เสื้อตัวนอกสีส้มสดใสมีรูปสับปะรดประดับอยู่บนอกซ้าย ส่วนเสื้อตัวในสีขาวก็เหมือนมาทำหน้าที่เดียว คือขับให้เสื้อตัวนอกเด่นขึ้น ทั้งสองประกอบร่างบนกางเกงยีนเอวสูง เป็นชุดแบบเดียวกับที่ ไอซ์-ศรัณยู วินัยพานิช ใส่ในมิวสิกวิดีโอ ยกมาทั้งสวน เพลงใหม่ล่าสุดของเขา และเป็นชุดที่เขาใส่มาคุยกับเราในครั้งนี้
คงไม่ใช่ว่าถ่ายมิวสิกวิดีโอเสร็จแล้วรีบวิ่งออกจากฉากมาคุยกับเราทันที แล้วถึงจะใส่มาเพื่อโปรโมตเพลงใหม่ของเขา แต่มันก็ช่วยเพิ่มความสดใสระหว่างการพูดคุย ขณะที่โลกนอกหน้าต่างฝนกำลังตกอย่างหนัก หัวข้อหลัก ๆ ในการคุยครั้งนี้อยู่ที่เพลงใหม่ของไอซ์ เจ้าตัวออกปากว่าเป็นการทำเพลงแนวที่ไม่เคยทำมาก่อน ให้สมกับที่กลับมาอยู่ค่าย GMM Grammy แต่เปลี่ยนแผนกมาอยู่ Grammy Gold
จั๊ดจาดาดา จั๊ดจั๊ดจาดาดา ฮู้ว ผลงานที่ทำให้หลายคนรู้จักไอซ์และเป็นฐานที่ทำให้เขามีเพลงชาติเป็นของตัวเอง (จนบางคนจำไม่ได้แล้วว่าชื่อเพลงอะไร เพลงชื่อ คนใจง่ายนะ) ก่อนจะตามมาด้วยเพลงอื่น ๆ อย่าง คนมันรัก เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ หอม ไปจนถึงหมวดเพลงประกอบละครที่ไอซ์ไปชิมลางมาบ้าง ก็มีเพลงชาติกับเขาเหมือนกัน อย่าง บุพเพสันนิวาส สัญญากาสะลอง คนที่ทันไอซ์ยุคนี้อาจคิดว่าเขาดังจากการร้องเพลงประกอบละคร ซึ่งที่จริงเขาร้องมาแล้วทุกแนว เพราะความชอบส่วนตัวและพื้นที่ทำงานปัจจุบันที่เขาทำอยู่อย่าง ‘งานเลี้ยง’ ก็ทำให้ได้ร้องเพลงแนวต่าง ๆ ตั้งแต่ ไผ่ พงศธร ไปจนถึง Michael Bublé
แนวเพลงใหม่ที่ไอซ์ทำมีชื่อเรียกกิ๊บเก๋ว่า Local Thai Modern คนร้องอธิบายว่าเป็นลูกผสมระหว่างลูกทุ่งกับสิ่งที่เขาเพิ่งค้นพบว่าชอบและเป็นตัวตน นั่นคือป๊อปแดนซ์
ยกมาทั้งสวน เป็นผลผลิตที่เกิดขึ้น ถ้าคุณเคยฟังหรือลองออกจากหน้าจอนี้ไปกดฟัง คุณอาจจะรู้สึกว่านี่ก็ไม่ได้ต่างจากผลงานก่อนหน้าของ ไอซ์ ศรัณยู เป็นความตั้งใจของเจ้าตัวที่ยังอยากให้คนฟังได้รับความสดใสและความสนุกจากเสียงร้องของเขา ไม่ว่าจะมาด้วยเพลงแบบไหนก็ตาม
บทสนทนาต่อจากนี้ ไอซ์จะมาเล่าเรื่องเส้นทางใหม่ที่เขากำลังเดิน เราจึงถือโอกาสชวนเขามารีแคปชีวิตในวงการที่ผ่านมาแล้วเกือบ 20 ปีด้วยเลย
ก่อนจะเลื่อนหน้าจอไป เรามีคำแนะนำเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านบทความนี้ ด้วยการเปิดเพลย์ลิสต์เพลงของไอซ์ หรือจะเปิด คนใจง่าย วนไปก็ได้ เพราะรับรองว่าคุณจะได้ยินมันเกือบตลอดเวลาเลยล่ะ

คนใจง่าย
ถ้าตอนนี้มีคนขอให้ร้องเพลง คุณคิดว่าจะร้องเพลงอะไร
(นิ่งคิด) ส่วนใหญ่ก็ยังเป็น จั๊ดจาดาดา อยู่นะ ร้อง จั๊ดจาดาดา ให้ฟังหน่อย แต่ถ้าเป็นกลุ่มคนดูละคร จะขอเพลง บุพเพสันนิวาส ได้ไหม หรือถ้าขึ้นเหนือไปก็จะขอฟัง สัญญากาสะลอง หน่อย
มีเพลงไหนที่คุณขอปิดไมค์ใส่ไหม
ไม่ค่อยมีนะ ถ้าเราร้องให้ได้ก็จะร้อง ด้วยความที่งานหลัก ๆ ตอนนี้เป็นการร้องเพลงในงานเลี้ยง เราจึงเจอคนฟังเพลงหลายรูปแบบมาก งานเลี้ยงไม่ใช่สถานที่ที่คนตั้งใจมาฟังเราร้องเพลง และเราไปเซตลิสต์ในงานเลี้ยงไม่ได้ว่านี่คือเพลงที่ตั้งใจมาร้องนะ มาฟังกันเถอะ
ความต้องการคนมีหลากหลายมาก ใน 1 โชว์เราจึงพยายามเสิร์ฟเพลงในสัดส่วนที่เฉลี่ยให้ทุกคน โชว์ของเราเลยหลากหลาย ร้องให้ฟังตั้งแต่ลูกทุ่ง แรป ไปจนถึงร็อก
‘นักร้องงานเลี้ยง’ เป็นฉายาหนึ่งที่คุณได้รับ มันแตกต่างจากการเป็นนักร้องแบบอื่น ๆ ยังไง
ต่างนะครับ นักร้องแต่ละคนถนัดงานไม่เหมือนกัน บางคนเหมาะกับงานกลางแจ้ง งานเทศกาลต่าง ๆ บางคนก็เหมาะกับร้องในผับมากกว่า หรือบางคนถนัดร้องในงานอีเวนต์
ไอซ์จับเจอร่องงานจัดเลี้ยง ข้อดีคืองานจัดตลอดทั้งปี ไม่เหมือนเทศกาลที่เจอหน้าฝนก็ต้องหยุดจัดแล้ว สมมติบริษัทหนึ่งขายได้ยอดปีหนึ่งมี 4 ไตรมาส เขาต้องจัดเลี้ยงไตรมาสละ 1 ครั้ง แปลว่าบริษัทนี้จัดงาน 4 ครั้งต่อปี แล้วงานจัดหลากหลายมาก จัดเลี้ยงคนที่ขายประกันได้ จัดเลี้ยงคนที่ซื้อประกัน จัดเลี้ยงพนักงานในบริษัท พอมีงานเลี้ยงทั้งปี เราก็มีงานไปด้วยทั้งปี
แต่ข้อเสียคือกลุ่มคนที่ตามผลงานเพลงจะหายไป เพราะเราไม่ได้ออกเพลงใหม่ ๆ ทั้งที่ก็ทำงานตลอดนะ ไปร้องเพลงงานเลี้ยง ไปเป็น Commentator นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักร้องยุคนี้ ต่อให้ออกเพลงหรือมีงานทำตลอด แต่ถ้างานเราไม่ตรงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ เขาก็อาจจะไม่กดเข้ามาดูงานเรา ไม่เหมือนยุคอแอนะล็อกที่อยากดูหรือไม่ คุณก็จะถูกบังคับให้ดูผ่านทีวี ต้องเห็นหน้านักร้องคนนี้อีกแล้ว
การทำงานยุคนี้มีทั้งความน่าตื่นเต้นและความยาก บทจะดังในโซเชียลมีเดียก็ดังง่าย ๆ เหมือนเพลง ยายแล่ม ถ้าใครเล่น TikTok จะรับรู้ความดังได้เลย แต่ไอซ์ในฐานะนักร้องงานเลี้ยงที่ร้องมาหลากหลายงาน บอกเลยว่าเพลงนี้ไม่ได้ไปถึงทุกตลาด

คุณว่าความน่าตื่นเต้นและความยากในการเป็นนักร้องงานเลี้ยงคืออะไร
เป็นนักร้องที่ต้องเจอสิ่งที่หลากหลายมาก ต้องตอบโจทย์คนฟังให้ได้ เราใช้สคริปต์ที่เตรียมไปทั้งหมดไม่ได้ เวลาไปร้องเพลงที่เป็นงานดนตรี ไอซ์จะเตรียมลิสต์เพลงไปเลย แต่งานเลี้ยงภายในทำแบบนั้นไม่ได้ ต้องดูว่าคนที่มางานเป็นใคร น่าจะฟังเพลงแนวไหน ถ้าขึ้นเพลงแรกมาก็รู้แล้วว่า คนฟังชอบหรือไม่ชอบ ต้องเปลี่ยนเพลงที่ 2 เสมอ เพื่อทำให้เขาสนุกไปกับโชว์ของเรา
เพิ่งไปร้องงานเลี้ยง Top Spender มา ปรากฏว่าร้องเพลงที่ 2 ที่เตรียมมาไม่ได้ ไอซ์ดูว่าคนในงานอายุเท่านี้น่าจะฟังเพลงประมาณนี้นะ เลยต่อเพลงที่ 2 ด้วยด้วยเพลง รักคือฝันไป ชวนเขามาเป็นพวกเราก่อน หลังจากนั้นเราค่อยเสิร์ฟสิ่งที่อยากเสิร์ฟ เพราะมนุษย์เวลาเจอหน้ากันครั้งแรกมักมีกำแพงน้ำแข็งต่อกัน ถ้าละลายได้ก็ไปต่อด้วยกันได้
งานเลี้ยงแบบไหนที่คุณคิดว่าหินมาก ๆ
งานที่ทางการมาก ๆ (เน้นเสียง) ไอซ์เคยเจองานประมูลนาฬิการาคาเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาท รูปแบบงานเป็น Sit Down Dinner ไอซ์ร้องเพลงคั่นระหว่างการประมูล ความยากคือเวลาคนมีสิ่งที่โฟกัสมาก ๆ เขามาเพื่อดูนาฬิกา แต่เราอยากให้เขาสนุกไปพร้อม ๆ กับสิ่งที่เขาสนใจด้วย และไม่รู้เลยว่าแต่ละคนชอบฟังเพลงแบบไหน ไอซ์แทบจะร้องไปคุยไป 1 ชั่วโมงเต็ม ร้องเพลงหลายแนวมาก ทั้ง จงรัก ร้องเพลงของ Michael Bublé ย้อนไปถึง Rod Stewart รู้สึกว่าสนุกและท้าทายดี ระหว่างยิ้มไปพูดไปในหัวคิดตลอดว่าจะเอาไงต่อ (หัวเราะ)


บุพเพสันนิวาส
คุณเรียนจบเอกการแสดงและกำกับการแสดง เคยชิมลางบทบาทนักแสดงมาแล้วด้วย มีโอกาสไหมที่จะมาต่อยอดในสายงานนี้
ตอนหมดสัญญารอบที่ผ่านมา ไอซ์เบนเข็มไปละครเวที สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล และเล่นละครของ พี่บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ 2 เรื่อง คือ รักซ่อนแค้น กับ เสน่หา Diary พอได้เล่นแล้วก็รู้สึกว่า ไม่ใช่อะกิ๊ฟ (หัวเราะ) เราว่าเวลาหายไปเยอะมาก สัปดาห์หนึ่งอยู่กองถ่าย 4 วัน ยิ่งถ้าไม่ใช่ตัวเด่นก็ต้องรอเมื่อไรเขาจะเรียก นั่งมองฟ้ามองอย่างอื่น เราเลยนับถือคนที่ทำงานเป็นนักแสดงมาก ๆ
จำได้ว่าเล่น เสน่หา Diary เสร็จ เราเดินไปบอกผู้กำกับว่า ไอซ์คิดว่าจะไม่เล่นละครแล้วครับ จากนั้นก็ไม่รับอีกเลย แต่ไม่ได้บอกว่าอนาคตจะไม่รับนะ ถ้ามีบทที่สนใจก็อาจจะรับเล่น
ทำไมคุณถึงได้ร้องเพลงประกอบละครเยอะมาก
พี่หนึ่ง-ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ เคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้ตั้งแต่เพลง คนใจง่าย และ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ พอพี่เขาย้ายไปอยู่ ช่อง 3 HD ก็ชวนเราไปร้องเพลงประกอบละคร จำได้ว่าเพลงแรกที่ร้องคือ หัวใจให้เธอ ลามไป บุพเพสันนิวาส สัญญากาสะลอง และเรื่องที่กำลังจะฉายอย่าง ธาตรี เราก็ไปร้องให้ ส่วนใหญ่เป็นเพลงประกอบละครย้อนยุค
ทางผู้ใหญ่คงรู้สึกว่าเราร้องแนวนี้ได้ดีเลยไว้ใจ ซึ่งส่วนใหญ่ละครประเภทนี้จะเป็นละครฟอร์มยักษ์ อย่างล่าสุดช่อง one31 ก็ชวนไปร้องเพลงประกอบละคร คุณชาย ก็เป็นละครย้อนยุคอีก เลยกลายเป็นภาพจำ แต่จริง ๆ ไม่เลย เพลงประกอบละครอะไรก็ได้ อยากร้องเพลงซีรีส์วัยรุ่นบ้างเหมือนกัน (หัวเราะ)

ยกมาทั้งสวน
คัมแบ็กรอบนี้ของคุณมีอะไรที่แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ บ้าง
ไอซ์ห่างหายจากการออกเพลงไปนานมาก จนทางผู้ใหญ่ที่แกรมมี่รู้สึกว่าน่าจะกลับมาทำงานร่วมกันได้แล้ว เพราะแกรมมี่เป็นบริษัทมหาชน เมื่อเอากล่องรายได้มาดูก็พบว่าเราติดอันดับนักร้องที่มีงานจ้างเยอะที่สุด จึงควรออกเพลงใหม่เพื่อต่อยอดอนาคต
แต่ถ้ากลับมาทำเพลงแบบเดิม ๆ ก็มานั่งคิดต่อว่าจะทำอะไรให้แฟนเพลงได้บ้าง ไอซ์เป็นเด็กต่างจังหวัด เพลงแรกที่ร้องตั้งแต่จำความได้คือ รักเก่าที่บ้านเกิด ซึ่งเป็นเพลงลูกทุ่ง เลยรู้สึกว่าจริง ๆ เราก็ชอบความเป็นลูกทุ่งนะ แต่เราอาจจะไม่เชี่ยวชาญมากขนาดไปแตะเส้นความเป็นลูกทุ่งได้อย่างพี่ ๆ คนอื่น พอคิดต่อว่าชอบอะไรในความเป็นลูกทุ่ง ก็ได้คำตอบว่าเราชอบที่มีความเป็นไทยอยู่ในนั้น
ลงเอยก็มาคุยกับทางผู้ใหญ่ว่า ไอซ์ชอบความเป็นลูกทุ่ง อยากให้เพลงมีความเป็นไทย เรามาเจอคำนิยามตรงกัน คือ ‘ไทยนิยม’ หรือ Country Pop ไอซ์ยังอยากทำเพลงป๊อปแดนซ์อยู่นะ ยังอยากเสริมความสนุกสนานให้คนฟัง และอยากให้มีความเป็นไทยผสมลงไป ถ้าดูเพลงฮิตของไทยในทุกวันนี้จะมีความเป็นไทยนิยมผสมอยู่ ไล่มาตั้งแต่ ธาตุทองซาวด์ หรือ เมร่อน คือแทบจะเป็นเพลงลูกทุ่งแล้วนะ

จากนักร้องป๊อปแดนซ์มาสายลูกทุ่ง ค่อนข้างฉีกแนวการทำงานของคุณเลยนะ
ไอซ์ทำงานเป็น Commentator รายการประกวดร้องเพลงด้วย คนที่มาประกวด 80 เปอร์เซ็นต์ มาด้วยเพลงลูกทุ่ง จึงได้ฟังค่อนข้างเยอะ แต่สกิลล์การร้องของเราไปไม่ถึงความเป็นลูกทุ่ง จึงต้องปรับให้เป็นสไตล์เรา ไอซ์เป็นคนภาคกลาง อยากเอาวัฒนธรรมกลองยาว เอาขบวนแห่มาใส่ในเพลง ถ้าลองฟังเพลง ยกมาทั้งสวน ก็จะได้ยินสิ่งเหล่านี้
ถ้าให้เลือกเพลงของตัวเองมาทำเป็นเวอร์ชันไทยนิยม คุณจะเลือกเพลงอะไร
อุ๊ย เป็นคำถามที่ท้าทายมากเลย (นิ่งคิด) คิดว่าก็ยังเป็น คนใจง่ายนะ เพราะเพลงนี้สื่อสารได้ดีมาก ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดเหมือนกันไหม แต่เราว่าเพลงนี้ Forever Hit มาก ในฐานะศิลปิน เราจะได้ส่วนแบ่งจากเพลงที่ร้อง จึงเห็นตลอดเวลาว่ามีการนำเพลงนี้ไปใช้งานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะประกวดอะไรก็จะมีคนหยิบไปร้อง ไปอยู่ในละคร ในหนัง อยู่ดี ๆ ต่างประเทศก็เอาไปคัฟเวอร์ คนใจง่าย เป็นเพลงที่ไม่ตาย ถ้าได้นำไปทำเวอร์ชันต่าง ๆ ก็น่าจะดี โดยเฉพาะในเวอร์ชันไทยนิยม
อาจมีคนมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คุณทำเพราะอยากจะกลับมาดังอีกครั้ง
มันก็เป็นแบบนั้นแหละ (หัวเราะ) การที่แกรมมี่ให้โอกาสเรา หรือเรากลับเข้ามาที่นี่ ทั้งหมดคือการลงทุน เรามีความสุขและพอใจกับการเป็นนักร้องงานเลี้ยงก็จริง แต่สถานะนั้นมีระยะเวลา เราอาจอยู่ได้อีก 5 ปี 10 ปี แล้วก็จะหายไป
การที่แกรมมี่เลือกทำงานกับเรา เป็นการต่อยอดให้เรา ไอซ์ว่าแฟร์นะ เขาไม่ได้มาเพราะโอ้โห ฉันรักศิลปินคนนี้ อยากให้กลับมาทำเพลง ศิลปินก็คือสินทรัพย์อย่างหนึ่งที่บริษัทต่อยอดได้ ซึ่งไอซ์ก็ทำเต็มที่บนความไม่คาดหวัง

ความรู้สึกไม่โกหก
ในวิกิพีเดียบอกว่าคุณมีอีกชื่อหนึ่ง คือ Princes of Smile เจ้าชายแห่งรอยยิ้ม มีช่วงหนึ่งที่นักข่าวเองก็เรียกคุณด้วยชื่อนี้ คิดเห็นยังไงกับฉายานี้
ดีใจนะ มันคงสะท้อนมาจากบุคลิกของเรา ฉายานี้มีที่มาตอนที่รู้ตัวว่าจะได้ไปทำเพลงที่ญี่ปุ่น ซึ่งมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก ไม่เกิน 2 – 3 เดือนก็ต้องไปแล้ว ไปถึงต้องลุยงานเลย ญี่ปุ่นตอนนั้นเป็นสังคมอนุรักษนิยมมาก ๆ คุณให้ล่ามนั่งข้าง ๆ ช่วยแปลไม่ได้ จะแสดงถึงความไม่ใส่ใจ แต่คุณต้องพูดได้ประมาณหนึ่ง เราเลยต้องครูพักลักจำ เรียนแล้วลงมือเลย จนได้ไปออกรายการหนึ่งของญี่ปุ่น เขาเล่นมุกที่เราก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ก็ยิ้มให้อย่างเดียว เขาบอกว่าเรายิ้มสวยมาก แต่ในความรู้สึกเราคือฟังไม่เข้าใจ (หัวเราะ) รอยยิ้มนั้นเลยกลายมาเป็นภาพจำของเรา
คุณเป็นคนดังที่ออกมาพูดถึงปัญหาสุขภาพจิต แชร์โรคที่ตัวเองกำลังเผชิญ อะไรเป็นเหตุผลให้ทำแบบนั้น
เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมากเลย ไอซ์ตัดสินใจออกมาพูดเพราะคุณหมอที่ดูแลบอกว่าสิ่งนี้ช่วยให้ความรู้คนได้นะ แต่พอพูดออกไป มันกลายเป็น Pain Point ของตัวเอง ไอซ์เคยเป็นเด็กอ้วนมาก่อน แล้วค่อย ๆ ลดให้อยู่ในรูปร่างที่ต้องการ พอมาอยู่ในวงการบันเทิงต้องคุมน้ำหนักตลอดเวลา ยิ่งช่วงไปเล่นละครยิ่งต้องคุม
ที่ต่างประเทศสอนเรื่องโรคการกินที่ผิดปกติอย่าง Anorexia หรือ Binge Eating Disorder หรือโรคกินไม่หยุด โรคเหล่านี้มักเกิดกับคนที่ควบคุมน้ำหนักมาก ๆ ออกกำลังกายหนัก ๆ เป็นภาวะหนึ่งของโรคซึมเศร้า ยิ่งเรารู้สึกว่าต้องรักษาหุ่นมากเท่าไร จะมีระบบต่อต้านอยู่ภายใน พอสติแตกมากินก็กิน ๆๆๆๆ เปิดตู้เย็นกิน ๆ เพราะรู้สึกว่าอดมาเยอะ ถ้าใครเห็นว่าเรากิน เขาอาจจะแค่ทักธรรมดาว่ากินขนมเหรอ แต่สำหรับเราเป็นเรื่องใหญ่มาก กูกินขนม กูจะอ้วน! (เสียงสูง) เริ่มมีการซ่อนอาหารไม่ให้คนเห็นว่าเรากิน แต่จริง ๆ แล้วคือการแอบกิน
ถึงจุดหนึ่งที่เข้ารับการรักษา เรารู้สึกว่าน่าจะให้ความรู้คนได้ พอพูดเสร็จ เรื่องเป็นไวรัล สิ่งที่ไอซ์ได้รับกลับมาคือสถาบันลดน้ำหนักติดต่อมาเยอะมาก ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมก็ติดต่อมาเยอะมาก กินอาหารเสริมเราสิคะ จะได้ผอม ซึ่งไม่ใช่ ไอซ์ไม่ได้พูดเรื่องนี้ในเชิงพาณิชย์ แต่มันคือปัญหาสุขภาพ จึงไม่พูดเรื่องนี้อีกเลย

ก่อนตัดสินใจออกมาพูดเพื่อให้คนรู้จักโรคนี้ คุณรู้ตัวได้อย่างไรว่าร่างกายกำลังมีปัญหา
เรามีพฤติกรรมนี้มาเรื่อย ๆ จนเกิดปัญหาสุขภาพ ไปตรวจสุขภาพแล้วเจอค่าตับ ค่าไขมันในเลือดผิดปกติ ไอซ์ถึงบอกว่าไม่ใช่แค่เรื่องที่พูดเล่นกันว่ากินไม่หยุด แต่คือปัญหาสุขภาพจิตที่นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพกาย ไขมันในตับที่สูง ระดับความดันที่เปลี่ยนแปลง แต่ก็เข้าใจที่คนล้อเล่นเรื่องโรคกินไม่หยุดกันนะ อาจฟังดูตลก พอเข้าใจได้ แต่คำว่ากินไม่หยุด ไม่ใช่อยู่ดี ๆ แล้วเป็น แต่เกิดขึ้นเพราะมีภาวะทางจิตใจ ทำให้เราควบคุมตัวเองไม่ได้
ถ้าความตั้งใจแรกของคุณคืออยากให้ความรู้คนก็ได้ผลอยู่นะ เพราะมีการตื่นตัวของคนหลังจากได้ฟังเรื่องนี้
มีคนในวงการบันเทิงประสบปัญหานี้เยอะเหมือนกัน เขาอาจจะไม่ได้พูดออกมา เราดีใจที่เหมือนได้ให้คำแนะนำเขา ให้เขาลองไปปรึกษานักโภชนาการหรือจิตแพทย์ สิ่งที่เราพูดออกไปก็มีประโยชน์เหมือนกัน แต่ก็มีคอมเมนต์หนึ่ง จำได้แม่นเลย บอกว่าเรื่องที่เราพูดไปคือข้ออ้างของคนตะกละ หรือไม่ก็แชร์โพสต์เราไปแล้วบอกว่า กูเองก็หยุดกินไม่ได้แบบไอซ์ ซึ่งไม่ใช่เลยนะ

คนมันรัก
นอกจากการร้องเพลงจะเป็นสิ่งที่คุณทำมาตลอด การไปเที่ยวก็ดูเป็นอีกกิจกรรมที่คุณชื่นชอบ ตอนนี้ไปมากี่ประเทศแล้ว
ตอนนี้ไม่ได้นับแล้ว (หัวเราะ) สิ่งนี้เกิดขึ้นตอนที่เราเด็ก ๆ พ่อแม่เราเป็นสายวิชาการ บ้านอื่นไม่รู้เป็นไง แต่บ้านไอซ์พ่อแม่ชอบพาไปห้องสมุดประชาชน แล้วเราไม่ใช่สายวิชาการ ไม่รู้จะอ่านหนังสืออะไร จนไปเจอมุมเล็ก ๆ เป็นมุมที่มีหนังสือท่องเที่ยว ดูน่าสนใจดีก็เลยเปิดดู ประกอบกับเราชอบฟังเพลงสากล ชอบนักร้องฝรั่ง ดูบรรยากาศสวย ๆ ในมิวสิกวิดีโอ และอยากไปเห็นกับตาตัวเองสักครั้ง
ตอนจบ ม.6 ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย คุณแม่คงเห็นว่าเราชอบมาก เลยให้ไปสิงคโปร์ สำหรับเราการไปสิงคโปร์ตอนนั้นยิ่งใหญ่มากเลยนะ ได้ออกไปนอกประเทศ ไปเห็น Merlion หลังจากนั้นก็อยากไปเห็นทุกที่ในโลก เริ่มจากเป็น Backpacker มีเวลาว่างจากการร้องเพลงก็ไป แต่ว่าไม่ถี่มาก มาถี่ช่วง 10 ปีหลังที่ไปเดือนละครั้ง
มีการตั้งเป็นเป้าหมายด้วยเหรอ เที่ยวในประเทศสัปดาห์ละครั้ง เที่ยวต่างประเทศเดือนละครั้ง
ไม่ได้ตั้งขนาดนั้น แต่ว่าลงตัวแบบนี้พอดี ถ้าสัปดาห์ไหนได้ไปร้องเพลงที่ต่างจังหวัดก็นับว่าได้ไปเที่ยวแล้ว ถ้ามีเวลาจะไปก่อนหน้าวันงานสัก 1 วัน ไปเที่ยว ไปหาอะไรทำ อีกวันก็ไปร้องเพลง หรือเสร็จงานแล้วก็ขออยู่ต่ออีกสัก 2 วัน
ถ้าให้แนะนำสถานที่เที่ยวให้คนอ่าน The Cloud คุณอยากแนะนำที่ไหน
เอาเป็นเมืองที่เพิ่งไปมาแล้วชอบแล้วกัน ชื่อว่า Idstein อยู่ที่เยอรมนี เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ดูเป็นเมืองทางผ่านมากกว่าเพราะอยู่ใกล้ Frankfurt เมืองนี้รักษาความเป็นตึกเก่าได้ดีมาก บ้านน่ารักจนเรารู้สึกว่าคนสมัยก่อนสร้างของน่ารักจัง มีหอคอยแม่มดที่ไม่รู้ว่าเรื่องเล่าหรือเรื่องจริง และมีดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เขานิยมปลูกหน้าบ้าน คล้ายกับ Morning Glory เป็นดอกไม้เล็ก ๆ ทำให้เมืองดูน่ารักเหมือนอยู่ในเทพนิยาย
คนในเมืองก็ใจดีมาก เหมือนเวลาเราดูการ์ตูนดิสนีย์เลย ไม่ได้มีกิจกรรมแนะนำเป็นพิเศษ ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ไปลองดูบ้านเมืองเขา ไปแวะร้านเบเกอรีซึ่งมีเยอะมาก เบเกอรีที่เยอรมนีอร่อยมาก หวานมาก (ยิ้ม) ช็อกโกแลตดี กาแฟดี ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่นั่งอยู่ตรงสแควร์แล้วชมเมืองไปเรื่อย ๆ ไม่รู้คนจะตามไปไหมนะ (หัวเราะ)
ช่วงเวลาทองของชีวิตเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจเสมอ คุณเคยตามหาช่วงเวลานี้ของตัวเองไหม
ช่วงเวลาทองมีจริง ๆ นะ แต่ว่าไม่ได้มีสำหรับทุกคน นี่เป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ บางคนอาจตามหาช่วงเวลาทองทั้งชีวิตโดยไม่เคยเจอเลย ถ้าคุณเป็นคนโชคดีที่ได้เจอก็ยินดีด้วย แต่ถ้าไม่ ก็ขอให้คุณรู้ไว้ว่าอย่างน้อยคุณก็ได้ทำเต็มที่แล้ว
ตอนที่เด็กกว่านี้ไอซ์อาจคิดแบบหนึ่ง แต่ตอนนี้จะพูดกับคนที่ทำงานด้วยเสมอว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับไอซ์ในการกลับมาครั้งนี้อยู่ที่ระหว่างทาง ไอซ์ดีใจมากที่ได้อยู่ในห้องที่คน 20 คนกำลังนั่งประชุมกันว่า ฉันจะทำยังไงดีให้ ไอซ์ ศรัณยู กลับมา โฟกัสของเราไม่ได้อยู่ที่เราจะปังไหม แต่คือความรู้สึกขอบคุณมาก ๆ ที่คนต่างที่มากำลังทำงานเพื่อคน 1 คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ไอซ์จะกลับมามองตัวเองว่า แล้วเราเต็มที่หรือยัง เขาตั้งใจทำให้เราแล้ว จงทำในสิ่งที่เขาตั้งใจทำเถอะ
บางทีวันนี้อาจจะไม่ใช่วันของเรา ไม่ใช่วันที่เราประสบความสำเร็จ จะบอกว่าไม่เสียใจก็คงไม่ใช่ แต่อย่างน้อย ๆ ในทุกความเสียใจ ถ้าเราตั้งใจก็จะภูมิใจว่าฉันได้ทำแล้ว

คำตอบนี้คงผ่านการตกตะกอนมาระยะหนึ่ง ถ้าย้อนกลับไปช่วงเวลาที่คุณกำลังทำความเข้าใจ ตอนนั้นเป็นอย่างไร
ชีวิตทำให้เราเรียนรู้ ไอซ์ประสบความสำเร็จมากกับเพลง คนใจง่าย จากเด็กบ้านนอกได้ไปออกอัลบัมที่ญี่ปุ่น เป็นนักร้องโกอินเตอร์ยุคแรก ๆ แต่เป็นยุคที่โซเชียลมีเดียยังไม่บูม เลยมีช่วงหนึ่งที่ไอซ์รู้สึกว่าโซเชียลมีเดียมาช้า งานที่เราทำไม่ทันอยู่ในยูทูบ รู้สึกเสียดายจัง น่าจะถอยหลังมาอีกสัก 10 ปี งานของเราจะได้ยังอยู่ มีความรู้สึกเหล่านั้นเกิดขึ้น การจัดการกับความรู้สึกตอนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยเวลา
ไอซ์ได้ไปสัมภาษณ์กับนักข่าวคนหนึ่ง เขาทันทำข่าวตอนที่เราไปต่างประเทศพอดี เขาบอกว่า จำตอนไอซ์ไปงานเทศกาลดนตรีที่จีนได้นะ มันยิ่งใหญ่มาก แต่ถามว่ามีคนจำได้เยอะไหมว่า ไอซ์ ศรัณยูเคยไปสิ่งนี้นะ ไม่มีหรอก มันนานมากแล้ว มันผ่านไปแล้ว แต่ว่านักข่าวคนนี้จำได้ นั่นเป็นช่วงเวลาที่ดี เป็นความรู้สึกดี ๆ
คนเราเคยมีสปอตไลต์ดวงใหญ่มากส่องมา วันหนึ่งสปอตไลต์ขนาดเล็กลง ก็ต้องจัดการกับความรู้สึกตัวเองอยู่แล้ว ทำยังไงให้เวลาที่เดินออกไปแล้วเจอคำถามว่า อ้าว หายไปไหน ไม่ทำงานเลยเหรอตอนนี้ หรือแม้กระทั่งไอซ์เคยได้รับคำถามหนึ่งจากสื่อว่า ทุกวันนี้ดำรงชีพอยู่ยังไง ไม่เห็นมีการมีงานเลย แวบแรกคือเราตัวร้อนเลยนะ ก็อยากตอบว่า ขอโทษนะครับ ผมมีเงินไปเที่ยวทุกอาทิตย์ (หัวเราะ)
แต่เราเลือกกลับมาจัดการตัวเอง เพราะเขาก็ไม่ผิด ถ้าเขาไม่ได้สนใจงานของเรา เขาจะไม่รู้ ต่อให้ยุคนี้การเสิร์ชหาง่ายมากเลยว่า ศิลปินคนหนึ่งจะทำอะไรอยู่ในตอนนี้ เราก็ทำความเข้าใจว่า เขาไม่ใช่แฟนเพลง ส่วนเราทำงานเลี้ยงชีพได้ มีปัจจัยสี่ครบ ได้ทำในสิ่งที่รัก โอเคแล้ว
ในฐานะที่อยู่ในวงการดนตรีมา 20 ปี มีคำแนะนำอะไรที่คุณอยากบอกรุ่นน้อง
วงการให้โอกาสสำหรับทุกคน ยิ่งยุคนี้เป็นยุคโซเชียลมีเดีย ยิ่งเปิดโอกาสให้มากขึ้นกว่าเดิม คุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่ลงคลิปในโซเชียลมีเดียแล้วมันปังขึ้นมา คุณอาจกลายเป็นคนที่มีสปอตไลต์ส่องมาก็ได้
แต่เมื่อใดที่ก้าวเข้ามาแล้ว ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ จงอยู่กับสติของตัวเองให้ดี เพราะวันหนึ่งที่คุณประสบความสำเร็จ จะมีอุปสรรคอีกก้าวหนึ่ง คือมนุษย์กลัวความสูญเสียอยู่แล้ว วันที่เราดังมาก ๆ ประสบความสำเร็จมาก ๆ เราอยากคงสิ่งเหล่านั้นไว้ อยากให้สปอตไลต์ส่องมาตลอดเวลา จึงเป็นความท้าทายในอาชีพว่า วันหนึ่งที่สปอตไลต์จางลง ทุกอย่างเบาบาง เราจะอยู่กับตัวเองยังไง หรือถ้าสปอตไลต์ไม่เคยส่องมาที่เราเลยล่ะ เราจะจัดการกับความรู้สึกยังไง
อย่างน้อยก็อยากบอกว่าเราได้ทำสิ่งที่เรารัก ทำสิ่งที่เราชอบที่สุด ยังมีคนอีกมากมายที่อยากได้โอกาสตรงนี้ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ใช้เลนส์ดูถูกคนอื่นนะ แต่เป็นการให้กำลังใจตัวเองว่า อย่างน้อยสปอตไลต์อาจจะไม่ได้ส่องมาที่คุณ หรือดวงใหญ่เท่าที่คุณต้องการ แต่คุณก็เป็นคนหนึ่งที่ได้โอกาส หรือถ้าสปอตไลต์จางลง ก็จงมองว่ายังเคยมีวันหนึ่งที่สปอตไลต์ส่องลงมา

