52-Hertz Whales (52ヘルツのクジラたち)
Type : ภาพยนตร์ญี่ปุ่น 52-Hertz Whales (52 เฮิรตซ์ คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน)
Genre : Drama
Director : อิซูรุ นารุชิมะ (Izuru Narushima)
Writers : มาจิดะ โซโนะโกะ (Machida Sonoko) และ ยูคาริ ทัตสุอิ (Yukari Tatsui)
Actors : ฮานะ ซูกิซากิ (Hana Sugisaki), จุน ชิซง (Jun Shison), โตริ คูวานะ (Tori Kuwana)
กำหนดฉายในประเทศไทย : 20 มิถุนายน ปี 2024
ความยาว : 135 นาที
* ข้อเขียนต่อไปนี้ไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์
เคยมีบางห้วงขณะของชีวิตไหมที่ต้องการให้ใครสักคนรับฟังเรื่องราวที่เจ็บปวดของเรา แต่หันไปก็ไม่มีเลยสักคนที่พร้อมรับฟัง การแบกรับปัญหาไว้เพียงคนเดียว เหงา โดดเดี่ยว อ้างว้าง กำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญที่บั่นทอนการมีชีวิตอยู่ของผู้คนทั่วโลก
52 เฮิรตซ์ คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน คือภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่สร้างมาจากงานวรรณกรรมของ อาจารย์มาจิดะ โซโนะโกะ (Machida Sonoko) นักเขียนชาวญี่ปุ่น จัดพิมพ์ในฉบับภาษาไทย โดยสำนักพิมพ์ Piccolo และได้รับรางวัล 2021 Japan Booksellers’ Award ของประเทศญี่ปุ่น

อาจารย์มาจิดะยังมีผลงานเขียนแปลเป็นไทย อย่าง รสชาติแห่งความปรารถนาสุดท้าย, ปลากระดี่ช็อกโกแลตแหวกว่ายบนท้องฟ้ายามค่ำคืน และ เทนเดอร์เนส สะดวกรักที่พักใจ งานเขียนของอาจารย์ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังการเยียวยาจิตใจ หยิบจับเรื่องการสูญเสีย ความเจ็บปวด การสังเกตชีวิตของผู้คน ถ่ายทอดออกมาอย่างงดงามและรวดร้าวในเวลาเดียวกัน

จากการดื่มด่ำเรื่องราวในแบบวรรณกรรมที่ร้อยเรียงผ่านตัวอักษร 52 เฮิรตซ์…คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน ได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ กำกับโดย อิซุรุ นารุชิมะ (Izuru Narushima) ซึ่งใช้เวลาพัฒนาบทภาพยนตร์ค่อนข้างนาน เพราะเรื่องราวที่ละเอียดอ่อนและต้องค้นคว้าศึกษาข้อมูลอย่างลงลึก โดยการพูดคุยกับผู้ที่เคยมีประสบการณ์ใกล้เคียงกับในเรื่องราว เพื่อนำมาพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์อย่างสมจริงและละเมียดละไม
ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข กลายเป็นบาดแผลทางจิตใจ
คิโกะ (คินาโกะ) มิชิมะ (รับบทโดย ฮานะ ซูกิซากิ (Hana Sugisaki)) หญิงสาวผู้เลือกจากโตเกียวมาอยู่หมู่บ้านริมทะเลขนาดเล็กที่จังหวัดโออิตะ เกาะคิวชู เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามทางวัฒนธรรมและความงดงามของธรรมชาติ
ข่าวลือในทางไม่ดีของคิโกะแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านเกี่ยวอาชีพหน้าที่การงานที่ไม่เหมือนคนทั่วไป แถมด้วยการมาอยู่ที่นี่เธอยังเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ทำงาน ใช้ชีวิตหมดไปกับการซ่อมแซมบ้านเก่าและเฝ้ามองทะเลที่เห็นได้จากระเบียงของบ้าน
ชนบทที่สงบเงียบของคิโกะแปรเปลี่ยนไปเมื่อเธอได้พบกับ ‘เด็กชายไม่พูด’ (รับบทโดย โตริ คูวานะ (Tori Kuwana)) ที่มีอดีตอันเจ็บปวด ราวกับได้เห็นภาพสะท้อนของตนเองในวัยเด็ก
หลายครั้งที่ความทรงจำจากอดีตตัดภาพมาให้เราได้เห็นชีวิตแรกที่ผ่านมาแล้วของคิโกะ เด็กสาวผู้เคยมีครอบครัว อยู่กับพ่อแม่ในบ้านหลังเล็กที่โตเกียว สิ่งแรกที่คิโกะรู้จักคือความรักของแม่ แต่ในขณะเดียวกันความรักที่แม่มีให้ก็มาพร้อมกับความเจ็บปวด ร่องรอยบาดแผลทางร่างกายปรากฏให้เห็น พร้อมกับความหม่นเศร้าของจิตใจ ไม่รู้ว่าเธอเคยสัมผัสความสุขบ้างไหม ทุกห้วงขณะของเวลา เธอต้องทำให้แม่รัก เป็นเด็กดี และต้องคอยดูแลพ่อเลี้ยงที่ป่วยติดเตียง แทบไม่ได้ใช้ชีวิตสัมผัสความสดใสของวัยเยาว์เหมือนเด็กคนอื่น

คนใกล้ตัวมักจะเป็นคนที่ทำร้ายเราได้อย่างเจ็บปวดที่สุด ความโหดร้ายบนความไม่รู้ ความโหดร้ายที่เคลือบแฝงมากับความรัก กล่อมเกลาจิตใจของคิโกะให้เชื่อว่าเธอต้องแบกรับ รับผิดชอบครอบครัว ต้องดูแลพ่อเลี้ยง ต้องทำให้แม่สบายใจ ทั้งที่ในใจทุกข์ทรมาน แต่เธอก็บอกกับตัวเองเสมอว่านี่คือครอบครัว เพราะแม่กับพ่อเลี้ยงคือคนที่เลี้ยงดูเธอ ส่งเธอเรียนมาโดยตลอด
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน ผูกเงื่อนปมไว้ด้วยความรักที่ใช้เวลาและความเข้าใจในการคลี่คลาย ความทุกข์ทรมานของคิโกะถึงขีดสุด ผลักให้เธอไม่อยากจะมีชีวิต หนทางที่เราได้เห็น คือการเลือกจบชีวิตของตนเอง ทว่าท่ามกลางความเจ็บปวดที่ไม่มีใครเข้าใจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเธอส่งไปถึงใครสักคนที่พร้อมจะรับฟัง
การให้เวลา รับฟัง คือการสื่อสารความรัก
บางครั้งเราก็หลงลืมว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยวจนเกินไป อย่างน้อยต้องมีใครสักคนที่พอจะได้ยินเสียงที่เราส่งสัญญาณออกไป แม้ว่าเสียงนั้นจะเบาบาง อ่อนแรง จนแทบจะไร้ลมหายใจก็ตาม คิโกะได้พบกับ มิฮารุ มากิโอะกะ (รับบทโดย คาริน โอโนะ (Karin Ono)) เพื่อนในสมัยมัธยมโดยบังเอิญ พร้อมกับเพื่อนในที่ทำงาน อันซัง-โอคาดะ อันโกะ (รับบทโดย จุน ชิซง Jun Shison) คือคนที่ฟ้าส่งมาในยามที่เธอลำบากที่สุด
สิ่งที่ทั้ง 2 คนทำช่วยปลดปล่อยคิโกะจากชีวิตแรกที่ทุกข์ทรมาน คือการรับฟัง และรับฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) เปิดใจ ปล่อยให้คิโกะระบายความอัดอั้นที่อยู่ภายใน ไม่ตัดสิน ไม่ใช้เหตุผล เพียงแค่รับฟังและเข้าใจ นี่คือศาสตร์แห่งการฟังอย่างลึกซึ้งที่อาจจะเยียวยาผู้บาดเจ็บทางจิตใจได้ยิ่งกว่ายารักษาโรคใด คำพูดที่ได้ยินคุณอันพูดกับคิโกะคือ “ที่ผ่านมาพยายามมากเลยนะ ต้องแบกรับเรื่องนี้ไว้คนเดียว เข้าใจความเจ็บปวด” ถ้อยคำของคุณอันราวกับนักจิตวิทยาที่เข้าถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของคนที่เจอมรสุมความรุนแรงในครอบครัว

คุณอันคือคนที่พาคิโกะออกจากครอบครัว เขาต้องใช้ความกล้ามากมายขนาดไหน สำหรับคนนอกที่ยื่นมือเข้าไปเพื่อช่วยเหลือใครสักคนออกจากครอบครัวอันเลวร้าย ขึ้นชื่อว่าปัญหาภายในครอบครัว สังคม คนธรรมดาภายนอกมักจะไม่กล้าเข้าไปจัดการปัญหาที่ละเอียดอ่อนนั้น สิ่งแรกที่คุณอันทำคือการพาคิโกะออกจากจุดเกิดเหตุ ด้วยความช่วยเหลือจากคุณอันและมิฮารุ ทำให้คิโกะใช้ชีวิตได้ด้วยตนเองอีกครั้ง
อันซังปลดปล่อยคิโกะออกจากความเชื่อเดิม หาวิธีการช่วยเหลือแม่และพ่อเลี้ยงอย่างเป็นรูปธรรม โดยการหาข้อมูลเกี่ยวกับบริการทั้งของรัฐและเอกชนในการดูแลผู้เจ็บป่วย ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เพื่อรักษาสภาพจิตใจของคิโกะที่ต้องแบกรับการดูแลผู้เจ็บป่วยอย่างลำพังมาโดยตลอด นี่คืออีกหนึ่งมุมที่สะท้อนภาพสังคมผู้สูงวัยในญี่ปุ่น และระบบการให้บริการ ธุรกิจการดูแลผู้สูงวัยที่ญี่ปุ่นมีการพัฒนาและทำอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์นี้อาจบอกเป็นนัยถึงความเชื่อที่มีเสมอมาว่าเราต้องดูแลพ่อแม่ในยามแก่ชรา แน่นอนว่าคำกล่าวนี้เป็นความจริง และเป็นความเชื่อที่ลูกหลานในประเทศตะวันออกปฏิบัติมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม หากการดูแลนั้นหนักหนาจนเกินไป บั่นทอนสุขภาพทางจิตใจ การมีรัฐที่ให้ความช่วยเหลือ มีหน่วยงาน มีระบบของสังคมที่ช่วยรองรับในการดูแลผู้เจ็บป่วยอย่างมืออาชีพก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในสังคมญี่ปุ่นที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เราต่างเผชิญหน้ากับปัญหา และถูกพันธนาการด้วยความรัก
มีปัญหาอีกมากมายที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่เรารู้เพียงน้อยนิดคือในขณะที่คุณอันผู้อ่อนโยนคอยรับฟังและช่วยเหลือคิโกะมาโดยตลอด เขาเองก็ต้องรับมือกับปัญหาที่บอกใครไม่ได้เช่นกัน ความนิ่ง สงบ พูดน้อย และดวงตาที่อ่อนโยน คือลักษณะของคุณอันที่เราได้เห็นในภาพยนตร์ และสัมผัสได้จากการอ่านหนังสือ

‘อยากให้คิโกะมีความสุขโดยไม่เรียกร้องอะไร’ นี่คือสิ่งที่คุณอันอธิษฐานเสมอ ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณอันรับฟังเรื่องราวของคิโกะมาโดยตลอด เป็นที่ปรึกษาผู้ใจดีงดงาม แต่เรื่องราวในชีวิตของคุณอัน ตัวตนที่แท้จริงของเขาแทบไม่เคยบอกเล่าให้ใครฟังแม้แต่น้อย ทำให้เราฉุกคิดเสมอว่า ขณะที่เราปรับทุกข์กับคนอื่น อย่าลืมว่าอีกฝ่ายที่คอยรับฟัง เขาเองก็อาจจะมีเรื่องทุกข์ใจไม่แพ้กัน คุณอันจึงกลายเป็นตัวละครที่ลึกลับ ไม่ปรากฏที่มา ไม่เปิดเผยตัวตนอย่างชัดเจน
หากคิโกะรู้ความลับที่ซ่อนไว้ของคุณอัน รับฟังมากกว่านี้ เหตุการณ์เลวร้ายอาจบรรเทาลง ความสัมพันธ์ที่เคยมีให้กันเกิดระยะห่างขึ้น จนเธอได้พบกับ ชิคาระ นิอินะ (รับบทโดย ฮิโอะ มิยาซาวะ (Hio Miyazawa)) ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม ร่ำรวย มีฐานะ รูปร่างหน้าตาดี และสิ่งที่คิโกะรับรู้ในตอนนั้นคือความอ่อนโยน อบอุ่น และเขาคือความรักแบบชายหนุ่มหญิงสาวที่เข้ามาทำให้หัวใจที่เคยแหลกสลายกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
การมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ครบถ้วน ชายหนุ่มที่หญิงสาวหลายคนใฝ่ฝันถึง ทำให้คิโกะตกอยู่ในพันธนาการของความรักและความเจ็บปวดอีกครั้ง แม้ว่าจะสมบูรณ์ด้วยหน้าที่การงาน เงินทอง ทว่าชิคาระก็เป็นอีกคนที่เรียกร้อง ต้องการ และควบคุมคนที่รักมากกว่าจะให้อิสระเสรี เมื่อไม่เป็นไปตามที่หวังก็ลงมือทำร้ายคนที่รัก
คิโกะกลายเป็นของเล่น เป็นนกน้อยในกรงทอง ต้องทำตามความต้องการของคนรัก ชีวิตที่เคยฟื้นฟูด้วยความสดใสกลับหม่นเศร้าลง รอยแผลเดิมเปิดกว้างและเจ็บปวดอีกครั้ง

เด็กชายไม่พูด การรักษาด้วยเสียงของวาฬ 52 Hertz และสร้างพื้นที่ปลอดภัย
ผมยาวสลวยราวกับเด็กหญิง ทำให้คิโกะเข้าใจผิดในตอนแรก เด็กชายผู้มีแววตาโศกซึ้ง หม่นเศร้า ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจากครอบครัว เขาเข้ามาในชีวิตของคิโกะราวกับปาฏิหาริย์ ในครั้งแรกที่เจอก็สื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ สิ่งที่คิโกะเลือกทำคือการไม่ส่งต่อความเจ็บปวดที่ได้รับให้ใคร แต่เลือกที่จะหาทางรักษาความเจ็บปวดนั้น
คิโกะรับฟังเด็กชาย รับฟังจากใจจริง เหมือนกับที่คุณอันเคยรับฟังเธอ ส่งต่อเรื่องราวของวาฬ ‘52-Hertz Whales’ เรื่องจริงที่ค้นพบโดยทหารอเมริกันเมื่อปี 1989 วาฬบาลีนผู้โดดเดี่ยวท่ามกลางมหาสมุทร เพราะมีคลื่นเสียง 52 Hertz ที่ไม่ตรงกับวาฬตัวอื่น ยิ่งไปกว่านั้นคืออาจจะไม่มีวาฬตัวใดรับรู้การมีอยู่ของมัน เรื่องราวนี้เผยแพร่ไปทั่วโลก สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย


ภาพยนตร์เลือกใช้เสียงเหงาลึกของวาฬช่วยปลอบประโลมความเจ็บปวดในจิตใจของเด็กชาย และขณะเดียวกันคิโกะเองก็ใช้เสียงของวาฬช่วยให้นอนหลับและมีชีวิตผ่านไปได้ในแต่ละวัน
บาดแผลที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก โดยเฉพาะบาดแผลที่เกิดจากคนที่เรารัก และไม่ว่าจะเกิดขึ้นในวัยใด ความเข้มแข็งพอที่จะบอกเล่าและสื่อสารปัญหานั้น เข้มแข็งพอที่จะร้องบอกคนให้ช่วย รวมไปถึงการเยียวยารักษาล้วนต้องใช้เวลาอันยาวนาน และมีคนที่วางใจที่ทำให้เขาเปิดใจ ยินยอมรับความช่วยเหลือที่มอบให้
โอบกอดความเหงา ความโดดเดี่ยวของผู้คนในสังคม
แม้ว่า 52-Hertz Whale จะเป็นวาฬเหงาผู้โดดเดี่ยว แต่เสียงของ 52-Hertz Whale ได้รับการค้นพบโดยมนุษย์ จากวงสนทนาของผู้คนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ พูดคุยกันว่าในโลกความเป็นจริงแล้ว เราเองก็อาจจะเคยตกอยู่ในภาวะของวาฬผู้โดดเดี่ยว
52-Hertz Whale อาจไม่ได้มีเพียงตัวเดียว ในชีวิตจริงอาจจะมี 52-Hertz Whale อีกหลายคน มีคิโกะ มีคุณอัน และมีเด็กชายไม่พูดที่เปรียบตนเองเป็นแมลงไร้ค่า


สังคมที่เต็มไปด้วยความเครียด ต้องเป็นเด็กดี ต้องทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ต้องประสบความสำเร็จ ต้องเก่ง ต้องฉลาด คือสังคมที่อาจผลักดันให้เราหรือแม้กระทั่งเด็กน้อยก้าวสู่ความโดดเดี่ยว เสียงของความเป็นตัวของตัวเองของเขาอาจเบาลงจนไม่มีใครได้ยิน
ทำอย่างไรเราจึงจะได้ยินเสียงของผู้คนชายขอบเหล่านั้น ทำอย่างไรจะจึงทำให้เสียงของเขาได้รับการรับฟัง ภาพยนตร์และวรรณกรรม 52 เฮิรตซ์ คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน เปิดโอกาสให้เราเข้าไปเรียนรู้ชีวิต สัมผัสประสบการณ์ทางจิตใจของผู้คนที่เหงาและโดดเดี่ยว รับฟัง ไม่ตัดสิน ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอธิบายเรื่องราวที่ผ่านมา ขอเพียงใครสักคนที่รับฟังอย่างเข้าใจ ส่งต่อ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยนี้ให้เกิดในสังคม ก็คงจะพอช่วยบรรเทาเบาบางความเจ็บปวดนั้นให้ลดลง
รับชม 52 Hertz คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน ได้แล้วทุกโรงภาพยนตร์
