13 กุมภาพันธ์ 2025
5 K

“ในเมื่อตอนสุขก็สุขสุด ๆ แล้วพอไม่สุขล่ะ มันไปได้ถึงจุดไหน เราอยากเห็น พออยากเห็นก็เลยใส่ลงไป พอไม่ใส่แล้วรู้สึกไม่สุด นึกออกไหม (หัวเราะ)”

นาทีนี้ไม่น่ามีผู้กำกับคนไหนมาแรงเท่า บอส-นฤเบศ กูโน หรือ บอส กูโน นักเล่าเรื่องผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์สุดประทับใจอย่าง Side by Side พี่น้องลูกขนไก่, My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน, แปลรักฉันด้วยใจเธอ และภาพยนตร์รสจัดจ้านที่ทำเงินทั่วประเทศทะลุร้อยล้านอย่าง วิมานหนาม

หากสังเกตดี ๆ ทุกผลงานของบอส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัก ตลก ดราม่า หรือระทึกขวัญ ล้วนต้องมีหนึ่งสิ่งตรงกัน นั่นคือฉากที่ตัวละครร้องไห้เป็นเผาเต่า ปลดปล่อยมวลอารมณ์ ทั้งโศกเศร้า คับแค้น เกรี้ยวโกรธ หรือกระทั่งซาบซึ้ง

เราถามผู้กำกับเจ้าน้ำตาคนนี้ว่า เพราะอะไรทุกผลงานของเขาจึงต้องมีฉากร้องไห้

คำตอบที่ได้คือประโยคด้านบน เป็นคำตอบที่อธิบายว่าทำไมคนดูจึงรู้สึกยินดียินร้ายกับทุกตัวละครที่บอสสรรสร้าง ไม่ว่าตัวละครนั้นจะดีสุดขั้วหรือชั่วสุดขีดก็ตาม

นอกเหนือจากหยดน้ำตา อีกหนึ่งจุดร่วมซึ่งเป็นผลพลอยได้จากแทบทุกงานของบอส คือมันผลักดันนักแสดงหน้าใหม่จนกลายเป็นศิลปินแถวหน้าของประเทศ ไล่ตั้งแต่ พีพี (กฤษฏ์ อำนวยเดชกร), บิวกิ้น (พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล), ขุนพล (ปองพล ปัญญามิตร), เก่ง (หฤษฎ์ บัวย้อย) และอีกมากมายหลายสิบชื่อ

ล่าสุด บอส กูโน เปิดค่ายผลิตคอนเทนต์อย่าง ‘LOOKE’ (ลู้คกี้) เป็นของตัวเอง พร้อมประเดิมงานแรกร่วมกับแพลตฟอร์ม iQIYI (อ้ายฉีอี้) จนเกิดเป็น GELBOYS สถานะกั๊กใจ ซีรีส์วัยรุ่นแสบซ่า บรรยากาศสยามสแควร์ ที่มาพร้อมประเด็นการเติบโต ความสัมพันธ์ และความหลากหลายทางเพศ 

หลังตัวอย่างถูกปล่อย โลกออนไลน์ต่างพูดถึง GELBOYS พร้อมประเดิมงานแรกร่วมกับแพลตฟอร์ม iQIYI (อ้ายฉีอี้) จนเกิดเป็น GELBOYS สถานะกั๊กใจ เป็นเสียงเดียวว่า นี่คือ ‘พงศาวดาร Gen Z’ เป็นจดหมายเหตุซึ่งบันทึกพฤติกรรมวัยรุ่นยุคนี้เอาไว้อย่างครบถ้วน ชนิดที่ผ่านไป 10 ปี แค่ย้อนมาดู ทุกคนจะรู้ทันทีว่าวัยรุ่นปี 2025 ชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง

และแน่นอน นี่จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่มีฉากร้องไห้สไตล์ บอส กูโน และคงเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ติดโบที่ส่องสปอตไลต์ให้กับนักแสดงนำหน้าใหม่ทั้ง 4 คน

อะไรทำให้บอสตัดสินใจเปิดค่าย ทำไมเขาจึงแม่นยำในการกำกับฉากร้องไห้มากขนาดนี้ และหัวใจของการปั้นนักแสดงให้เป็นที่รักของผู้ชมคืออะไร วันนี้ บอส กูโน จะเล่าให้เราฟัง

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก การโตมาในร้านเช่าวิดีโอหล่อหลอม ‘บอส กูโน’ ในฐานะผู้กำกับอย่างไร

โห ก็คือหาข้อมูลมาแล้ว (หัวเราะ)

หล่อหลอมสุด ๆ พ่อกับแม่ต้องอยู่ที่ร้านตลอด ทําให้เวลาหลังเลิกเรียน 4 โมงถึง 4 ทุ่มหรือกระทั่งวันหยุด เราต้องอยู่ที่นั่น ที่ร้านวิดีโอ 

สมัยนั้นมีหนังชุดเยอะมาก องค์หญิงกำมะลอ 50 ตอน, มังกรหยก, โดราเอมอน พอว่าง เราก็ไล่ดูไปทีละเรื่อง ดูหมดเลย การ์ตูน หนังจีน หนังฝรั่ง เหมือนเป็นกิจวัตรอย่างหนึ่ง สนุกมาก และในระหว่างดูนี่แหละที่เราชอบจินตนาการว่า เฮ้ย! เราอยากให้เรื่องมันเป็นแบบนั้นแบบนี้ ดูแล้วอยากแต่งเรื่องเอง (หัวเราะ)

นอกจากดูหนัง เข้าใจว่าอีกกิจกรรมที่คุณรักมากคือวาดรูป

ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าเรารักมันไหม แต่เรารู้ว่านี่คือสิ่งที่เราทำได้ดี เคยสอบเข้า ม.1 ด้วยการวาดรูป ซึ่งจริง ๆ มันเกี่ยวข้องกับการดูหนังดูซีรีส์ด้วยนะ เพราะหนังกับซีรีส์ก็เป็นงานศิลปะเหมือนกัน มันมีอารมณ์ สีสัน ความรู้สึก เสื้อผ้า แต่ ณ วัยนั้น เรายังไม่รู้ว่าจะถ่ายทอดความชอบในงานศิลปะออกมายังไง ทางเดียวที่ทำได้ก็คือวาดออกมา

แล้วก็ดันมีครั้งหนึ่งตอนอนุบาล 3 เราประกวดวาดรูปได้ที่ 1 มันคงเป็นความรู้สึกของเด็กที่พอมีคนมาบอกว่าทำได้ดีก็รู้สึกภูมิใจ อยากทำสิ่งนั้นต่อ เราวาดรูปมาเรื่อย ๆ จนน่าจะรู้แทบทุกเทคนิคของการวาดบนกระดาษแล้ว

มุมมองด้านศิลปะสะท้อนผ่านงานของคุณเยอะมาก เล่าให้ฟังหน่อยว่าการวาดรูปในวันนั้นช่วยส่งเสริมงานของคุณยังไง

ส่งเสริมมาก ๆ หลังจากทำงานศิลปะอย่างสม่ำเสมอ เราเริ่มเห็นรายละเอียดของสีและอารมณ์ โทนสีนี้ให้ความรู้สึกแบบนี้ 2 สีนี้เหมาะจะจับคู่กัน หลายครั้งมากที่มีภาพวาดฉากต่าง ๆ อยู่ในหัวของเราตอนเขียนบท เราอาจจะไม่ได้จับพู่กัน แต่เรานึกออกว่า เออ ถ้าตัวละครนั่งตรงนี้น่าจะดี พื้นหลังใช้สีนี้ดีกว่า เหมือนภาพค่อย ๆ มาพร้อมกับบท

ภาพนักแสดงมาพร้อมกับบทด้วยหรือเปล่า

มาพร้อม ๆ กัน ทุกโปรเจกต์ของเราเริ่มจากเรื่องที่อยากทำ อาจจะเป็นธีมหรือคีย์เวิร์ดอะไรบางอย่าง อย่าง วิมานหนาม ตอนนั้นคิดว่า อยากทำหนังสวนทุเรียนที่มีความฟาด ๆ หรือตอน GELBOYS สถานะกั๊กใจ เราอยากนำเสนอวัฒนธรรมใหม่ ๆ ของสยามสแควร์

พอได้โจทย์ ตาเราจะค่อย ๆ เปิด เริ่มมองเห็นว่าควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง แล้วนักแสดงก็จะตามมา แต่จนถึงขั้นตอนนี้จะยังไม่มีบทนะ มีแค่มู้ดโทนกับภาพรวม ขั้นตอนการเขียนบทกับการเลือกนักแสดงจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน เราอยากได้อินไซต์บางอย่างจากเขา

แปลว่าถ้ายังไม่ได้นักแสดง บทจะยังไม่เสร็จเหรอ

น่าจะใช่ (หัวเราะ) บทจะเสร็จไม่เสร็จขึ้นอยู่กับว่าได้นักแสดงหรือยัง เพราะเราเชื่อว่านักแสดงแต่ละคนจะให้เสน่ห์บางอย่างที่ถ้าเป็นคนอื่นเล่นจะให้ไม่ได้ หรือให้ได้ แต่ไม่เหมือน คนเราโกรธได้ 10 แบบ ร้องไห้ได้ 10 แบบ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้นักแสดง เราจะรู้ว่าคนนี้ร้องไห้แบบไหน โกรธแบบไหน เสน่ห์ของเขาเป็นยังไง แล้วบทก็จะตามมา เราว่าจุดนี้สำคัญ เพราะนักแสดงคือคนที่ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร ยิ่งรู้จักนักแสดงมากแค่ไหน ก็ยิ่งเขียนตัวละครกับเรื่องได้แข็งแรงมากเท่านั้น 

ถามจริง วินาทีที่ต้องเลือกนักแสดงสักคน คุณรู้ได้ยังไงว่าคนนี้คือคนที่ใช่

แต่ละโปรเจกต์แตกต่างกันนะ อย่างตอน แปลรักฉันด้วยใจเธอ เราอยากทําซีรีส์ต่างจังหวัดที่พูดเรื่องการคัมเอาต์ของ LGBTQ+ มีบรรยากาศโรแมนติก ไม่รู้หรอกว่านักแสดงคือใคร รู้แค่ว่าเขาต้องเป็นคนที่รู้สึกเชื่อมโยงกับความรักและความสัมพันธ์ เราตั้งโจทย์แค่นี้แล้วดันได้เจอกับ บิวกิ้น พีพี ทั้ง 2 คนดูผูกพันและสนิทกันมาก ๆ เราเห็นภาพว่า ถ้าความผูกพันนี้อยู่บนบรรยากาศของซีรีส์เรื่องนี้จะต้องออกมาดีมาก ๆ ก็เลยเริ่มเขียนบทจากพวกเขา 

แต่พอเป็น GELBOYS เขียนบทได้แป๊บเดียวก็คิดไม่ออก เพราะแก่เกิน (หัวเราะ) คิดไม่ทันเด็ก Gen Z ไม่รู้ว่าเขาพูดยังไง จีบกันยังไง รู้แหละว่าเขาเล่น TikTok แต่ไม่ได้เข้าใจลึกซึ้ง มันมีรายละเอียดที่เราไม่รู้ ก็เลยคุยกันว่า โอเค งั้นเราหานักแสดงที่พูดเรื่องนี้ได้จริง ๆ กันดีกว่า แล้วค่อยทำการบ้านจากตัวตนของเขา บทน่าจะออกมาแข็งแรงกว่า ก็เลยได้เจอ เลออน เซ็ค จากการไถ TikTok

เดี๋ยวนะ คุณเจอนักแสดงจากการไถ TikTok เหรอ

ใช่ (หัวเราะ) นี่เป็นงานเดบิวต์ของเขา คือเราก็เข้า TikTok แล้วเจอดาว TikTok คนหนึ่งที่ไม่ว่าจะทําอะไรใน 1 วันก็จะถ่ายเป็นคอนเทนต์ ถ่ายตั้งแต่ตื่นนอน อาบน้ำ ถ่ายทุกวินาที และที่มีเสน่ห์มากคือหน้าฝรั่งแต่พูดอีสาน เราเรียกเขามาแคสต์ ซึ่งแคสต์แบบ Gen Z มาก เพราะแคสต์ผ่าน ZOOM เขาอยู่ขอนแก่น ไม่ได้เป็นนักแสดง และอาจจะไม่อยากเป็นก็ได้ แต่เราเห็นความเป็นไปได้ก็เลยลองชวนว่า สนใจมาพัฒนาสิ่งนี้ร่วมกันไหม หรืออย่าง พีเจ (มหิดล พิบูลสงคราม) น้องชาย เจเจ (กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) เราบังเอิญเห็นเขาผ่านหน้าไทม์ไลน์อินสตาแกรม รู้สึกว่าน่าสนใจ น่าจะให้ความรู้สึกเป็นขั้วที่ต่างไปจากเลออน ก็เลยลองติดต่อ

ในวันที่นักแสดงหลายคนเติบโต มีเส้นทางความสำเร็จเป็นของตัวเอง คุณในฐานะผู้กำกับคนแรก ๆ ของพวกเขารู้สึกยังไง

รู้สึกดีนะ ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะเราเคยอยู่นาดาว บางกอก บริษัทดูแลศิลปิน ถึงทีแรกเราจะเริ่มจากการโฟกัสแค่ซีรีส์ แต่เพราะ พี่ย้ง (ทรงยศ สุขมากอนันต์) กับบริษัทที่บอกเราว่า คนคนนี้ทำแบบนี้ได้นะ มีเสน่ห์แบบนี้นะ ทำให้เราค่อย ๆ อยากพัฒนาน้อง และการพัฒนาน้องก็ช่วยให้บทของเราดีขึ้นไปพร้อมกัน กลายเป็นว่า รู้ตัวอีกที เราได้สร้างนักแสดงหน้าใหม่ให้กับวงการเยอะมาก กลายเป็นความชอบ อยากทำ อย่างใน GELBOYS เราก็เลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่แทบทั้งหมด

หลังปล่อยตัวอย่างออกมา หลายคนยกให้ GELBOYS เป็น ‘รักแห่งสยาม เวอร์ชัน 2025’ คุณคิดเห็นยังไง

จริง ๆ ก็ดีใจ (ยิ้ม) เพราะว่าชอบ รักแห่งสยาม มาก รักมาก หนังเรื่องนี้มาในวันที่เราอายุเท่าตัวละคร เรื่องที่เขาพูดตรงกับใจเราในวันนั้น แต่ตอนที่ทำ GELBOYS เราไม่ได้นึกถึง รักแห่งสยาม หรอก คิดแค่ว่า สถานที่ไหนที่จะนำเสนอกิจกรรมและความเป็นศูนย์รวมของเด็กวัยรุ่นไว้ได้มากที่สุด ซึ่งก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็นสยามสแควร์ (นิ่งไป) แต่ดีนะ ดีใจที่คนพูดถึงงานของเราแบบนั้น เพราะเราชอบ รักแห่งสยาม มากจริง ๆ

ถามสนุก ๆ พฤติกรรมอะไรของเด็ก Gen Z ที่คุณเพิ่งรู้ตอนทำ GELBOYS

AirDrop ตั้งแต่ใช้ iPhone ก็พอรู้นั่นแหละว่าเราใช้ AirDrop ส่งรูปให้กันได้ แต่เด็กยุคนี้เขาเปลี่ยนชื่อบน AirDrop เพื่อจีบกัน (หัวเราะ) คือถ้าเป็นยุคเราอาจจะเอ็มเอสเอ็นหรือแลกไลน์ แต่เดี๋ยวนี้ เขาแอบถ่ายรูปแล้วอ้างว่า เมื่อกี้ถ่ายติดนะ เปิด AirDrop ได้ไหม เดี๋ยวส่งรูปให้ ซึ่งพออีกคนเปิดก็จะเจอว่า ตรงชื่อมีเบอร์โทรกับ ID LINE ครบเลย เออ เป็นอะไรใหม่ ๆ มาก ตั้งโคลสเฟรนด์ในอินสตาแกรม แต่เปิดให้เห็นแค่คนเดียวก็มี

อะไรทำให้ผู้กำกับคนหนึ่งตัดสินใจเปิดค่ายเป็นของตัวเอง

งงมาก (หัวเราะ) จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจเลย ทุกอย่างเริ่มจากนาดาวบางกอกปิด พี่ย้งอยากไปทำไอดอล แต่เรายังอยากทำซีรีส์ ก็เลยเอาวะ งั้นทำเอง ถามว่าไปทำกับค่ายอื่นได้ไหม จริง ๆ ก็ได้ แต่เราดันชินกับการอยู่นาดาวบางกอกที่พี่ย้งให้อิสระเต็มที่ ตามใจร้อยเปอร์เซ็นต์ อยากทำอะไรทำเลย เราโตมาแบบนั้น อยากตัดสินใจเอง ต้องโปรโมตที่นี่ ฉายที่นี่ ก็คือเอาแต่ใจนั่นแหละ (หัวเราะ) เพื่อนคนหนึ่งของเราชื่อ แอมมี่ รู้ว่าเราเป็นแบบนี้ ก็เลยบอก “มึงก็ทำเองไหม จบ ๆ” (หัวเราะ)

ทำไมถึงใช้ชื่อ LOOKE

เราชอบคำว่า LOOKE ที่เป็นสแลงในภาษาอังกฤษ แปลว่า น่ามอง น่าหลงใหล ซึ่งพอได้คุยกันในทีม เราคิดได้เป็นแท็กไลน์ว่า ‘Look Out of Kiddos’ Eyes’ เราอยากผลิตชิ้นงานผ่านสายตาของวัยรุ่น สายตาที่มีความสดใส แปลกใหม่ ซุกซน

นอกจากนี้ คำว่า LOOKE ยังออกเสียงคล้ายกับ ROOKIE ที่หมายถึงมือใหม่ หน้าใหม่ด้วย เราเองก็เป็นหน้าใหม่ในวงการ ชื่อนี้แหละเหมาะ และอีกเหตุผลที่สำคัญมาก ๆ สำคัญสุด ๆ เราไปดูดวงมา (หัวเราะ) หมอดูบอกว่า ถ้าชอบคำว่า ROOKIE ให้เปลี่ยน R เป็น L รับรองปังชัวร์! เวิร์กแน่ สุดท้ายจึงได้ออกมาเป็นคำว่า LOOKE

เรื่องนี้ไม่ถามไม่ได้ ทำไมทุกเรื่องที่ประทับตรา ‘บอส กูโน’ ถึงต้องมีฉากร้องไห้

เราอยากใส่สุด ไม่ว่าเราเล่าเรื่องอะไรก็ตาม เราอยากเล่าไปจนแตะเพดานความรู้สึก อย่าง GELBOYS ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์กั๊ก ๆ สรุปเราเป็นอะไรกันแน่ ไอ้ความรู้สึกนี้จะพาเราไปได้ถึงไหน น่ารักมาก เขินมาก สนุกมาก ซึ้งมาก น้ำตาแตกมาก พออยากไปให้สุด เลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะไปแตะความรู้สึกเจ็บจี๊ด ก็ในเมื่อตอนสุขก็สุขสุด ๆ แล้วพอไม่สุขล่ะ มันไปได้ถึงจุดไหนวะ ร้องไห้ไหม เราอยากเห็น พออยากเห็นก็เลยใส่ลงไป พอไม่ใส่แล้วรู้สึกไม่สุด นึกออกไหม แต่บางทีสุดจนล้นก็มีนะ (หัวเราะ) 

คุณชอบเขียนให้ตัวละครร้องไห้ แล้วตัวคุณเองร้องไห้กับเรื่องอะไร

ขอไม่มีสาระได้ไหม (หัวเราะ) พูดแล้วเขินอะ ไม่รู้เด็กยุคนี้ทัน Girls’ Generation ไหม แต่ตอนวงแตก เราร้องไห้ เวลาเรารักอะไร ผู้คน โปรเจกต์ สัตว์เลี้ยง เพลง เรารักจริง อินจริง ถ้าเจ็บปวด เราก็เจ็บปวดกับมันจริง ๆ น้ำตาก็ออกมาเหมือนในหนังนั่นแหละ ร้องห่มร้องไห้แบบนั้นเลย เพ้อเจ้อเนอะ (หัวเราะ)

ถ้าวันนี้ บอส กูโน ไม่ได้ทำอาชีพผู้กำกับ คุณคิดว่าตัวเองน่าจะกำลังทำอะไรอยู่

เลี้ยงแมว ล้านเปอร์เซ็นต์ เหมือนเจอความสุขอันใหม่ พอทำงานคอนเทนต์ ทุกวันเต็มไปด้วยการตัดสินใจ ต้องเจอฝ่ายนู้นฝ่ายนี้ ต้องเจอคนมหาศาล ทุกวันนี้ในบริษัทเลยมีสิ่งที่เรียกว่า ‘เติมแมว’ คือในบริษัทจะมีแมว 1 ตัวที่ถ้าใครทำงานมาเหนื่อย ๆ เครียด ๆ ก็เดินไปเล่นกับแมวหน่อย พักคน แล้วเติมแมว เติมความน่ารักบ้าง จุดเริ่มต้นมันแค่นั้น แต่พอทำไปทำมา กลายเป็นเราอิน อยากเลี้ยงเอง ก็มันน่าเอ็นดูอะ ถ้าไม่ทำงานกำกับก็ขอเลี้ยงแมวแล้วกัน

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

โตมร เช้าสาคร

ชอบถ่ายวิวมากกว่าคน ชอบกินเผ็ดและกาแฟมาก เป็นคนอีโค่เฟรนลี่ รักสีเขียว ชวนไปไหนก็ได้ไม่ติด ถ้ามีตัง