15 มีนาคม 2025
8 K

อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นพื้นที่ที่เหมาะจะหนีความวุ่นวายมาพักกายฟื้นพลังใจ

อะไรจะดีไปกว่าการได้นอนพักผ่อนในที่พักเงียบสงบ ต้นไม้รกครึ้ม เย็นสบาย บรรยากาศผ่อนคลาย แถมยังก่อสร้างอย่างยึดโยงกับธรรมชาติ ที่แค่เราเห็นประตูทางเข้าก็รับรู้ได้ทันทีว่าวันและคืนบนโรงแรมวิวแม่น้ำโขงไหลเอื่อยแห่งนี้จะช่วยเยียวยาร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำจากชีวิตในเมืองใหญ่

Nachan The Antique Courtyard’ คือที่พัก 7 หลังบนที่ดิน 25 ไร่ตั้งอยู่ปากแม่น้ำโขง จังหวัดเลย 

อาคารทุกหลังสร้างจากไม้เก่าทั่วประเทศและกำแพงดินตามภูมิปัญญาท้องถิ่น รายล้อมด้วยป่าไผ่ปลูกอายุ 10 ปีและไม้ยืนต้นนับสิบชนิด เพื่อโอบรับแนวคิด Slow Life และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ 

ที่พักแห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของ สมเกียรติ โพธิ์เวียง วิศวกรวัย 60 กว่ากะรัตซึ่งออกเดินมากว่าทศวรรษ สั่งสมแนวคิด-ไอเดียการใช้ชีวิตที่หลากหลายของไทย ญี่ปุ่น ภูฏาน มาคัดเลือก ประยุกต์ ผสานเข้าด้วยกัน เพื่อรังสรรค์ที่ดินเปล่าบนสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงให้ออกมาตรงกับอุดมคติของตนที่สุด

สมเกียรติข้ามฟากเมืองหลวงมาเล่าเรื่องให้เราฟังถึงออฟฟิศก้อนเมฆ ว่านาจันทร์ดียังไง ดีเพราะอะไร และน่าสนใจอย่างไรบ้าง ว่าแล้วก็อย่ารอช้า มาจับจองห้องพัก แล้วล้อมวงฟังพร้อมกันเลย

เรียนจากผู้รู้

สมเกียรติเป็นวิศวกรมา 30 ปี จะงานรับเหมาหรือควบคุมการก่อสร้าง เขาเคยทำมาหมด

แต่หลังจากทำงานตามสั่งลูกค้ามานาน สัมผัสความจำเจถึงจุดหนึ่ง เขาในวัยเข้าเลข 5 ก็เริ่มอิ่มตัว จนต้องมองหาสิ่งใหม่ แนวคิดใหม่ อยากลงมือทำบางสิ่งตาม ‘ใจ และ แพสชัน’ ของตนเองบ้าง

ด้วยความที่นิยามตนว่าเป็นอินโทรเวิร์ตและชอบเดินทาง สมเกียรติอยากหลีกลี้ความวุ่นวายกลางเมืองใหญ่ สร้างพื้นที่สงบ ช้า ให้ผู้เข้าพักได้ใช้ชีวิตกับตนเอง การเดินทางไกลทั่วโลกเพื่อหาสิ่งที่ใช่จึงเกิดขึ้น

จากชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) เมืองสโลว์ไลฟ์แห่งประเทศญี่ปุ่นที่สอนสมเกียรติเรื่องอิคิไกผ่านชีวิตจริง ถึงระบบ GNH (Gross National Happiness) ที่วัดความเจริญจากความสุขของประชาชนในภูฏาน เมื่อรวมแนวคิดในใจก่อเป็นรูปสมบูรณ์ ก็ถึงเวลาลงประกอบร่างชีวิตจริงให้ตรงตามใจเสียที

สมเกียรติขึ้นเขาแต่ไม่ลงห้วย (เพราะชอบภูเขามากกว่าทะเล) ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลางตอนบนของไทย คุยกับเจ้าของที่ดินนับร้อยผืน บางผืนถูกใจเขาแต่การเดินทางไม่อำนวยบ้าง ติดปัญหามลพิษบ้าง กรรมสิทธิ์ที่ดินบ้าง สุดท้ายมาลงเอยยังที่ดินเปล่า 25 ไร่ตรงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงตัดแม่น้ำเลย ในอำเภอเชียงคาน Nachan The Antique Courtyard จึงลงหลักปักฐาน ใน พ.ศ. 2557 ด้วยประการฉะนี้

ป่าไผ่ ไม้เก่า และกำแพงดิน

สิ่งแรกที่สมเกียรติทำบนที่ดินผืนนี้คือ ‘ปลูกต้นไผ่’ บนที่ดินถึง 15 ไร่

เหตุผลก็เรียบง่ายแต่สำคัญ คือ ‘อากาศ’ 

ตามภาพที่วิศวกรคิดไว้ในหัว นาจันทร์จะมีอาคาร 7 หลัง รองรับผู้คนราว 45 ชีวิต โดยอิงจากทฤษฎีที่ว่า มนุษย์ 1 คนสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 300 กิโลกรัมต่อปี หากมีผู้เข้าพักเต็มตลอด นาจันทร์จะสร้างอากาศพิษออกมาราว 15 ตันต่อปี ส่วนฝั่งต้นไผ่นั้น ใน 1 ปีดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ไปสังเคราะห์ด้วยแสงได้ประมาณ 1 ตันต่อไร่ เมื่อปลูก 15 ไร่ก็เท่ากับบำบัดอากาศเสียจากผู้เข้าพักได้ทั้งหมด เรียกว่าคิดมาอย่างพอดีและดีพอทีเดียว และนอกจากป่าไผ่แล้ว สมเกียรติและทีมงานยังปรับหน้าดิน ขุดบ่อน้ำ ปลูกไม้ยืนต้น จัดสรรพื้นที่แปลงพืชสวนครัว ด้วยเล็งเห็นว่ากว่าการก่อสร้างจะสมบูรณ์พร้อมเปิดรับลูกค้า กล้าไม้เหล่านี้ก็เติบใหญ่ พร้อมให้ร่มเงาและสร้างประโยชน์แก่พื้นที่โครงการพอดี

แนวคิดพร้อม พื้นที่พร้อม เหลือแต่ตัวอาคารที่พัก วิศวกรตรงหน้าเราเล่าว่าเขาได้ไอเดียมาจากบ้านในอดีตของคนพื้นที่ ซึ่งสร้างด้วยไม้ ให้บรรยากาศสงบ ง่าย น่าจะเข้ากับการออกแบบของนาจันทร์ เขาจึงนำมาปรึกษาทีมสถาปนิก สุดท้ายจึงปรับรูปแบบให้ทันสมัยขึ้นแต่ยังคงเอกลักษณ์ที่ต้องการไว้ครบถ้วน ส่วนวัสดุที่ใช้สร้างนั้นสมเกียรติไม่อยากตัดไม้ธรรมชาติ จึงเลือกใช้วิธีตามหา ‘ไม้เก่า’ คือไม้ซึ่งเคยใช้สร้างอาคารเก่า โรงเรียนเก่า บ้านเรือนไทยและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ แต่ปัจจุบันถูกรื้อถอนไปแล้ว 

สมเกียรติและทีมสถาปนิกจาก PAVA architects เสาะหาไม้ทั่วประเทศ ได้มาทีละเล็กละน้อย ระหว่างตามหาก็ค่อย ๆ ขึ้นโครงอาคารไปพลาง หาไอเดียเพิ่มเติมไปพลาง สุดท้ายได้ข้อสรุปว่านอกจากไม้ธรรมชาติแล้ว กำแพงและผนังห้องพักบางส่วนจะใช้ดินผสม เป็นวัสดุธรรมชาติซึ่งมีคุณสมบัติคายความร้อน ลดการใช้พลังงานในอาคาร กลมกลืนไม่แปลกแยกจากวัสดุโดยรอบเหมือนกับคอนกรีต

ที่สำคัญ Nachan The Antique Courtyard ยังก่อสร้างด้วยฝีมือช่างท้องถิ่นทั้งสิ้น

หลังผ่านการรวมไอเดียและภูมิปัญญา สุดท้ายบ้านพักก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง มีให้เลือกพัก 7 หลัง 5 ประเภท ได้แก่ Suite Room, Junior Suite Room, Deluxe Room, Executive Room และ Accessible Room โดยมีห้องน้ำในตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงบริการอาหารเช้า พร้อมให้คุณหลีกลี้จากโลกภายนอก (ชั่วคราว) และปล่อยกายใจไปกับน้ำใส ไม้เขียว และฟ้าสวย

สามมุม สามความมุ่งหมาย

มีเกร็ดสนุก ๆ เรื่องหนึ่งที่เราเก็บตกมาจากการพูดคุยและอยากเล่าให้ทุกคนได้ฟังด้วย นั่นคือเรื่อง ‘สามเหลี่ยม’ ที่ไม่ใช่แค่รูปร่างทางเรขาคณิตเท่านั้น แต่หมายถึงแนวคิดที่เป็นแก่นหลักของนาจันทร์

ถ้าสังเกตผังโรงแรมดี ๆ จะพบว่าอาคารที่พักจะเกาะเป็นกลุ่ม หันหลังเข้าหากันด้วยมุมประมาณ 60 องศา สร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมเรียงชิดติดกัน สมเกียรติอธิบายให้ฟังว่า สามเหลี่ยมนี้เป็นตัวแทนของแนวคิดหลักที่เป็นรากฐานของโรงแรมริมโขงแห่งนี้ที่เขาตั้งใจสร้างขึ้น เกิดจากการนำปรัชญาชีวิตช้า ๆ (Slow Life) ที่เขาเรียนรู้ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รวมเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย ธรรมชาติ (Nature), วัฒนธรรม (Culture) และอนาคต (Future) หรือที่เราถือวิสาสะตั้งชื่อลำลองให้มันว่า ‘3 เจอร์’

ความหมายก็คือ นี่เป็นที่พักซึ่งสร้างโดยยึดโยงกับธรรมชาติ ไม่ทำลายและยังผสมผสานต่อยอดหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เหมาะสมกับที่อยู่กลางเชียงคาน ใกล้แม่น้ำโขงกับชุมชนเก่า และใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ สถิติ (เช่น เรื่องต้นไผ่) เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดในอนาคต

สมเกียรติตั้งใจสร้างสถานที่นี้อย่างเอาจริงเอาจัง และลงลึกทุกรายละเอียดอย่างจัดเต็ม

เท้าเหยียบหญ้า กายาอาบจันทร์

พูดเรื่องการออกแบบมานาน เราแวะมาถามสมเกียรติถึงที่มาของชื่อนาจันทร์ วิศวกรตรงหน้าเหมือนรอคำถามนี้อยู่แล้ว ก็อธิบายให้ฟังว่าเมื่อก่อนพื้นที่ดังกล่าวชื่อว่า บ้านท่านาจันทร์

คำว่า ‘นา’ หมายถึงพื้นที่การเกษตร และ ‘จันทร์’ คือดวงจันทร์ สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์และความสัมพันธ์กับธรรมชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดที่สมเกียรติหยิบมาใช้ในการสร้างที่พักแห่งนี้เช่นกัน

นอกจากความสงบให้ได้หย่อนกายใจหนีเรื่องวุ่นวายแล้ว ในที่พักยังมีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมสัมผัสชีวิต สะท้อนจิตใจ ทั้งเดินเท้าเปล่าบนสนามหญ้าปรับประจุลบในร่างกาย (Grounding) นั่งชิลล์ริมบ่อขุดท่ามกลางลมเย็น สวนเขียวและฟ้าครามสวย การอาบจันทร์ (Moon Bathing) มีที่มาจากคติการอาบแสงจันทร์ก่อนออกรบในสมัยโบราณ หรือจะเดินเล่นกลางสวนดอกไม้ ชมโรงคั่วกาแฟที่ใช้เมล็ดซึ่งปลูกในจังหวัดเลยมาทำกาแฟแก้วร้อน หอมกรุ่น สมเกียรติเปรยว่า ในอนาคตจะมีเวิร์กช็อปสอนทำไวน์จากผลไม้ในพื้นที่โครงการทั้งลิ้นจี่ ลำไย ที่นี่มีกิจกรรมหลากหลายให้แขกได้สร้างประสบการณ์ใหม่มิรู้ลืม

รักนาจันทร์

สมเกียรติเริ่มต้นโครงการนี้ในวัยเลข 5 และเปิดบริการให้เข้าพักเมื่อเขาอายุเข้าเลข 6 

เป็นระยะว่ากว่า 10 ปีที่เขาเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ – เลย กว่า 300 ครั้ง ถ้าไม่เรียกว่า ‘รัก’ ก็คงไม่รู้จะหาคำใดมาอธิบาย และท้ายที่สุด เราก็ได้รู้ว่า 3 พันกว่าวันที่หมดไป ให้สิ่งใดคืนแก่เขาบ้าง

“ผมนึกขอบคุณโปรเจกต์นี้นะ เพราะนอกจากจะได้บทเรียน ได้องค์ความรู้ใหม่แล้ว 10 ปีที่ผ่านมายังทำให้ผมได้ทำในสิ่งที่รักอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ต้องมุ่งหวังผลกำไรสูงสุด แต่ส่งประโยชน์สูงสุดให้ชุมชนและผู้เข้าพัก” วิศวกรผมสีดอกเลาตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาเปี่ยมสุข ทำให้เราเชื่อว่าเขาหมายความทุกคำตามที่พูด และผู้เข้าพักจะได้รับประสบการณ์ตามที่เขาเล่าครบถ้วนแน่นอน

3 Things you should do

at Nachan The Antique Courtyard

01

เดินเล่น Walking Street ชมวิถีชีวิตผู้คน ในเมืองเก่าเลย

02

ชมบ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ อำเภอเชียงคาน

03

เดินสกายวอล์ก สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ชมแม่น้ำเหืองตัดแม่น้ำโขง

Nachan The Antique Courtyard

Writer

สิรภพ พรอำนวยผล

นักอ่านมือสมัครเล่น ทาสแมวมืออาชีพ โตขึ้นอยากเป็นบรรณาธิการ พร้อมความฝันว่าสักวันจะเปิดร้านหนังสือที่เชียงใหม่

Photographer

ทศพล คามะดา

เรียนจบมหาลัย ปี 2555 ทำอาชีพช่างภาพ มาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน เป็นคนอารมณ์ดี ชอบเลี้ยงแมวไว้ 2 ตัว