ความหมายของคำว่า Holotype คือ ‘ตัวอย่างต้นแบบแรก’ เป็นเหมือนรหัสลับที่หากใครรู้จักก็จะรู้ทันทีว่าอยู่ในสายงานเดียวกัน แต่หากถามเจ้าของกิจการอย่าง ฟลุ๊ค-ธรณ์ธันย์ อุณหะโชติ เขาจะยิ้มแล้วตอบอย่างง่าย ๆ ว่า “คาเฟ่แมลงครับพี่”

เพียงขับรถจากกรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง คุณก็จะพบกับโลกแมลงที่ ‘Holotype café’ คาเฟ่น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดราว 6 เดือนในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ภายในจัดแสดงแมลงมากกว่า 100 ชนิด มีมุมถ่ายรูปสุดพิเศษที่จำลองมุมมองจากป่า เหมือนคุณกำลังเดินอยู่ในป่าเล็ก ๆ ที่ระบบนิเวศสมบูรณ์ และไม่ต้องกลัวว่าเหล่าแมลงตัวน้อยจะโดนจับไปปรุงอาหาร เพราะทุกเมนูปราศจากส่วนผสมของแมลง
ที่สำคัญ เจ้าของเป็นนักกีฏวิทยาที่มีความรู้ครอบคลุมแมลงแทบทุกชนิด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตั๊กแตนตำข้าวหนึ่งเดียวของไทย แถมยังเป็นบาริสต้าเองด้วย เพราะฟลุ๊คตั้งใจถ่ายทอดความน่าตื่นเต้นนี้ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าแมลงต่าง ๆ ไม่ได้มีไว้ให้คุณวิ่งหนี แต่มีเรื่องราวอันน่ามหัศจรรย์รอให้คุณค้นพบ


ตลอดการสนทนาเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แววตาเป็นประกายของฟลุ๊คเมื่อเล่าเรื่องต่าง ๆ ชวนให้เราอยากฟังต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดให้เราติดอยู่ในโลกของแมลงและความรักที่เขามีต่อพวกมัน
ฟลุ๊คเล่าย้อนถึงวัยเด็กว่าเขาเป็นคนรักสัตว์มาก แต่ดันเป็นโรคภูมิแพ้ คุณแม่เลยต่อต้านสัตว์มีขนสุด ๆ ทำให้เขาต้องหาสัตว์ที่แอบเลี้ยงได้ หาง่าย ไม่ต้องใช้เงินซื้อ แมลงจึงกลายเป็นคำตอบ
เมื่อถึงวัยต้องเลือกเส้นทางเรียนต่อ ความรักสัตว์ยังคงเป็นสิ่งแรกที่อยู่ในหัวใจของเขา
เดิมฟลุ๊คตั้งใจจะเข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์เพื่อสานต่อความฝัน แต่โชคชะตากลับทำให้พลาดโควตาที่หวังไว้ พอจะไปเรียนสัตวบาลก็ดันลงสาขาผิด จนมาจบที่สาขากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ฟลุ๊คอยากเป็นอาจารย์ จึงตั้งใจเรียนต่อปริญญาโทด้านตั๊กแตนตำข้าว ขณะที่กำลังศึกษาอยู่ เขาเห็นว่าชีวิตในวงการวิจัยนั้นไม่เป็นอย่างที่คิด เขาต้องเผชิญกับนโยบาย งบประมาณ การขอทุน และเขียนวิจัย ทำให้เขาคิดได้ว่าตัวเองอยากให้ความรู้ แต่ไม่อยากมีชื่อว่า ‘อาจารย์ธรณ์ธันย์’ จึงเริ่มหาหนทางอื่น
เขามีประสบการณ์การขายแมลงในกลุ่ม Exotic Pet มาก่อน จนรู้ว่าทำเงินได้ดี และนั่นเป็นไอเดียในการเปิดคาเฟ่ที่มีความหลงใหลของเขาเป็นจุดแข็ง และแมลงก็กลายเป็นคำตอบของฟลุ๊คอีกครั้ง

พิพิธภัณฑ์ป่าย่อส่วน
ฟลุ๊คตั้งใจว่า Holotype café จะต้องไม่ใช่คาเฟ่ธรรมดา แต่เป็นพื้นที่พิเศษที่เด็ก ๆ จะได้พบกับประสบการณ์ใหม่ในโลกใบจิ๋วของแมลง เพราะเชื่อว่าคาเฟ่เป็น Third Space หรือพื้นที่ที่ทุกคนเข้ามาเรียนรู้และสัมผัสธรรมชาติได้ จึงออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่ถ่ายทอดแพสชันของเขา
ภายในตกแต่งด้วยผนังลอฟต์ แซมด้วยต้นไม้เขียวขจี ซึ่งเขายืนยันว่าต้องเป็นต้นไม้จริงเท่านั้น แตกต่างจากคาเฟ่อื่น ๆ ในนครนายกที่เน้นบรรยากาศกลางแจ้ง อีกหนึ่งไฮไลต์คือ ‘ตู้ต้นไม้’ ที่เป็นตู้เทอราเรียม ด้านในมีดิน ต้นไม้ มอสส์ เฟิร์น และกล้วยไม้ แสดงระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของป่าดิบชื้นในประเทศไทย เมื่อเข้าไปสัมผัสจะรู้สึกได้ถึงความสดชื่นเหมือนยืนอยู่กลางป่าธรรมชาติจริง ๆ
“ต้องเดินลึกเข้าไปในป่าถึงจะเห็นมุมนี้ ซึ่งเราหยิบมุมนั้นมาอยู่ในร้านของเรา”
เขายังบอกอีกว่าตู้ต้นไม้ช่วยบำบัดความเครียดได้ เพราะสีเขียวและบรรยากาศเย็นสบายจะทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนละทิ้งความวุ่นวาย บางคนถามติดตลกว่า “ตู้นี้ขายไหม พี่อยากจะยกกลับบ้าน”


Holotype café มีคอลเลกชันแมลงหลากหลายชนิด ตั้งแต่แมลงตัวเป็น ๆ ที่หมุนเวียนไปตามช่วงเวลา เพราะอายุขัยของพวกมันนั่นเอง ไปจนถึงแมลงสตัฟฟ์กว่า 100 ชนิด ซึ่งการเลือกแมลงมาจัดแสดง ฟลุ๊คเลือกจากแมลงที่เด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่คุ้นเคย เช่น ด้วง ผีเสื้อ แต่ไม่มีหนอนนะ เขาว่าเพราะมันดูน่ากลัว เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาแล้วสบายใจ สนุกสนานไปกับการสำรวจ และยังมีผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดความงดงามของแมลงในมุมต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งความรู้และแรงบันดาลใจ
“ตอนแรกผมกังวลว่าคนจะกลัว พอเปิดร้านมา 6 เดือน กลับได้เจอคนที่แสวงหาสถานที่แบบนี้เยอะมาก เขาต้องการพื้นที่เพื่อการเรียนรู้และสัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้ชิด” เขาเล่าด้วยรอยยิ้ม
ส่วนคาเฟ่ คำถามของลูกค้าที่ฟลุ๊คคาดเดาไว้ล่วงหน้า คือมีเมนูที่ทำจากแมลงไหม แต่เขารู้ดีว่าการนำแมลงมาใช้ในอาหารนั้นเสี่ยง เนื่องจากหลายคนแพ้แมลง และอาจไม่รู้ตัวมาก่อนด้วย

“แมลงมีความหลากหลายในด้านสีสันสูงมาก ผมจึงเลือกทำเมนูโดยใช้สีสันของแมลงเป็นแรงบันดาลใจ แต่ไม่มีส่วนผสมของแมลงจริง ๆ” ฟลุ๊คอธิบายถึงคอนเซปต์ในการสร้างสรรค์เครื่องดื่ม
เมนูซิกเนเจอร์ที่ดึงดูดทุกสายตา คือ ‘Rubricosa Green Tea’ ชาเขียวผสมสตรอว์เบอร์รีที่เสิร์ฟแบบเลเยอร์แยกชั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากมอธจรวดสีชาดหรือมอธเหยี่ยวป้ายชาดใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Callambulyx rubricosa ซึ่งมีสีสันสะดุดตา ส่วนเมนูที่ไม่ได้รับแรงบันดาลใจจากแมลงก็มีเช่นกัน ฟลุ๊คแนะนำ Strawberry Latte ที่เขาชอบมากเป็นพิเศษ ซึ่งเมล็ดกาแฟให้รสคล้ายถั่วและช็อกโกแลต เมื่อเจอกับนมและสตรอว์เบอร์รีแล้ว ทำให้รสชาติออกมานุ่มนวล เข้ากันได้ดี
จุดประกายความฝัน
“เมื่อผู้ใหญ่คนหนึ่งมาที่ร้านและได้เห็นแมลงสวย ๆ ก็เริ่มเห็นคุณค่าของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เหล่านี้ แค่เขาเริ่มคิดได้ว่าเราไม่จำเป็นต้องฆ่ามันหมดทุกตัวก็ได้ ผมก็ดีใจมากแล้ว” ฟลุ๊คเล่าความประทับใจ
วันหนึ่งมีชาวสวนแวะมาหาความรู้เกี่ยวกับแมลง เขาช่วยอธิบายว่าแมลงชนิดไหนควรปล่อยไว้ แมลงชนิดไหนควรกำจัดเพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิต พร้อมให้วิธีการจัดการแมลงที่ดีต่อชาวสวนและธรรมชาติ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด แม้การเสริมความรู้ในการประกอบอาชีพจะไปได้สวย แต่ความจริงแล้วกลุ่มเป้าหมายที่ฟลุ๊คต้องการคือเยาวชนต่างหาก เมื่อมีเด็ก ๆ เข้ามาที่ร้านและบอกเขาว่า “ที่บ้านผมมีแมลงแบบนี้เยอะนะ” ฟลุ๊คตอบกลับอย่างตื่นเต้นว่า “จริงเหรอ วันหลังเอามาให้พี่ดูหน่อยนะ”

“ถ้าผมเปลี่ยนความคิดของเด็กที่กลัวแมลง ให้มองว่าแมลงน่ารักและไม่อันตรายได้คงดี” ฟลุ๊คพูดอย่างเสียงหนักแน่น ก่อนเล่าถึงความทรงจำในวัยเด็กของตัวเองที่ได้อวดอ้างความรู้ที่มี เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้ วันที่คนมองเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแมลง
“ผมเคยโดนผู้ใหญ่ด่าว่าเด็กเกรียน ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าเด็ก ๆ ควรมีพื้นที่ในการแสดงออก”
ฟลุ๊คไม่เชื่อว่าคำพูดของเด็กที่ผู้ใหญ่มองว่าขี้โม้นั้นไร้ค่า แต่เชื่อว่าความอยากรู้และความสนใจของเด็กคือทรัพยากรที่ยิ่งใหญ่ การเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้แสดงความสนใจในสิ่งที่รักจะทำให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้และมีใจรักธรรมชาติ
“ผมไม่รู้ว่าที่นี่จะอยู่ได้นานแค่ไหน อย่างน้อยผมอยากทำให้เด็กคนหนึ่งจดจำได้ว่าเคยมีร้านแบบนี้อยู่ ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะทำยังไงต่อ แต่คงจุดประกายอะไรสักอย่างในชีวิตให้เขาได้”
คำพูดที่ชัดเจนและน่าประทับใจของฟลุ๊คทำให้เรารับรู้ถึงความตั้งใจที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ผ่านการสอนและสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนทุกวัย


เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ฟลุ๊คได้รับของขวัญขึ้นร้านใหม่จากเพื่อนสนิท นั่นคือแมลงกินูนชนิดใหม่ของโลกที่ตั้งชื่อตามนามสกุลของเขา น้องมีชื่อว่า ‘แมลงกินูนปากเคียวเขียวอุณหโชติ(Kibakoganea unnahachotei)’ ฟลุ๊คเล่าให้เราฟังว่า เพื่อนที่ค้นพบแมลงชนิดนี้เป็นเพื่อนร่วมทริปศึกษาธรรมชาติตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปีแรก ทั้งคู่ต่างหลงใหลแมลงกินูนหรือด้วงชนิดหนึ่งแบบสุดหัวใจ แม้เส้นทางจะพาให้ต่างคนต่างเชี่ยวชาญในแมลงต่างสายพันธุ์ แต่ก็ยังช่วยเก็บแมลงฝากกันไปมาเสมอ
นักกีฏวิทยาคนนี้บอกว่า ปกติแล้วการตั้งชื่อสิ่งมีชีวิตใหม่นั้นไม่นิยมใช้ชื่อของตัวเอง เพราะอาจดูเป็นการยกย่องตัวเองมากเกินไป แต่การที่เพื่อนเลือกตั้งชื่อแมลงกินูนตามเขานั้นถือว่าเป็นการให้เกียรติกัน ทำให้ฟลุ๊คประทับใจมาก ๆ และเพื่อเป็นการตอบแทน ฟลุ๊คจึงตั้งใจทำงานวิจัยการค้นพบตั๊กแตนตำข้าวสายพันธุ์ใหม่ ที่พิเศษสุด ๆ คือเขาวางแผนตั้งชื่อมันตามชื่อของเพื่อนเขาบ้าง นี่ไม่ใช่แค่การค้นพบธรรมดา แต่คือการทิ้งผลงานที่มีคุณค่าและเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพไว้ให้โลกวิทยาศาสตร์


ถ้าไม่มีสิ่งใดสะดุด งานวิจัยนี้จะตีพิมพ์พร้อมการค้นพบตั๊กแตนตำข้าวสายพันธุ์ใหม่ถึง 3 ชนิด ถือเป็นการทิ้งทวนในบทบาทนักกีฏวิทยา ก่อนที่ฟลุ๊คจะก้าวเข้าสู่บทบาทผู้ประกอบการอย่างเต็มตัว
นิทานแมลงส่งท้าย
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในโลกของแมลงที่เต็มไปด้วยกลอุบายและแผนลับ มีมดนักวางแผนผู้เฉลียวฉลาด ราวกับแม่ทัพใน สามก๊ก ที่หมายมั่นจะยึดอาณาจักรมดต่างเผ่า ด้วยวิธีการแสนแยบยล มันค่อย ๆ ย่องเข้าไปในรังมดอื่น พลางซุ่มดูทางเดินไปสู่ห้องบัลลังก์ของนางพญามดผู้ครองรัง
เมื่อถึงเวลา เจ้าขุนพลมดแสนแกร่งยึดอำนาจในรังใหม่ได้สำเร็จ แล้วประกาศให้เหล่ามดทั้งหลายก้มหน้าก้มตารับใช้ เสมือนทหารที่ถูกลิขิตบทในนิทานไว้แล้ว
ไม่ไกลกันนัก มีเจ้าด้วงน้อยนักปลอมตัว มันฝันอยากเป็นสายลับตัวจิ๋วชั้นยอด
วันหนึ่ง มันจึงทำตัวเหมือนเมล็ดพืชกลิ่นหอมหวาน มดที่เดินผ่านมาเห็นเข้าก็นึกว่าเจออาหารชั้นเลิศ จึงหิ้วด้วงน้อยเข้าไปในรังด้วยความซื่อ ครั้นเมื่อถึงภายใน เจ้าด้วงก็กินอาหารอย่างจุใจ ร่างกายของมันปล่อยสารฟีโรโมนกลิ่นมดที่หอมกรุ่น มดน้อยที่เดินผ่านมาไม่รู้เลยว่าเป็นผู้บุกรุก ทุกตัวแตะหนวดทักทายคล้ายเพื่อนเก่า เจ้าด้วงแอบอิ่มหนำจนพอใจ ก่อนจะค่อย ๆ เดินออกจากรังไปด้วยท่าทีสบายใจ ราวกับสายลับแอบเข้าไปทำภารกิจสำเร็จ
นิทานเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องเล่าแมลงสนุก ๆ ที่ฟลุ๊คยกตัวอย่างให้ฟังตลอดการพูดคุย
ใครที่อยากรู้จักแมลงสายลับ ด้วงจอมปลอมตัว หรือขุนศึกมดยึดรัง ต้องมาฟังเรื่องเล่าจากปากนักกีฏวิทยานะ เรารับรองว่าคุณจะได้รู้ชีวิตลับ ๆ ของแมลงที่แสบสันและสนุกเกินกว่าจะคาดคิด

