“แพร่มีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย!!”
นี่อาจเป็นปฏิกิริยาของหลายคน (รวมถึงเราด้วย) เมื่อได้เห็นข้อมูลบนแผ่นพับสีฟ้าที่มีลายเส้นการ์ตูนน่ารักของกลุ่ม ‘เปื้อนยิ้มแป้’
แผ่นพับนี้คือลายแทงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงศิลปะ งานคราฟต์ และเวิร์กช็อปของผู้ประกอบการทั่วจังหวัดแพร่ที่มีตั้งแต่คาเฟ่คราฟต์ช็อกโกแลตในสวนโกโก้, สตูดิโอเซรามิกและงานปั้นท่ามกลางร่มไม้, แกลเลอรีงานศิลปะและเวิร์กช็อปจากวัสดุเหลือใช้, เวิร์กช็อปถ่ายภาพฟิล์มกระจกด้วยกล้องโบราณในบ้านไม้อายุ 90 ปี, กิจกรรมทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ปั๊มเทียน, เวิร์กช็อปหมวกสานกุ๊บลอนที่เป็นเอกลักษณ์ของคนแพร่, หมู่บ้านเด็กและลานเล่นกลางแจ้ง, ฟาร์มสเตย์, กิจกรรมเดินป่า ชิมอาหารท้องถิ่น, ทำลวดลายผ้าด้วยบล็อกไม้, โรงเรียนเวทมนตร์และเครื่องประดับพลังหิน, การทอผ้า, พายเรือในสวนผลไม้ เก็บผัก ทำน้ำพริก กวนแยม, ผ้าม่อฮ่อม, ผ้าบาติก, ชุมชนช่างตีเหล็ก ฯลฯ
“แพร่มีคนทำงานคราฟต์เยอะมาก แต่ที่ผ่านมายังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เราก็เลยอยากให้คนรู้จักแต่ละแบรนด์มากขึ้น ลองนึกภาพว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว ถ้าเรารู้จักที่ท่องเที่ยวแค่ไม่กี่ที่ เราก็อาจลังเลว่าจะมาแพร่ดีไหม แต่ถ้ามีตัวเลือกให้เลือกเยอะ อย่างในโบรชัวร์นี้มีทั้งหมด 21 แห่ง นักท่องเที่ยวก็จะกล้าตัดสินใจมามากขึ้น ผมเลยชวนทุกคนมารวมตัวกัน ทำโบรชัวร์นี้ขึ้นมา ผมคิดว่าถ้าเราทำข้อมูลลึกพอ เราจะเจอคนที่ใช่ที่อยากมาทำกิจกรรมกับเรา”
โก้-ธัชพงศ์ พัฒนสารินทร์ เจ้าของ ‘คำมีสตูดิโอ’ ผู้เป็นตัวตั้งตัวตีชวนทุกคนมารวมตัวกัน บอกเล่าจุดตั้งต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่จะทำให้จังหวัดแพร่ในความทรงจำของผู้คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

การรวมตัวของกลุ่ม ‘เปื้อน’
คำว่า ‘เปื้อนยิ้มแป้’ ตีความได้หลายความหมาย
หนึ่ง คือความหมายตรงตัว นั่นคือ ‘เปรอะเปื้อน’ ไปด้วยรอย ‘ยิ้ม’ โดยคำว่า ‘ยิ้มแป้’ ก็คือยิ้มกว้าง
ส่วนอีกความหมายหนึ่ง คือการถอดคำในภาษาเหนือที่คำว่า ‘เปื้อน’ หมายถึง ‘เพื่อน’ และคำว่า ‘แป้’ ก็คือจังหวัด ‘แพร่’
“เปื้อนยิ้มแป้ คือเพื่อนที่มายิ้มด้วยกัน เราเอาคำว่าเพื่อนนำ สื่อความหมายถึงการมีเพื่อนคอยสนับสนุนช่วยเหลือกัน เราไม่อยากให้มีใครต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ว่า ทำไม่ไหวแล้ว ต้องปิดกิจการและย้ายไปที่อื่นแล้ว แต่ความเป็นเพื่อนจะช่วยประคองกัน ช่วยกันหาทางออก”
โลโก้กลุ่มที่เป็นสัญลักษณ์ฝ่ามือก็สื่อถึงการประสานความร่วมมือกันและความเป็นเพื่อน อีกทั้งยังสื่อความหมายถึงกิจกรรมที่ต้องลงมือทำด้วย
“กลุ่มเราจะเน้นไปที่การขายประสบการณ์มากกว่าแค่ขายผลิตภัณฑ์ เพราะปัญหาที่ผมเห็นจากหลายแห่งคือผลิตภัณฑ์มีจำนวนมากกว่าคนซื้อ ทำให้สุดท้ายขายไม่ได้ ต้องโละทิ้งหรือลดราคา ซึ่งเสียทั้งเวลาและโอกาส ขณะที่การชวนคนมาทำกิจกรรมจะเป็นการเพิ่มมูลค่าและสร้างความทรงจำได้ดีกว่า ทำให้การท่องเที่ยวมีความพิเศษ” โก้เล่าถึงสิ่งที่เป็นจุดเด่นของลายแทงในแผ่นพับนี้

“การรวมตัวของกลุ่มเรามีทั้งความแน่นและความหลวม เราอยากนำเสนอความแตกต่างที่ทุกคนแสดงจุดเด่นของตัวเองได้ ให้ทุกคนมีพื้นที่ได้ฉายแสง เรารวมตัวกันเพื่อให้เสียงเราดังขึ้น ซึ่งก็ได้ผลจริง ๆ เพราะตั้งแต่ตั้งกลุ่มก็มีคนสนใจเรามากขึ้น เจอนักท่องเที่ยวที่ถือโบรชัวร์นี้ไปยังจุดต่าง ๆ มีหน่วยงานให้ความสนใจมากขึ้น”
โก้เปรียบเทียบว่า ผู้ประกอบการแต่ละแห่งก็เปรียบเหมือนกองไฟกองเล็ก ๆ หากอยู่แยกกัน แสงก็อาจดูเลือนราง แต่พอมารวมกันก็จะสว่างไสวขึ้น นอกจากนั้น การมารวมตัวกันยังเป็นการเติมเชื้อไฟให้กัน หากวันไหนที่กองหนึ่งเหนื่อยล้าใกล้มอด กองไฟของเพื่อน ๆ ก็จะมาช่วยเติมฟืนไฟให้กลับมาสว่างจ้าอีกครั้ง
“สิ่งที่ผมได้รับมากที่สุดจากการรวมตัวครั้งนี้คือไฟในการทำงาน ผมทำอาชีพนี้มา 10 กว่าปี มีขึ้นมีลง เดินทางเหงา ๆ แต่พอเห็นน้อง ๆ ก็ทำให้มีแรงฮึด เป็นแรงผลักดันให้เราตื่นขึ้นมาทำงานในแต่ละวัน”
จากกองไฟที่ได้รับการเติมเชื้อในวันนั้น วันหนึ่งก็อาจไปจุดไฟกองไฟกองใหม่ต่อไป ดังเช่น ใหม่ อดีตพยาบาลที่ได้แรงบันดาลใจจากโก้ จนตัดสินใจเดินออกจากคอมฟอร์ตโซนเพื่อมาก่อตั้งแบรนด์ ‘PHA (ภา)’ ผ้าปั๊มเทียนและเวิร์กช็อปทำลวดลายผ้าด้วยบล็อกไม้


นอกจากการรวมตัวของพวกเขาจะออกมาในรูปแผ่นพับลายแทงแล้ว เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมายังมีการจัดเทศกาล ‘เปื้อนยิ้มแป้’ ที่เป็นเหมือนตลาดนัดย่อม ๆ ที่ชวนทุกคนในเครือข่ายมาออกร้าน จัดกิจกรรม เพื่อให้คนในกลุ่มได้มาพบปะกัน อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์กลุ่มไปในตัว
“งานนั้นพวกเราทำกันเองทั้งหมด ตั้งแต่ตอกเสา ตั้งไฟ ไม่ได้จ้างออร์แกไนเซอร์ ทุกอย่างเลยออกมาดูออร์แกนิกมาก ดูมีความคราฟต์ บรรยากาศเลยดูอบอุ่นและจริงใจ คนแพร่หลายคนที่มาก็บอกว่าชอบมาก ดีใจที่แพร่มีงานแบบนี้” เอ็ม จาก ‘บ้านคำเต็ม’ แกลเลอรีศิลปะและเวิร์กช็อปงานประดิษฐ์ บอกเล่าถึงความประทับใจ
ส่วน อิ๊ค จาก ‘โรงเรียนเวทมนตร์’ ก็แชร์ความประทับใจจากการรวมกลุ่มกับเปื้อนยิ้มแป้ว่า จากแต่ก่อนที่ต้องทำทุกสิ่งด้วยตัวคนเดียว ประชาสัมพันธ์กิจกรรมเอง ยิงโฆษณาเฟซบุ๊กเอง แต่พอได้มารวมกลุ่มกันก็ทำให้ทำอะไรได้มากขึ้นโดยที่เหนื่อยน้อยลง
“เหมือนเราตัวใหญ่ขึ้น เพราะมีเพื่อนที่ช่วยเสริมแรงกัน เติมไฟกัน ฮีลใจกัน แล้วการทำงานด้วยกันมันก็สนุกมาก ในงานวันนั้นเหมือนชื่องานจริง ๆ คือเปื้อนยิ้มไปทั้งลาน”

เสน่ห์เมืองแพร่
เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ หลายคนก็อาจนึกออกแค่แพะเมืองผีหรือพระธาตุช่อแฮ แต่หากใครได้รู้จักกับกลุ่มเปื้อนยิ้มแป้แล้ว พวกเขาก็จะได้พบกับความเป็นแพร่ในแง่มุมที่ต่างออกไป
“คำพูดยอดฮิตของนักท่องเที่ยว คือเพิ่งรู้ว่าแพร่มีแบบนี้ด้วย ฉันไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ย ถ้าเราสื่อสารตรงนี้ก็จะดึงคนให้เข้ามาท่องเที่ยวได้มากขึ้น”
การดึงนักท่องเที่ยวที่โก้พูดถึง ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของรายได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงความเป็นไปได้ของการสร้างอาชีพในบ้านเกิดที่จะทำให้คนแพร่ไม่ต้องระหกระเหินไปหางานไกลถึงกรุงเทพฯ
“โจทย์สำคัญตอนนี้คือหนุ่มสาวส่วนใหญ่ต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะแพร่ไม่มีงานรองรับ แต่ถ้ากลุ่มเราเข้มแข็ง ก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาเห็นถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาอยู่บ้านเกิด”
หนึ่งในคนแพร่ที่ตัดสินใจกลับมาบ้านก็คือ กุ๊กกิ๊ก เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า ‘กานต์ บาย ไททอ’ ที่กลับบ้านมาสานต่อการทำผ้าบาติกแบบดั้งเดิมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยประยุกต์การออกแบบให้ทันสมัยสไตล์โมเดิร์นคราฟต์
“เรากลับมาตั้งแต่แพร่ยังเงียบเหงากว่านี้ ตอนนั้นก็กังวลว่าจะไปรอดไหม แต่ก็ค่อย ๆ ค้นหาตัวเองไป แต่ข้อดีของการกลับมาอยู่บ้านคือเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น แล้วพอได้มาเจอเพื่อน ๆ กลุ่มนี้ก็รู้สึกว่าการอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เหงาขนาดนั้น เรารู้สึกว่าคนรุ่นใหม่ที่กลับมาบ้านมีความหวงแหนความเป็นแพร่อยู่มาก ส่วนใหญ่จะทำในพื้นที่ของตัวเองและอนุรักษ์บ้านไม้แบบเดิมไว้ ถ้ามาแพร่จะเห็นว่ามีคาเฟ่ใต้ถุนบ้านเยอะมาก เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าน่ารักและมีเสน่ห์ มีคนบอกว่าอยากกลับมาที่นี่ทุกปีเพราะมีอะไรน่าค้นหา”

ส่วน ตุลย์ ก็บอกเล่าความประทับใจจากผู้คนที่แวะเวียนมาทำกิจกรรมที่ ‘บ้านคำเต็ม’ ว่า
“คนแพร่หลายคนก็พูดตรงกันว่า ดีใจมากที่ได้เห็นจังหวัดแพร่มีพื้นที่สนุก ๆ แบบนี้สักที ลูกหลานเขาจะได้มาวิ่งเล่น ทำกิจกรรมใหม่ ๆ บางคนมาถึงก็พูดเลยว่าอยากให้จัดกิจกรรมแบบนี้บ่อย ๆ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่ ก็บอกว่ารู้สึกเหมือนเปิดโลกว่าแพร่มีสถานที่น่ารักน่าสนใจหลายที่ บางคนบอกว่าเสียดายที่รู้ช้าไปว่าแพร่มีกิจกรรมสนุก ๆ มากมายขนาดนี้ เพราะเขาซื้อบ้านที่อื่นไปแล้ว ถ้ารู้อย่างนี้ก่อนอาจจะมาอยู่แพร่นะ อย่างล่าสุดคนที่มานิทรรศการก็บอกว่า เกือบไปเที่ยวที่อื่นต่อแล้ว แต่โดนแพร่ตกเสียก่อน เลยอยู่ที่นี่ต่อแบบข้ามวัน ประทับใจคนแพร่ที่น่ารักและมีน้ำใจ”

ส่วนคำถามที่ว่า ในอนาคตจะมีสมาชิกในกลุ่มเพิ่มขึ้นอีกไหม โก้ก็ตอบว่าเป็นได้ แต่ปีนี้ขอเริ่มจากเล็ก ๆ ก่อน ส่วนปีต่อไปก็ตั้งใจว่าจะมีการอัปเดตแผนที่กิจกรรมใหม่เรื่อย ๆ ตามสมาชิกที่อาจมีเพิ่มเติม นอกจากนั้น พวกเขาก็คุยกันว่าจะพยายามให้มีอีเวนต์ใหญ่ที่รวมทุกบ้านมาไว้ในงานเดียวกันอย่างน้อยปีละครั้ง โดยระหว่างนั้นก็อาจมีอีเวนต์ย่อย ๆ ของแต่ละบ้านที่เรียกว่า ‘งานเปื้อนน้อย’ โดยอาจชวนเพื่อนในละแวกใกล้เคียงมาร่วมงาน หรือวันดีคืนดีก็อาจจัดกิจกรรมสัมมนา ไปแคมปิ้งเดินป่าด้วยกัน พร้อมชวนนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็ก ๆ ไปด้วย
“มีไอเดียหนึ่งที่ผมเพิ่งคิดสด ๆ เมื่อกี้นี้ ยังไม่ได้ปรึกษาเพื่อนร่วมทีมเลย คือผมไปดูงาน Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 มา ซึ่งเป็นงานที่ศิลปินมารวมตัวกัน เลยคิดว่า ถ้าเราจัดงานชื่อ ‘เปื้อนนาเล่’ ก็น่าสนุกดี อาจทำแค่เล็ก ๆ โดยให้แต่ละบ้านสร้างงานศิลปะของตัวเอง แล้วชวนคนไปตระเวนดูงานศิลปะของแต่ละบ้าน”
โก้เล่าถึงไอเดียสนุก ๆ ที่ไม่เคยจบสิ้น ซึ่งในอนาคตเขาก็ยังมีแผนจะทำพาสปอร์ตท่องเที่ยว 21 แห่ง ไปจนถึงคู่มือนักจัดเวิร์กช็อป รวมทั้งบอกว่า หากกลุ่มเราแข็งแรงแล้ว ก็อาจจัดกิจกรรมลงชุมชน แบ่งปันความรู้เพื่อช่วยพื้นที่นั้นออกแบบกิจกรรมหรือผลิตภัณฑ์ด้วยก็ได้
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงรู้สึกตรงกันว่ากลุ่มเปื้อนยิ้มแป้ได้ทำให้แพร่ไม่ได้เป็นแค่จังหวัดหนึ่งบนแผนที่ แต่กลายเป็น ‘จุดหมาย’ ที่เรารอคอยวันที่จะได้ไปเยือน

