ไม่ว่าคุณจะหยุดพักระหว่างทางหรือเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้า เมื่อต้องการเติมความสดชื่นให้ร่างกาย เราเชื่อว่าคุณต้องเคยจิบกาแฟจาก Café Amazon มาแล้ว
ไม่เพียงกาแฟคุณภาพ รสชาติดี ในราคาที่จับต้องได้ แต่ร้านกาแฟแห่งนี้ยังเชื่อว่ากาแฟที่ดีคือกาแฟที่ ‘แฟร์’ กับคนทั้งโลก และสื่อสารทุกเรื่องราว ทุกรายละเอียดการดำเนินธุรกิจผ่านคอนเซปต์นี้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การ ‘แฟร์กับเกษตรกร’ จากการให้ความรู้เรื่องการเพาะปลูกกาแฟควบคู่ไปกับการฟื้นฟูป่า และการรับซื้อเมล็ดกาแฟในราคาเป็นธรรมจากเกษตรกร ‘แฟร์กับผู้ขาดโอกาส’ จากการให้โอกาสในการทำงานแก่ผู้ขาดโอกาส อาทิ การสร้างอาชีพให้แก่บาริสต้าผู้พิการทางการได้ยิน บาริสต้าผู้สูงอายุ และผู้ขาดโอกาสกลุ่มอื่น ๆ ‘แฟร์กับโลกและสิ่งแวดล้อม’ จากการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การตกแต่งร้านจากวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตกาแฟ ไปจนถึงการ ‘แฟร์กับลูกค้า’ ที่ตั้งใจให้คนดื่มได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น Café Amazon ยังตั้งใจเล่าแนวคิดนี้ผ่านแคมเปญสร้างสรรค์ในชื่อ ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ ที่ปีนี้ดำเนินมาสู่รูปแบบใหม่ ถือเป็นการพลิกมุมมองการเล่าเรื่องจากมุมมองของแบรนด์มาสู่การเล่าผ่านมุมมองของลูกค้าตัวจริง
การเล่าเรื่องแบรนด์ด้วยมุมใหม่นี้น่าสนใจอย่างไร มาติดตามไปพร้อมกัน
จากเสียงของแบรนด์ สู่ ‘เสียงของลูกค้า’
ก่อนหน้านี้ Café Amazon มีแคมเปญโฆษณา ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ ซึ่งโดดเด่นด้วยเรื่องราวที่สะท้อนความจริงใจในการทำธุรกิจซึ่งแฟร์กับผู้คนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ นำมาเล่าผ่าน Brand Storytelling ในแบบฉบับ Café Amazon ที่เน้นถ่ายทอดเรื่องราวที่ดูเรียล ทัชใจ สร้างความรู้สึกจับใจคนดู อาทิ หนังโฆษณาที่สร้างจากเรื่องราวของเกษตรกรที่จากครอบครัวไปเพื่อทำงานในเมืองใหญ่ จนสุดท้ายได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว ทำอาชีพปลูกกาแฟจากการที่ Café Amazon ส่งเสริมการปลูกและรับซื้อเมล็ดกาแฟ หรือหนังโฆษณาที่สร้างจากความรู้สึกจากก้นบึ้งของผู้พิการทางการได้ยินที่ขาดโอกาสในการทำงาน จนได้พบกับ Café Amazon ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้พิการกลุ่มนี้ได้เป็นบาริสต้า ทั้งหมดนี้ทำให้หนังโฆษณาสไตล์ Café Amazon ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วประเทศแง่บวก และช่วยให้เรื่องราว ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ สร้างความรู้สึกที่ดีไปสู่ผู้คนในวงกว้าง


กระทั่งมาถึงปีนี้ Café Amazon ยังคงเน้นเล่าเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง แต่ความน่าสนใจคือการพลิกมุมมองสู่การเล่าเรื่องแบบใหม่ เพราะพบสารตั้งต้นชั้นยอด นั่นคือ Café Amazon เป็นแบรนด์ที่ลูกค้ามักจะพูดถึงในเชิงบวกบนโลกออนไลน์อยู่เสมอ
สิ่งเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของการบอกเล่าเรื่องราวความแฟร์กับลูกค้าที่ Café Amazon ตั้งใจเล่าให้แตกต่างจากที่ผ่านมา จากการเล่าความจริงใจในการทำธุรกิจผ่านมุมมองของแบรนด์ มาสู่การเล่าเรื่องจริงจากมุมมองลูกค้าที่ได้รับประสบการณ์ ‘แฟร์’ จาก Café Amazon
และนี่คือที่มาของแคมเปญที่ตั้งใจจะสื่อสารกับ ‘ลูกค้า’ โดยตั้งต้นจากเรื่องราวของ ‘ลูกค้า’ เอง
แคมเปญที่ลูกค้ามีส่วนร่วมเต็มตัว
แคมเปญกาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลกปีนี้ประกอบด้วย 3 กิจกรรมที่มีลูกค้าเป็นส่วนสำคัญในทุกเรื่องราว ทุกกิจกรรม
เริ่มจากกิจกรรม ‘แฟร์มาแฟร์กลับ’ ที่ได้ไปร่วมมือกับศิลปินแนวหน้าของเมืองไทย 3 ท่าน ได้แก่ Jirayoo Koo, juli baker and summer และ Banana Blah Blah ออกแบบ Typography คำว่า ‘แฟร์’ บน ‘กระเป๋าแฟร์’ แล้วให้ผู้คนช่วยกันแชร์เพื่อลุ้นรับกระเป๋าผ้าที่จะสกรีนชื่อลูกค้าผู้โชคดีไว้ในแบบที่ ‘มีใบเดียวในโลก’ นับเป็นการสร้างบรรยากาศการเปิดตัวแคมเปญที่สร้างกระแสไวรัลอย่างคึกคัก


ตามมาด้วยหนังโฆษณาออนไลน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของลูกค้า Café Amazon หนังโฆษณาเรื่องนี้บอกเล่าความใส่ใจหรือความ ‘แคร์’ ของบาริสต้า พร้อมคงสไตล์สร้างความรู้สึกจับใจผู้คน ผ่านเรื่องราวแนวหนังรักวัยรุ่นของลูกค้าหนุ่มและบาริสต้าสาวที่บริการอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การชงกาแฟ การแนะนำโปรโมชัน
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น คือโมเมนต์ที่ลูกค้าจะสแกนเพื่อรับโปรโมชันส่วนลด แต่แบตฯ โทรศัพท์หมดกะทันหัน บาริสต้าจึงยื่นแบตฯ สำรองมาให้ยืม เพื่อให้ลูกค้ารับสิทธิ์ส่วนลดต่อได้ ซึ่งถือว่าเป็นกิมมิกที่สร้างความรู้สึก ‘ใจฟู’ เพราะแบรนด์กำลังจะบอกกับเราว่า นอกจากความแคร์ตามหน้าที่แล้ว ยังมีความ ‘แคร์’ ที่เกิดจากความ ‘ใส่ใจ’ ลูกค้าในทุกรายละเอียดที่แบรนด์ยึดถือด้วย ทำให้ความหมายของคำว่า ‘เพราะเราแคร์ เราเลยแฟร์กับคุณที่สุด’ สะท้อนออกมาได้อย่างชัดเจน


ปิดท้ายแคมเปญนี้ด้วยกิจกรรม ‘แฟร์ Day Check-in’ ที่ชวนให้ลูกค้ามาเช็กอิน Café Amazon สาขาโปรด พร้อมแบ่งปันเรื่องราวความแฟร์ที่ประทับใจจากการใช้บริการ เสมือนเป็นการชวนเพื่อนมาแชร์ประสบการณ์ความแฟร์ที่ได้รับ โดยแบรนด์ได้นำเรื่องราวความแฟร์จากลูกค้ามาสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ และ Digital Billboard ไปยังผู้คนทั่วประเทศ ถือเป็นการแชร์เรื่องราวความแฟร์ที่ประทับใจจาก ‘ลูกค้า’ ไปสู่ ‘ลูกค้า’ ได้อย่างไม่สิ้นสุด
จะเห็นได้ว่าในครั้งนี้ Café Amazon ตั้งใจทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในทุกกิจกรรมของแคมเปญอย่างแท้จริง
แบรนด์ที่แฟร์กับทุกคนอย่างจริงใจ
เมื่อย้อนมองแคมเปญ ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ ของ Café Amazon ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้อย่างชัดเจน คือนอกจากความสร้างสรรค์จากกิมมิกต่าง ๆ ที่แบรนด์นำมาบอกเล่าแล้ว จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องจากมุมมองของแบรนด์เอง หรือการเล่าเรื่องจากมุมมองลูกค้า แคมเปญของ Café Amazon จะยังคงคาแรกเตอร์ในการบอกเล่าเรื่องราวอย่างจริงใจ ชัดเจนในการสร้างความรู้สึกดี ๆ แก่ผู้ชม และส่งความรู้สึกนั้นไปถึงใจคนเสมอ
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการตอกย้ำแนวคิดการทำธุรกิจของ Café Amazon ในการเป็น ‘กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก’ อย่างแท้จริง
ดูหนังสั้นเรื่องล่าสุดของ Café Amazon ได้ที่นี่
