ถ้าคุณเป็นคนท่าแร่ที่บ้านตั้งอยู่บนถนนราษฎร์เจริญ คฤหาสน์โบราณสีน้ำตาลเหลืองขนาด 2 ชั้น จะอยู่ในระยะสายตาของคุณ หรือถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนเรา คฤหาสน์หลังงามนี้นับเป็นหนึ่งในจุดหมายที่คุณห้ามพลาดเมื่อมาสกลนคร
คฤหาสน์ที่ว่านี้มีชื่อว่า ‘อุดมเดชวัฒน์’ มาจากนามสกุลเจ้าของก็คือ นายคำสิงห์ อุดมเดช หรือที่ลูกหลานเรียกกันว่า องเด อยากสร้างบ้านที่มีกลิ่นอายความเป็นเวียดนามตามเชื้อสายบรรพบุรุษ จึงให้ช่างชาวเวียดนามที่อพยพมาอยู่สกลนครรับหน้าที่สร้างบ้านหลังนี้

คฤหาสน์อายุ 92 ปีที่ลงกลอนปิดประตูแน่นหนามานาน จนเป็นที่สนใจของคนละแวกนั้นและนักท่องเที่ยวว่าภายในจะเป็นอย่างไร แพท-วรารัตน์ และ เจมส์-ศรัณยู กายราช สองพี่น้องลูกหลานขององเดตัดสินใจจึงเปิดประตูทำ ‘UDD Udomdetwat Café and Bistro’ เพื่อชุบชีวิตบ้านหลังนี้อีกครั้ง พร้อมพาทุกคนเข้าไปทำความรู้จัก
การรีโนเวตบ้านเก่าให้เป็นคาเฟ่อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หรือไม่ก็อาจเป็นเรื่องธรรมดาในความรู้สึกของบางคน แต่ความทุ่มเทและการตั้งใจทำอะไรสักอย่างเพื่อบ้านเกิดก็ยังเป็นเรื่องที่น่าฟังเสมอ เช่นเรื่องราวของคาเฟ่แห่งนี้

คนไกลบ้าน
แพทและเจมส์เป็นคนท่าแร่ตั้งแต่กำเนิด ก่อนจะถูกส่งไปเติบโตที่จังหวัดอื่น
แพทเริ่มตั้งแต่เมื่อขึ้นชั้นประถมศึกษาที่ 1 เธอได้ไปเรียนที่กรุงเทพมหานครพร้อม แอ๊ต-สมฤทธิ์ กายราช ผู้เป็นพ่อที่ทำงานอยู่ที่นั่น ส่วนเจมส์ไปเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา ตอนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 1 สกลนครบ้านเกิดจึงเป็นเพียงสถานที่ที่แวะมาพักผ่อนบ้างในช่วงปิดเทอม
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน แพททำงานเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่น ชีวิตในเมืองกรุงเริ่มทำให้เธอหมดไฟ และไม่มีที่ใดจะสุขใจเท่าการกลับบ้าน แพทจึงตัดสินใจโบกมือลาเมืองแล้วกลับมาท่าแร่ การกลับมาครั้งนี้แพทไม่ได้พกความตั้งใจว่าจะเปิดคาเฟ่ นอกจากขอเวลาพักสัก 1 ปีแล้วค่อยหางานใหม่ หรือไม่ก็ย้ายไปต่างประเทศ
พ่อกลับเป็นคนชวนแพทให้ลองทำอะไรบางอย่าง เพราะมีที่ว่างข้าง ๆ คฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์ ซึ่งเป็นสมบัติของตระกูล แพทมีความฝันเล็ก ๆ สมัยเด็กว่าอยากทำขนม ก่อนออกจากงานเดิมแพทมีโอกาสไปลงเรียนทำเบเกอรี ความฝันวัยเยาว์จึงผสมเข้ากับสิ่งที่มี เกิดเป็น ‘Wara’s Cafe (วรา คาเฟ่)’ โดยมีเจมส์มาช่วยพี่สาวอีกแรง เพราะมีประสบการณ์ดูแลร้าน The Oyster bar x Escape Bangkok มาก่อน

คาเฟ่นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2017 และไปได้สวย แพทกับเจมส์จับมือช่วยกันดูแลร้าน แพทดูเรื่องอาหาร ส่วนเจมส์ดูระบบร้าน คนท่าแร่และนักท่องเที่ยวก็ได้ที่พักผ่อนหย่อนใจและที่ฝากท้องเพิ่มขึ้น ขนาดคาเฟ่ไม่ใหญ่มากนัก มีประมาณ 12 ที่นั่ง ลูกค้าจึงมักถามว่าทำไมไม่ย้ายไปอยู่ในคฤหาสน์ข้าง ๆ
“เราเก็บเป็นข้อมูลไว้ พร้อมกับความรู้สึกว่า ถ้าวันหนึ่งเปิดบ้านหลังนี้ได้ ทำให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ได้ส่งต่อเรื่องราวของบ้านให้คนอื่นรู้ก็คงจะดี” เจมส์เล่าต่อว่า ตอนพ่อแอ๊ตยังเด็ก เขาได้เข้าไปในคฤหาสน์ บวกกับนิสัยที่ชอบประวัติศาสตร์ พ่อแอ๊ตมักเล่าเรื่องราวของคฤหาสน์ให้ลูก ๆ ฟัง สมาชิกในตระกูลทุกคนเลยรับรู้ถึงความสำคัญของบ้านหลังนี้ว่าเป็นหนึ่งในคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของท่าแร่

เมื่อความสนใจของคนนอกที่มีต่อสถานที่นี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พ่อเป็นคนพาแพทและเจมส์ไปคุยกับทายาทที่ดูแลคฤหาสน์ว่า พวกเขาอยากขอใช้คฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์ทำเป็นคาเฟ่ เพื่อให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง พร้อมส่งต่อเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา ด้วยความตั้งใจดีของทุกฝ่าย คฤหาสน์หลังนี้จึงได้เปิดเป็น UDD Udomdetwat Café and Bistro ในท้ายที่สุด
ที่มาที่ไปของชื่อร้านแพทอธิบายว่า UDD ย่อมาจาก Udomdetwat หรืออุดมเดชวัฒน์ที่เป็นชื่อคฤหาสน์ ซึ่งคำนี้พ้องเสียงกับประโยคว่า ‘อยู่ดีดี’ และประโยคในภาษาอีสาน ‘อยู่ดีมีแฮง’ ความหมายรวม ๆ ที่ดีแบบนี้จึงกลายมาเป็นชื่อคาเฟ่

คฤหาสน์เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล ผสมผสานระหว่างความเป็นฝรั่งเศสกับเวียดนาม เจมส์เล่าว่าพวกเขาตั้งใจคงสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด พยายามไม่เข้าไปปรับเปลี่ยนอะไร เพราะโครงสร้างเดิมแข็งแรงอยู่แล้ว แม้ว่าจะสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2476 ตัวอาคารทำจากปูนขาวผสมทราย ใช้ยางพืชพื้นเมืองผสมปูนเป็นตัวประสานทุกอย่างเข้าด้วยกัน วัสดุบางส่วน อย่างลูกบิด หน้าต่าง ประตู กุญแจ ก็นำเข้ามาจากฝรั่งเศส

การปรับปรุงบ้านเพื่อทำเป็นคาเฟ่จึงเน้นที่งานซ่อมแซมและติดตั้ง โดยมีอีก 2 คนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบ และเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้เกิดคาเฟ่นี้ คือ เบ็นจี้-มณฑิชา และ เบสท์-เบญจพล เอี่ยมวัชรินทร์ ติดตั้งระบบน้ำ-ไฟ เครื่องปรับอากาศ กระจก และเฟอร์นิเจอร์ กับซ่อมแซมบริเวณที่ผุพังอย่างรอยร้าวบนผนัง พื้นคฤหาสน์ที่ทำจากหินภูเขาไฟตกแต่งให้เหมือนบล็อกอิฐก็ยังคงสภาพเดิม แม้พื้นจะเริ่มลาดเอียงเนื่องจากตัวอาคารเริ่มทรุด เป็นเรื่องที่พวกเขาต้องดูแลบำรุงต่อไป แต่ ณ วันนี้อุดมเดชวัฒน์พร้อมต้อนรับทุกคนแล้ว

“พอญาติพี่น้องรู้ว่าเรากำลังจะเปิดบ้านทำเป็นคาเฟ่ เขาส่งของมาให้เรา มีทั้งของที่เคยอยู่ในบ้าน และทรัพย์สมบัติจากบ้านที่เขาได้รับไป เพราะเขาอยากให้ของได้อยู่ในที่ของมัน หลัก ๆ เป็นพวกรูปถ่าย กาน้ำ ของตกแต่งบ้าน เราว่าเป็นเรื่องราวที่น่ารักดี” เจมส์เล่าด้วยรอยยิ้ม พร้อมชี้นิ้วชวนเราดูของตกแต่งในตู้ไม้ ซึ่งอยู่ในบ้านมาตั้งแต่แรก

สกลนคร-เวียดนาม-ฝรั่งเศส
ตามประวัติศาสตร์ท่าแร่ที่เล่าต่อกันมา ว่ากันว่ามีบาทหลวงชาวฝรั่งเศสชื่อ คุณพ่อซาเวียร์ เกโก กับครูเณรชาวญวนชื่อ ครูทัน ช่วยกันต่อแพพาชาวคริสต์นิกายคาทอลิกอพยพจากตัวเมืองสกลฯ มาตั้งถิ่นฐานที่นี่ บรรพบุรุษของคนท่าแร่ส่วนใหญ่จึงเป็นชาวญวนคาทอลิก วิถีชีวิตของคนท่าแร่ถูกหล่อหลอมด้วย 3 วัฒนธรรม คืออีสาน เวียดนาม และฝรั่งเศส เห็นได้จากสถาปัตยกรรมไปจนถึงการนับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่ คฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์ก็นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมนี้ด้วยเช่นกัน

คาเฟ่พยายามคงเอกลักษณ์นี้ไว้ตั้งแต่ตัวอาคารจนถึงเมนูอาหาร เจมส์แนะนำให้เราลอง ‘บั๋นหมี่’ หรือแซนด์วิชเวียดนาม สูตรดั้งเดิมใช้ขนมปังฝรั่งเศส (Baguette) แต่สูตรของ UDD ดัดแปลงให้ถูกปากคนไทย เป็นลูกผสมระหว่างขนมปังฝรั่งเศสกับขนมปังเวียนนา เนื้อขนมปังกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ด้วยหมูยอจากร้านดังของสกลนคร พร้อมผักดองสไตล์เวียดนาม เมนูนี้เลยถือว่าถ่ายทอดครบทั้งความเป็นเวียดนาม ฝรั่งเศส และสกลนคร รวมถึงสะท้อนความหลากหลายของวัตถุดิบอาหารเมืองสกล ซึ่งเจมส์บอกว่าเป็นความตั้งใจที่อยากใช้วัตถุดิบในท่าแร่และสกลนครให้มากที่สุด


ถ้าใครเป็นสายของหวาน ที่ UDD ก็มีตัวเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ‘เค้กแคร์รอต’ ขนมขึ้นชื่อที่ทุกโต๊ะต้องสั่ง ต่อด้วย ‘โรลครีมสดผลไม้’ สำหรับคนที่ชอบขนมหวานรสเปรี้ยวเพิ่มความสดชื่น

เครื่องดื่มตัวเด็ดของร้านเป็นหมวดกาแฟ แก้วแรกเป็นเมนูกาแฟซิกเนเจอร์ที่มีเบสเป็นนมผสมคาราเมล แล้วนำไปเชคกับกาแฟให้เกิดเลเยอร์โฟมด้านบน รสสัมผัสนุ่มละมุน รสชาติดื่มง่ายเหมือนกินขนม เหมาะสำหรับสายกาแฟนม และอีกเมนูแนะนำชื่อว่า ‘Chapter 1’ กาแฟผสมน้ำสับปะรด รสเปรี้ยวอมหวาน เสมือนบทที่ 1 ของการเริ่มดื่มกาแฟ


อนาคตของ UDD
“การทำคาเฟ่ทำให้เราได้อยู่บ้าน ได้ทำในสิ่งที่รัก ไม่ต้องใช้ชีวิตเหนื่อย ๆ เหมือนตอนอยู่กรุงเทพฯ แถมได้เพื่อนใหม่ซึ่งเป็นคนที่มีความคิดแบบเดียวกัน นั่นคืออยากพัฒนาสกลนคร” จากจุดเริ่มต้นของแพทที่อยากกลับบ้าน สู่การสร้างคาเฟ่ที่ต่อยอดมาจากความฝัน และต่อยอดไปอีกขั้นคือการพัฒนาเมือง เป็นความต้องการของแพทและเจมส์ที่อยากมีส่วนร่วมพัฒนาบ้านเกิด ผ่านการทำ UDD Udomdetwat Café and Bistro

“ถ้ามองภาพรวมคาเฟ่ทำให้หมู่บ้านมีสีสันมากขึ้น ดึงดูดให้คนอยากมาท่าแร่ และยังเป็นพื้นที่สร้างงานให้คนในพื้นที่ น้องในร้านบางคนไม่มีประสบการณ์ ก็มาเริ่มนับหนึ่งไปพร้อมกัน และสุดท้ายคือความภูมิใจที่เราได้หยิบของที่มีคุณค่ามาก ๆ มาส่งต่อคุณค่านั้นให้คนอื่นได้รับรู้
“ตอนเจมส์เรียนที่อัสสัมชัญ เพื่อนถามว่ามาจากไหน เราตอบว่าสกลฯ เขาก็สวนมาคำหนึ่ง เป็นคำตอบที่กระทบจิตใจเรา และเป็นภาพจำที่ไม่ดีเท่าไหร่ของสกลฯ เราเลยอยากเปลี่ยนการรับรู้เรื่องนั้นให้สังคมรู้ว่าบ้านท่าแร่หรือจังหวัดสกลนครยังมีของดีให้ค้นหาอีกมากมาย” น้องชายเปรยความตั้งใจ

ปีที่ 2 ของการทำคาเฟ่ ตั้งเป้าหมายไว้ที่การสร้างความแข็งแรงให้ท่าแร่ ด้วยการดึงคนในชุมชนมาร่วมกันทำให้ท่าแร่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง พวกเขามี ‘ทรงวาด’ เป็นต้นแบบในการทำงาน และแพทเล่าอีกว่า เธอจะสร้างพิพิธภัณฑ์บนชั้น 2 ของบ้าน เพื่อเล่าความเป็นมาของคฤหาสน์และประวัติศาสตร์ท่าแร่
หากพิพิธภัณฑ์สร้างเสร็จเมื่อไร เราคงได้กลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง

