลมกลืนระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ จึงสร้างโมเดล A Library for Children ขึ้นมา โดยยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมที่โปร่งเบาและเรียบง่าย
หอสมุดในจินตนาการแห่งนี้วาดและประกอบขึ้นจากรูปทรงและวัสดุเรียบง่าย ออกแบบอาคารให้แสง ลม และทิวทัศน์เข้าออกได้รอบ เช่นเดียวกับผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่เข้ามาพบปะ นั่งเล่นและเรียนรู้กันได้อย่างอิสระ และอาคารยังเชื่อมต่อไปถึงชายหาด กลมกลืนไปกับธรรมชาติของภูเก็ตอย่างลงตัว
A Library for Children
Land – Fill
นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ


เหมืองเจ้าฟ้าเป็นโลเคชันที่เรารอคอย เพราะที่นี่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภูเก็ต เป็นเหมืองสูบแห่งแรกของประเทศไทย เป็นหลักฐานว่าในยุคหนึ่งภูเก็ตเคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองในการส่งออกเหมืองแร่ นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ ศิลปินชาวกาญจนบุรี ผู้ทำงานศิลปะเชิงวิจัย ใน Thailand Biennale Phuket 2025 เขาสนใจการเปลี่ยนแปลงจากเมืองที่ส่งออกแร่ดีบุกสู่เมืองท่องเที่ยวของภูเก็ต จึงเริ่มทำงานจากพื้นที่เหมืองเจ้าฟ้า
นิวัฒน์ลงพื้นที่เจอบ่อขยะรีไซเคิลที่สะพานหิน (ภูเก็ต) เริ่มทำงานจากวัสดุอะลูมิเนียมในบ่อขยะที่คล้ายคลึงกับแร่ดีบุก ไอเดียนี้นำมาสู่การตั้งคำถามถึงวงจรย้อนกลับว่า ในอดีตมนุษย์ขุดทรัพยากรจากดิน แต่ปัจจุบันพวกเราส่งคืนสิ่งเหล่านี้กลับไปในรูปของขยะเหลือทิ้ง เขาจึงขุดอดีตขึ้นมาโดยหลอมเหลวอะลูมิเนียมเทลงบนพื้นดินข้างหลังเหมืองเจ้าฟ้า ดูดแร่จากขยะถูกทิ้งออกมาเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ จัดแสดงด้านหน้าเหมือง
นอกจากนี้ นิวัฒน์ยังสำรวจพื้นที่บ่อขยะสะสม 200 ไร่ด้วยเครื่องมือวัดความลึก กลไกคล้ายกับเครื่องมือธรณีวิทยา แล้วนำข้อมูลไปแปลงเป็นวิดีโอจัดวางภายในโรงงาน เผยให้เห็นเส้นทางของเกาะที่เคยรุ่มรวยด้วยทรัพยากร แต่ปัจจุบันกำลังมากล้นไปด้วยของเสีย
ศิลปินชวนเรากลับไปทบทวนเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ใหม่ ไม่ใช่เพียงในแง่มุมของการพักผ่อน แต่ชวนพิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังการเปลี่ยนแปลง
Land – Fill, ปี 2025
Back Home
Tsai Ming-liang

นี่เป็นงานศิลปะที่เราว่าสะเทือนใจที่สุดใน Thailand Biennale Phuket 2025
Back Home เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าการเดินทางกลับบ้านของ อนงค์ ฮวงเฮืองสี คนงานต่างด้าวในไทยที่เดินทางกลับบ้านเกิดที่ลาว ผ่านสายตาของ Tsai Ming-liang ผู้กำกับชื่อดังแห่งไต้หวัน ภาพยนตร์ของเขามักถ่ายทอดความโหยหาและอ้างว้าง ในโปรเจกต์นี้ เขาติดตามเส้นทางการกลับบ้านของแรงงานที่ชีวิตในฝันถูกทำลาย ถูกใช้ และสูญเสียไป
แม้จะบอกว่านี่คือการกลับบ้านของอนงค์ แต่เราคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเหมือนภาพแทนของชีวิตและความผุพังของผู้คนในสังคม วิดีโอฉายภาพบ้านในหลายมิติ บางหลังสร้างได้เพียงครึ่งทาง บางหลังไม่แน่ใจว่ายังมีคนอยู่อาศัยหรือไม่ ภาพยนตร์ดำเนินไปอย่างไม่ปะติปะต่อ จัดวางร่วมกับภาพเขียนนามธรรมที่สร้างร่วมกันระหว่างอนงค์และผู้กำกับ
สิ่งที่เราสัมผัสได้จากงานชิ้นนี้ คือคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงกำลังซัดสาดทุกสิ่งให้หายไป
Back Home จัดแสดงที่อาคารพูนผล ก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2530 แต่ไม่เคยเปิดให้บริการ หากภาพยนตร์กำลังเล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงผ่านบ้านเรือน อาคารพูนผลก็เป็นอีกหนึ่งชีวิตที่ไม่ทันได้งอกงาม และเป็นหลักฐานการล่มสลายทางเศรษฐกิจเมื่อ พ.ศ. 2540
ได้แต่หวังว่าเทศกาลศิลปะครั้งนี้จะปลุกชีพอาคารเก่าให้กลับมาอีกครั้ง
Back Home, ปี 2025
Signals From Heaven Series
Zhao Yao

Signals From Heaven Series เป็นผลงานส่วนหนึ่งของโครงการ The Spirit Above All ที่ Zhao Yao ศิลปินชาวจีน ติดตามพระป่าจากทิเบตเป็นเวลาหลายปีเพื่อสร้างงานศิลปะ รอบนี้ศิลปินนำกระท่อมเล็กทรงกล่องซึ่งเป็นที่พำนักจริงของเหล่าพระมาจัดแสดงที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย สภาพกระท่อมมีร่องรอยของกาลเวลา ภายในฉายวิดีโอสัมภาษณ์พระหลายรูป เล่าถึงความคาดหวังและความต้องการ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่เรื่องอัตลักษณ์ การศึกษา พิธีกรรม ไปจนถึงความลักลั่นของชีวิตร่วมสมัย
ศิลปินเลือกใช้ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยในการจัดแสดง เพราะมองว่าที่ตรงนี้เต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาอยากให้เสียงบรรยากาศรอบ ๆ ทั้งเสียงตีระฆัง เสียงขอพร เสียงพูดคุย สร้างผลกระทบต่องาน Signals From Heaven จึงทำงานเหมือนบานพับที่เชื่อมโยงระหว่างความเงียบของสมาธิกับเสียงของข้อมูลที่หลั่งไหล
Signals From Heaven Series, ปี 2018 – 2019
Cherishing the Sea Forests
Alex Monteith, Maree Sheehan และ อภิวัฒน์ ทองยวน

ภายในอาคารเพิร์ลโบว์จัดแสดงผลงานจากศิลปินถึง 3 คน ได้แก่ Alex Monteith, Maree Sheehan และ อภิวัฒน์ ทองยวน ในผลงานวิดีโอความยาวกว่า 10 นาที โดยพวกเขานำจอภาพ 5 จอมาวางเรียงกัน พร้อมกับลำโพง 5 ตัว และซับวูฟเฟอร์อีก 1 ตัว เพื่อถ่ายทอดความละเอียดอ่อนและความสมจริงของภาพและเสียงรอบทิศทางเสมือนโฮมเธียเตอร์ ให้ผู้ชมดำดิ่งสัมผัสถึงเรื่องราวซึ่งบันทึกมาจากท้องทะเลและผืนป่าโกงกางรอบ ๆ ภูเก็ต หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน
มีทั้งภาพต้นโกงกาง แสงแดดที่ทะลุผ่านผิวน้ำ เสียงกึกก้องและแตกพร่าจากกระแสน้ำ เสียงสายฝน เสียงนกร้อง รวมถึงสรรพเสียงอื่น ๆ ที่บันทึกได้จากไฮโดรโฟน เสียงเหล่านี้ซ้อนทับกัน สื่อถึงระบบนิเวศและวัฏจักรของธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงโดยทะเลและผืนป่าโกงกาง
ท่ามกลางเสียงเหล่านั้นเอง เราได้ยินเสียงของชาวมอแกลนที่เร่ร่อนอยู่ในเกาะสุรินทร์ ภูเก็ต และหมู่เกาะเมอร์กุย ภาษาและคำพูดของเขาเป็นเหมือนเสียงกระซิบ คลอไปกับเสียงของวิถีชีวิตประจำวัน ตัดกับเสียงเครื่องยนต์เรือของนักท่องเที่ยว ตอกย้ำถึงความเปราะบางของธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง และแรงกดดันที่จะพยายามพัฒนาพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
Cherishing the Sea Forests
ความคิดค้างคาในน้ำเค็ม โปรดมาท่องเที่ยวที่ทะเลของฉัน
Speedy Grandma

พระอภัยมณี บทประพันธ์ของ สุนทรภู่ นำมาตีความใหม่ในสายตาของ Speedy Grandma กลุ่มศิลปินอิสระที่สร้างงานศิลปะจากการการตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ การคิดนอกกรอบ กบฏแหกขนบ ที่มักจะสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้ศิลปินนอกกระแสอยู่เสมอ เนื่องจาก พระอภัยมณี เป็นวรรณคดีที่ประพันธ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งวัฒนธรรมตะวันตกมีอิทธิพลในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภายในล็อบบี้ของโรงแรมเมลโลว์ พิลโลว์ อัดแน่นไปด้วยผลงานศิลปะสื่อผสม ประกอบด้วยมาสคอตขลุ่ยพระอภัยมณี งานประติมากรรมของเครื่องบินที่กลายเป็นนางเงือก ภาพถ่าย สิ่งพิมพ์ และวิดีโอ ที่สอดแทรกผลกระทบจากยุคอาณานิคมที่บุกรุก แผ่ขยาย และล่วงล้ำเข้ามาในในภูเก็ต แม้จะไม่ถูกปกครอง แต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบมาถึงปัจจุบัน
ความคิดค้างคาในน้ำเค็ม โปรดมาท่องเที่ยวที่ทะเลของฉัน
ทางเดินที่ไม่ราบเรียบอีกต่อไป
วรภพ ตันตินันทกุล


วรภพ ตันตินันทกุล เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของภูเก็ต บ้านเกิดเมืองนอนของเขามาตั้งแต่เด็ก จากเมืองอุตสาหกรรมเหมืองที่รุ่งเรืองด้วยการประมงพื้นบ้าน แปรเปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยว การเปลี่ยนผ่านสู่ความศิวิไลซ์ ทิ้งร่องรอยทั้งในรูปแบบเศษซากไปจนถึงภาพความทรงจำไว้ในจิตใจ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเด่นชัดที่สุดในสายตาวรภพ คือ ‘ถนน’ และ ‘ทางเท้า’ ที่แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำมากที่สุด ในอดีตถนนหลายสายในภูเก็ตสร้างขึ้นด้วยตะกรันดีบุกและเศษหินที่มีคุณภาพสูงขั้นว่าผลิตหัวกระสุนจรวดได้ แต่ถนนที่เคยแข็งแกร่งกลับกลายเต็มไปด้วยหลุมบ่อในปัจจุบัน
วรภพจำลองถนนภูเก็ตในยุคที่เคยรุ่งเรืองด้วยอุตสาหกรรมเหมืองขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยการขึ้นโครงสร้างทางเดินเหล็กบนกองตะกรันดีบุก แล้วคลุมทับด้วยกากมะพร้าว กากกาแแฟ และส่งของเหลือใช้ที่ต่างเป็นสิ่งสะท้อนถึงเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ชวนให้เราตั้งคำถามถึงความศิวิไลซ์ของภูเก็ตที่แสนจะเปราะบางด้วยโครงสร้างคมนาคมที่ไม่แข็งแรงเอาเสียเลย
