17 กันยายน 2025
2 K

ในวาระที่ประเทศไทยมีนิทรรศการ ‘How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art’ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ RCB Galleria 1 – 2 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก แม้จะพยายามเก็บอาการ แต่คนรอบข้างต่างดูออกว่าเราตื่นเต้นมาก! 

นอกจากจะเป็นแฟนคลับ Snoopy ระดับมีสติกเกอร์ไลน์พอให้ส่งได้ทุกวันไม่ซ้ำกันทั้งปี และมีข้าวของที่ปรากฏหมาบีเกิลหน้าตามึน ๆ อยู่เต็มกระเป๋าแล้ว ในฐานะนักกลยุทธ์ เราสนใจมานานว่าอะไรทำให้ Snoopy ไม่เคยตกยุค และการจัดการแบบไหนที่ทำให้ Snoopy และแก๊ง Peanuts มีความเชื่อมโยงกับคนทั้งโลกได้มากเท่านี้มายาวนานตลอด 75 ปี 

Snoopy ไม่ใช่แค่คาแรกเตอร์ และไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่งของแบรนด์ Peanuts เราคิดว่า Snoopy มีความเป็นแบรนด์ในตัวเอง มีความเชื่อและคุณค่าที่เป็นจิตวิญญาณที่คงความดั้งเดิมไว้ได้แบบเหนียวแน่นแม้จะผ่านมาหลายยุคหลายสมัย มีการร่วมมือกับแบรนด์ในทุกประเภท ทุกระดับ ตั้งแต่เครื่องเขียน อาหาร เสื้อผ้า กีฬา องค์กรการกุศล แบรนด์ระดับโลก ไปจนถึงองค์กรด้านอวกาศ และทำให้ใจละลายได้ทุกครั้งที่ได้พบเห็นในรูปแบบต่าง ๆ 

ทีมงาน River City Bangkok ติดต่อให้เราได้พูดคุยกับ Melissa Menta, SVP, Global Brand and Communications Peanuts Worldwide ผู้ดูแลแบรนด์ Snoopy มา 15 ปี, Yuling Wang, Chief Curator ของนิทรรศการ How Do You Do, Snoopy? และ Toby Lu, Director of Sales and Marketing ของ River City Bangkok เพื่อตามหาคำตอบว่าทำไมมันถึงคลาสสิกและเป็นที่รักเหนือกาลเวลาได้แบบนี้ 

1. การ์ตูนแถบ (Comic Strip) Peanuts ที่มี Snoopy และผองเพื่อนเป็นตัวเอก เป็นการ์ตูนที่ยาวนานมากที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก และเขียนโดยคนคนเดียวตลอด 50 ปี

Snoopy ไม่ใช่แค่คาแรกเตอร์น่ารัก ๆ แต่เป็นหนึ่งในตัวเอกของการ์ตูนแถบที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 1950 เขียนโดย ชาร์ลส์ มอนโร ชูลส์ (Charles M. Schulz) คนเดียวยาวนานถึงครึ่งศตวรรษ

Charles M. Schulz

2. เขาวาดการ์ตูน Peanuts ไว้ทั้งหมด 17,897 เรื่อง และเสียชีวิตเพียง 1 วันก่อนที่ตอนสุดท้ายจะตีพิมพ์

ตลอด 50 ปี เรื่องที่เล่าใน Peanuts เป็นชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ ที่มีทั้งความสนุก ความรัก ความเหงา ความหวัง และความล้มเหลวเล็ก ๆ บางตอนก็สะท้อนถึงปัญหาหรือค่านิยมในยุคนั้นที่ชาร์ลส์อยากสื่อสาร เป็นกระบอกเสียงในฐานะสื่อมวลชน 

Yuling บอกว่างานของชาร์ลส์ทำให้เห็นว่าเขาเชื่อในความพิเศษของเรื่องธรรมดา และมีมุมมองที่แตกต่างไปจาก American Dreams ที่เป็นกระแสหลักในยุคสมัยนั้น

Snoopy ปรากฏตัวครั้งแรกในการ์ตูน Peanuts วันที่ 4 ตุลาคม ปี 1950
การ์ตูน Peanuts ตอนสุดท้าย ตีพิมพ์ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปี 2000
ภาพ : Charles M. Schulz Museum

3. ไม่เคยมีใครเรียก ชาร์ลส์ ว่า ชาร์ลส์ 

Melissa บอกเราว่าคนที่รู้จักชาร์ลส์จริง ๆ จะเรียกเขาว่า ‘Sparky’ และ Snoopy ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากสุนัขตัวโปรดของเขาที่ชื่อ Spike ซึ่งกลายมาเป็นชื่อของพี่ชายคนหนึ่งของ Snoopy ในเรื่อง Peanuts 

4. ชาร์ลส์ไม่เคยอินกับชื่อ Peanuts เลย

แต่เดิมเขาตั้งชื่อการ์ตูนนี้ไว้ว่า Li’l Folks ที่แปลว่าเพื่อนตัวน้อย แต่ต่อมาสำนักพิมพ์ให้เปลี่ยนชื่อเป็น Peanuts ที่แปลว่า ‘ถั่ว’ ชาร์ลส์รู้สึกว่าชื่อถั่วทำให้เรื่องของเขาถูกด้อยค่า ถูกมองเป็นเพียงเรื่องของเด็ก ๆ ที่สนุกไปวัน ๆ แต่แท้จริงแล้วเขาแฝงอะไรไว้ในนั้นมากมาย

5. จึงเป็นที่มาของความพิเศษของแบรนด์นี้ที่จะไม่บังคับให้ใช้ชื่อแบรนด์ Peanuts ในการสื่อสาร 

เพราะตั้งแต่ตอนที่ชาร์ลส์ยังมีชีวิตอยู่ เวลาใครมาขอเรียกการ์ตูนของเขาด้วยชื่ออื่น ๆ เช่น เรียกว่า Snoopy ได้ไหม เรียกว่า Charlie Brown ได้ไหม เขาก็จะบอกว่า “โอเค ได้เลย” 

ตอนที่ The Peanuts Movie จะออกฉายในโรงภาพยนตร์และ Disney+ ในปี 2015 บริษัท Peanuts Worldwide ผู้ถือลิขสิทธิ์จึงต้องผ่อนปรนให้แต่ละประเทศเลือกชื่อที่จะใช้ในประเทศของตัวเองได้ และมีไบเบิลสำหรับการสื่อสารทั้งชื่อ Peanuts และ Snoopy

6. ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร อยู่ประเทศไหน หรือเจเนอเรชันไหน ผู้อ่านก็เชื่อมโยงผ่านตัวละครต่าง ๆ ได้เสมอ 

Melissa บอกว่าสิ่งที่ทำให้คนรักการ์ตูน Peanuts และ Snoopy เพราะมีความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง มันพูดถึงอารมณ์ ความรู้สึกแบบมนุษย์แท้ ๆ ที่ใครก็มีอารมณ์ร่วมได้แบบไม่เคยตกยุค อีกเรื่องคือสไตล์การสื่อสารที่เรียบง่ายและแหลมคม ใช้ลายเส้น สีขาวดำ และใช้คำน้อยมาก ๆ เหมือนเป็นบทกวีเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่ชวนให้หยุดคิดและยิ้มได้ไม่ว่าจะเข้าใจภาษาหรือไม่ จึงสื่อสารกับคนทั้งโลกได้โดยไม่มีกำแพงมากนัก

7. Peanuts มีตัวละครทั้งหมด 70 ตัว ส่วนใหญ่เป็นเด็ก บางคนเป็นนก บางคนเป็นต้นไม้ และโรงเรียนก็เป็นตัวละครด้วย

ด้วยความตั้งใจให้เป็นโลกของเด็ก ชาร์ลส์จึงอนุญาตให้สิ่งของทั้งหลายมีชีวิต สัตว์หลายตัวพูดได้ และทำให้เสียงของผู้ใหญ่เป็นวุ้น ๆ เหมือนในจินตนาการของเด็ก 

ตัวละครใน Peanuts สร้างขึ้นอย่างมีชั้นเชิง ให้เป็นตัวแทนของความเป็นมนุษย์ในชีวิตจริง เช่น Charlie Brown แทนความเปราะบางและความพยายาม Snoopy แทนจินตนาการและความเป็นอิสระ Lucy คือพลังการวิพากษ์วิจารณ์ ส่วน Linus แสดงถึงศรัทธาและความสบายใจ 

ตัวละครแต่ละตัวใน Peanuts สะท้อนมุมมองที่ทุกคนรู้จักในตัวเองหรือคนรอบข้าง จึงเชื่อมโยงกับผู้คนได้ลึกซึ้ง ทำความรู้จักกับตัวละครทั้งหมดได้ที่นี่ 

ภาพ : peanuts.fandom.com

8. Franklin คือตัวละครที่ชาร์ลส์ใช้พื้นที่เล็ก ๆ ในหนังสือพิมพ์เพื่อสร้างแรงผลักดันยิ่งใหญ่ในสังคม

ตัวละครที่เราอยากเล่าถึงเป็นพิเศษคือ Franklin เด็กผิวดำคนเดียวในเรื่อง ชาร์ลส์ตัดสินใจเพิ่มเขาเข้ามาในเรื่องในปี 1968 ตามคำขอของครูผิวขาวในแคลิฟอร์เนียที่เขียนจดหมายมาหา เพราะอยากให้สะท้อนความหลากหลายในสังคม 

ชาร์ลส์นำ Franklin เข้ามาในโลกของ Peanuts อย่างเรียบง่าย ด้วยการทำให้เขาเจอกับ Charlie Brown บนชายหาด พูดคุยกัน และชวนกันเล่นบอล ไม่มีการชี้นำประเด็นสีผิวหรือชวนให้ทุกคนยอมรับความแตกต่าง เพียงแต่ทำให้เห็นว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกันได้ตามธรรมชาติอย่างที่เด็กทั่วไปเป็นกันเท่านั้น

9. เทคนิคการเล่าเรื่องในการ์ตูน Peanuts เข้าใจง่ายเหมือนการดูภาพบน Instagram 

อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ Snoopy กับผองเพื่อนยังเป็นที่รู้จักและเป็นที่รักจนถึงทุกวันนี้ คือการเล่าเรื่องที่เคยเป็นการ์ตูนแถบเข้ากันแบบเหมาะเจาะพอดีกับ Instagram ไม่ว่าจะเป็นลายเส้นที่เรียบง่าย ลำดับเรื่องเป็นช่อง ๆ และใช้คำที่สั้น กระชับ คมคาย เข้าใจง่าย น่าแชร์ต่อ 

ภาพ : Instagram @schulzmuseum

10. Peanuts Worldwide มีปรัชญาที่ยึดถือว่า ‘Stay True To Comic Strip’

“เราจะไม่สร้างอะไรใหม่ที่ชาร์ลส์ไม่ได้สร้างไว้” Melissa ยืนยัน เธอเชื่อว่างานที่มาจากการ์ตูนและมีความดั้งเดิมจะประสบความสำเร็จ 

11. เราจะไม่ได้เห็น Snoopy มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือเรื่องราวในโลกที่เกิดหลังปี 2000 เลย

เคยรู้สึกไหมว่าเราจะดูออกว่าสินค้า Snoopy ชิ้นนี้มีจิตวิญญาณที่ถูกต้องหรือไม่ นอกจากลายเส้นและสีสันแล้ว มันคือความสมเหตุสมผลกับเรื่องราวใน Peanuts 

แม้จะยืดหยุ่นเรื่องการเรียกชื่อแบรนด์ แต่ Peanuts Worldwide เจ้าของลิขสิทธิ์ มีกฎชัดเจนว่าจะไม่สร้างสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นใน Comic Strip มาก่อน สินค้าลิขสิทธิ์ สินค้าที่เกิดจากความร่วมมือ และกิจกรรมที่ Snoopy ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ต้องเป็นเรื่องราวที่เคยมีอยู่ในการ์ตูนเท่านั้น 

เช่นตอนที่ Arbor Day Foundation ซึ่งเป็นองค์กรเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ชวน Snoopy มาทำอะไรด้วยกัน ทีมงานก็ต้องไปค้นในฐานข้อมูลว่า มีอะไรที่จะเข้ากับเรื่องนี้ไหม พอพบว่าชาร์ลส์เคยเขียนเรื่องไปปลูกต้นไม้ในวัน Arbor Day จึงร่วมมือกับ Arbor Day Foundation ได้ 

ฉะนั้น เราจะไม่ได้เห็น Snoopy มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือเรื่องราวในโลกที่เกิดหลังปี 2000 เช่น Snoopy จะไม่ถือสมาร์ตโฟน ไม่บินโดรน หรือถ่ายรูปแบบเซลฟี่ นี่คือสิ่งที่ทำให้แฟน ๆ เชื่อมั่นในความดั้งเดิมของเรื่องราว 

12. เป็นแบรนด์ที่มีจิตวิญญาณความเป็นตัวของตัวเอง มั่นคง และสม่ำเสมอ ไม่ต้องวิ่งตามใครให้ได้เป็นที่รัก

Melissa เล่าว่า เวลาถูกถามว่า Snoopy มีดีอะไร ทำไมคนเจนฯ ซี ถึงชอบ เธอมักจะตอบว่า ความมั่นคง สม่ำเสมอ และความเป็นตัวของตัวเอง 

“ฉันคิดว่านี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ Snoopy อยู่มาได้นานขนาดนี้” เธอย้ำ

13. Connie Boucher เป็นคนติดต่อชาร์ลส์เพื่อชวนให้เขาทำเรื่องลิขสิทธิ์ Snoopy เป็นคนแรกตั้งแต่ปี 1962 และ Merchandise แรกภายใต้แบรนด์ Peanuts คือสมุดไดอารีแบบมีวันที่ (Date Book) 

หลังจากนั้นเธอก็เป็นตัวแทนดูแลการพิมพ์และจำหน่าย Happiness is a Warm Puppy หนังสือรวมเล่มการ์ตูนที่ชาร์ลส์เคยวาดลงหนังสือพิมพ์ที่กลายมาเป็นหนังสือขายดีของ The New York Times ถึง 45 สัปดาห์ด้วย

อย่างไรก็ดี ของที่ระลึกชิ้นแรกที่ทำให้ Snoopy ออกมาอยู่นอกภาพวาดการ์ตูน คือตุ๊กตายางตัวเล็ก ๆ ที่ทำโดยบริษัท Hungerford ก่อนที่ Connie Boucher จะเข้ามาจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ 

Date Book ของที่ระลึกชิ้นแรกภายใต้ลิขสิทธิ์ Peanuts

14. เป็นบีเกิลที่ดังจนขึ้นปกนิตยสาร 

อีกเรื่องที่พิสูจน์ว่า Peanuts ไม่ใช่แค่การ์ตูนเด็ก แต่เป็นการสื่อสารที่ทรงพลัง และเป็นปรากฏการณ์วัฒนธรรมที่มีความหมายทางสังคมและสะท้อนชีวิตคนรุ่นนั้น จนได้ขึ้นปกนิตยสารที่มีอิทธิพลมากอย่าง TIMEในปี 1965 และ LIFE ในปี 1967

นิตยสาร TIME เรียก Peanuts ว่าเป็น ‘กระจกสะท้อนความรู้สึกมนุษย์’ ในชีวิตประจำวัน TIME มองว่าชาร์ลส์คือนักเขียนการ์ตูนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนวิธีคิดให้การ์ตูนเล่าความจริงและปรัชญาชีวิตได้อย่างทรงพลัง ในขณะที่นิตยสาร LIFE บันทึกความดังเป็นพลุแตกของ Peanuts ในตอนนั้นไว้ว่า จากตัวละครผู้พ่ายแพ้ สู่ผู้ชนะในวัฒนธรรมสมัยนิยม

15. และยังเป็นบีเกิลที่ได้ขึ้นไปยังอวกาศ และเป็นเครื่องรางของนักบินอวกาศด้วย

หนึ่งในความร่วมมือที่โด่งดังมาก ๆ ของ Snoopy คือการร่วมมือกับองค์การอวกาศ NASA 

ในปี 1968 ช่วงที่ Snoopy ดังสุด ๆ NASA เลือก Snoopy ให้เป็นมาสคอตของแคมเปญรณรงค์เรื่องความปลอดภัยในภารกิจอวกาศ Apollo Safety Campaign 

Vintage 1969 Snoopy NASA Safety Poster

ตอนนั้น NASA ต้องการสัญลักษณ์ที่เป็นมิตร เข้าใจง่าย และเข้าถึงทุกคนในองค์กร ทั้งวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ ช่างเทคนิค และนักบิน เลยเลือก Snoopy เพราะเป็นที่รักของชาวอเมริกันทุกเพศทุกวัย และสื่อสารด้วยอารมณ์ขันอันอบอุ่นได้โดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำซับซ้อน Snoopy จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมความจริงจังของวิทยาศาสตร์เข้ากับความอบอุ่นของจินตนาการ ทำให้เรื่องราวของ NASA เข้าถึงสาธารณะได้ง่ายและมีเสน่ห์ และต่อยอดไปเป็นความร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ มากมาย จน Snoopy กลายเป็น ‘เพื่อนคู่ใจ’ ของนักบินอวกาศ 

หลายคนบอกว่ามี Snoopy ไว้เป็นเครื่องรางให้อุ่นใจและเป็นกำลังใจในภารกิจที่เสี่ยงสูง แต่ Snoopy ก็ไม่เคยได้ขึ้นบินไปกับนักบินอวกาศ จนกระทั่งในปี 2022 ภารกิจ Artemis I มีการใช้ตุ๊กตา Snoopy ที่ออกแบบพิเศษ ใส่ชุดที่ใช้ผ้าและตัดเย็บเหมือนนักบินอวกาศจริง ๆ เป็น Zero Gravity Indicator (ZGI) ไปลอยอยู่ในยาน Orion เพื่อแสดงสภาพไร้น้ำหนัก ทำให้ Snoopy ได้ออกไปท่องอวกาศจริง ๆ เป็นครั้งแรก

ภาพ : Melissa Menta

16. เป็นคาแรกเตอร์ที่เข้าได้กับแบรนด์ทุกระดับ ตั้งแต่นาฬิกาหรูจนถึงเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทุกวัน

ความเป็นที่รักของ Snoopy ลายเส้นที่เรียบง่าย และเรื่องราวที่มีแทบจะทุกอย่าง ทำให้แบรนด์ทุกระดับอยากชวน Snoopy ไปมีส่วนร่วม เราถาม Melissa ว่า Snoopy ร่วมมือกับแบรนด์มาแล้วกี่แบรนด์ เธอบอกว่าเกินจะนับ แต่ทุกแบรนด์สร้างความหมาย และทำให้ Snoopy ยังอยู่ในใจผู้คนแม้จะผ่านมาแล้วหลายปี 

เราขอเลือกความร่วมมือที่เราประทับใจเป็นพิเศษ อย่าง OMEGA x Snoopy เป็นการร่วมมือกันของนาฬิการุ่นที่ นีล อาร์มสตรอง ใส่ไปเหยีบดวงจันทร์ กับมาสคอตของ NASA อย่าง Snoopy ที่ทั้งหายากและมีราคา ทำให้คาแรกเตอร์ที่ชิลล์ ๆ สบาย ๆ กลายเป็นแบรนด์หรูดูเท่ได้โดยไม่สูญเสียตัวตน

17. เป็นแบรนด์ที่ทั้งโลกรู้สึกเป็นเจ้าของ และทุกคนล้วนมี Snoopy ในแบบของตัวเอง

Peanuts ไม่ใช่แค่อยู่มานาน แต่มันสร้างผลกระทบอะไรหลายอย่างในหลายวงการทั่วโลก” Melissa บอก

คนอเมริกันคุ้นเคยกับ A Charlie Brown Christmas แอนิเมชันที่เป็นสัญลักษณ์วันคริสต์มาสในวัฒนธรรมอเมริกันที่ฉายซ้ำทุกปีตั้งแต่ปี 1965 คนฝรั่งเศสเห็น Snoopy เป็นแฟชั่นไอค่อน คนบราซิลรู้จัก Snoopy จากโซเชียลมีเดีย และคนญี่ปุ่นคุ้นเคยในความเป็นตัวการ์ตูนที่น่ารักคาวาอี้แบบญี่ปุ่น ๆ 

ซึ่ง Peanuts Worldwide เจ้าของลิขสิทธิ์ Peanuts โอบกอดทุกความหลากหลาย และทำงานหนักขึ้นเพื่อสนับสนุนความยืดหยุ่นนี้ ทำให้ทุกที่ ทุกวัฒนธรรม มี Snoopy เป็นของตัวเองได้อย่างกลมกลืน

18. Sony Creative Products Inc. ได้เป็นตัวแทนด้านลิขสิทธิ์และเป็นผู้เผยแพร่แบรนด์ Peanuts ในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2010 และถือหุ้นในบริษัท Peanuts Worldwide ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา 

จากที่เคยเป็นการ์ตูนอเมริกันที่ดังในกลุ่มคนเล็ก ๆ Snoopy และ Peanuts จึงเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย มีของที่ระลึกและการร่วมมือกับแบรนด์ที่ถูกใจชาวเอเชียมากขึ้น จนบางคนเข้าใจว่า Snoopy เป็นคาแรกเตอร์สัญชาติญี่ปุ่นไปเลย 

ภาพ : Sony Creative Products

19. เรื่องราวของ Snoopy และผองเพื่อนยังดำเนินต่อไปในรูปแบบแอนิเมชัน 

แม้จะไม่มีการวาด Comic Strip ชุดใหม่ออกมา แต่ Peanuts Worldwide ยังคงผลิตแอนิเมชันเรื่อง Peanuts อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักกับ Snoopy โดยทำเป็นซีรีส์ใน Apple TV+ ภายใต้การดูแลให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของชาร์ลส์โดยทายาทของเขา 

20. All you need to do to like Peanuts is to be human.

Yuling และ Toby เห็นพ้องต้องกันว่า ตั้งแต่มาทำนิทรรศการ How Do You Do, Snoopy? พวกเขารู้จักเบื้องหลังเรื่องราว Peanuts มากขึ้น และไม่แปลกใจเลยที่ใคร ๆ ต่างหลงรักและผูกพันกับ Snoopy มากขนาดนี้ ศิลปินเกือบทุกคนที่ได้รับเชิญให้มาแสดงงาน แทบไม่มีใครปฏิเสธ หลายคนถึงกับขอผลิตงานมากกว่า 1 ชิ้น เพื่อนำมาจัดแสดงด้วย

ถ้าให้เปรียบ Snoopy กับอะไรบางอย่างในป๊อปคัลเจอร์ทุกวันนี้ เราขอเทียบคาแรกเตอร์นี้เหมือนวงไอดอลที่ดังและคนทั่วโลกรู้สึกเชื่อมโยงได้อย่าง BTS หรือ BLACKPINK ต่างกันตรงที่ชาร์ลส์ไม่ได้ออกแบบ Snoopy ให้เชื่อมกับคนทั้งโลกตั้งแต่วันแรก (หรือแม้กระทั่งวันที่เขาจากไป) แต่เขาดึงแก่นความเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งสากลที่สุดออกมาเล่าแบบเจืออารมณ์ขัน น่ารัก น่าเอ็นดู 

Snoopy และ Peanuts เป็นแบรนด์ที่เรายิ่งรู้จักก็ยิ่งชื่นชมในกลยุทธ์ที่เกิดจากการรู้จักคุณค่าของแบรนด์เป็นอย่างดี ความเข้าใจแฟน ๆ ของแบรนด์ และเชื่อมั่นในแนวทางที่เลือกเดินมายาวนาน เหมือนคำที่ชาร์ลส์บอกไว้ว่า

Be yourself. No one can say you’re doing it wrong
Charles M. Schulz

ภาพ : Charles M. Schulz Museum, River City Bangkok

Big Brand Fan

Brand Member


Melissa Menta
Name
SVP, Global Brand and Communications
Snoopy Brand Lover
Occupation
Peanuts
Brand Lover

ตามไปชม ‘How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art’ นิทรรศการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีของ Peanuts ที่มาพร้อมกับเจ้าหมาน้อย Snoopy และคาแรกเตอร์ขวัญใจแฟน ๆ ทั่วโลก 

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึง 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ RCB Galleria 1 – 2 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ linktr.ee/HowdoyoudoSnoopy75Years 

Writer

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง