ฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัดเป็นพิเศษแบบนี้ คุณรู้สึกมั้ยว่าภายในตัวร้อนระอุจนน่ากลัวไมเกรนขึ้น
จิ๊บ-สุกัญญา บุญเลิศรพ และ เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย เจ้าของ ‘บ้านสุขภาพพุทธิญา’ ร้านอาหารแนวธรรมชาติบำบัด ให้ความรู้กับเราว่า ร่างกายที่มีสุขภาพดีคือร่างกายที่มีความร้อนและเย็นสมดุลกัน แต่ปัจจุบันทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและวิถีชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ซึ่งมีครบทั้งความเครียด การพักผ่อนน้อย รวมถึงอาหารการกินฤทธิ์ร้อนทั้งเนื้อสัตว์ อาหารแปรรูป อาหารทอด และอาหารรสจัดจ้าน ล้วนทำให้ร่างกายเราร้อนเกินไป นำมาสู่อาการตั้งแต่ไม่สบายตัว หงุดหงิด ร้อนใน เสมหะเหนียว คอและตาแห้ง จนถึงไมเกรน
เมื่อเป็นอย่างนี้ เราควรทำอย่างไร คำตอบคือการกิน ‘อาหารฤทธิ์เย็น’ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สอนกันต่อมาทั้งในแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน อาหารประเภทนี้คือสิ่งซึ่งกินแล้วช่วยปรับสมดุลร่างกายที่ร้อนเกินไป ยิ่งถ้าทำควบคู่กับการปรับอารมณ์ให้ผ่อนคลายด้วยยิ่งดี ถือเป็นการดูแลสุขภาพให้สมดุลแบบองค์รวม
อากาศร้อนจัด ร่างกายร้อนระอุขนาดนี้ ลองมารู้จักอาหารฤทธิ์เย็นที่ช่วยดับร้อนกัน
วิธีเลือก ทำ และกินอาหารฤทธิ์เย็น
จิ๊บและเชฟฮ้งแนะนำเราว่าการเลือกวัตถุดิบมาทำอาหารฤทธิ์เย็นให้เน้นผักผลไม้สีอ่อน รสชาติอ่อนออกไปทางฝาดขม ฉ่ำน้ำ ทานแล้วชุ่มคอ
ตัวอย่างผักฤทธิ์เย็นก็เช่น แตงกวา ฟักเขียว ถั่วงอก ผักกูด ผักบุ้ง ใบบัวบก วอเตอร์เครส และผักกาดขาว ส่วนตัวอย่างผลไม้ฤทธิ์เย็นก็เช่น แตงโม มะละกอ มังคุด มะพร้าว แก้วมังกร แคนตาลูป และส้มโอ
ส่วนวิธีปรุงนั้น ควรให้วัตถุดิบผ่านกระบวนการน้อยที่สุด เน้นอาหารปรุงสด แต่ถ้าต้องยกขึ้นตั้งเตา ให้เน้นวิธีที่ใช้ไฟอ่อนและใช้น้ำมันน้อยอย่างการนึ่งและลวก แต่ถ้าต้องการผัดและแกง ก็เน้นทำแต่พอกิน ไม่อุ่นซ้ำบ่อย นอกจากนี้ การปรุงรสควรปรุงแต่น้อย เพราะอาหารยิ่งรสจัดจ้านก็จะยิ่งมีฤทธิ์ร้อนมากขึ้น
ทำอาหารฤทธิ์เย็นเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงวิธีกิน จิ๊บและเชฟฮ้งบอกเราว่าควรค่อย ๆ กิน เคี้ยวให้ละเอียดอย่างต่ำ 30 ครั้งต่อคำ เพื่อให้ร่างกายย่อยง่าย ไม่ทำงานหนักจนร้อนเกินไป นอกจากนี้ยังควรกินอาหารไล่จากย่อยง่ายไปสู่ย่อยยาก เพื่อให้ร่างกายย่อยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ใครอยากลองทำอาหารฤทธิ์เย็นดับร้อน ไปเลือกวัตถุดิบที่ถูกต้องจากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านแล้วลองลงมือทำกันดู แต่ถ้าใครชีวิตเป็นคนเมืองเวลาน้อยสุด ๆ เรามี 6 ร้านอาหารฤทธิ์เย็นที่เราชอบไปกินเป็นประจำมาแนะนำกัน
ต้นกล้าฟ้าใส
ร้านแรกที่เราอยากแนะนำคือ ‘ต้นกล้าฟ้าใส’ ร้านอาหารปลอดภัยที่ตั้งใจชวนคนเปลี่ยนพฤติกรรมหันมากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เป็นร้านแรกที่มีเภสัชกรและนักกำหนดอาหารมาประจำการที่ร้าน เพื่อแบ่งปันความรู้เรื่องอาหารปลอดภัย คอนเซปต์ของร้านคือ ‘From Farm to Fork จากสวนสู่ส้อม’ เน้นใช้พืชผักที่ปลอดภัยหรือออร์แกนิกจากเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน
หน้าร้อนนี้ ต้นกล้าฟ้าใสมีอาหารฤทธิ์เย็นหลากหลายเมนูให้เลือกกินกัน ตัวอย่างเช่น ‘ข้าวแช่ต้นกล้าฟ้าใส’ เมนูคลายร้อนเวอร์ชันวีแกนที่ทานแล้วรู้สึกสดชื่นไม่แพ้เวอร์ชันปกติ พร้อมวัตถุดิบอย่างข้าวกล้องงอกออร์แกนิก 5 สายพันธุ์ ‘แตงโมเห็ดแห้งอุลิต’ ที่ใช้เห็ดแห้งมาแทนปลาแห้ง ให้รสหวาน เย็น อร่อย สดชื่น ช่วยลดการสะสมของความร้อนภายในร่างกาย ‘พล่าฟ้าใส’ ที่นำส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งมาผสมผสานกับสมุนไพรไทย ให้ได้รสกลมกล่อม ไม่จัดจ้าน และ ‘เปาะเปี๊ยะชะคราม’ เปาะเปี๊ยะสอดไส้ใบชะครามรสเข้มข้นที่บอกเลยว่าห้ามพลาด
ต้นกล้าฟ้าใส
Sangdad Health Mart
ร้านถัดมาที่เราอยากแนะนำคือ ‘Sangdad Health Mart’ ร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตที่ตั้งใจเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องธรรมชาติบำบัดและการรักษาโรคด้วยอาหารมาถ่ายทอดให้คนทั่วไป
โซนร้านอาหารมังสวิรัติของแสงแดดมีชื่อว่า ‘ครัวป้านิดดา’ มีอาหารมังสวิรัติแนวสุขภาพที่เข้าถึงง่าย ปรุงด้วยเครื่องปรุงเกษตรอินทรีย์ ใช้ผักปลอดสารพิษ ปรุงสดใหม่ มีเมนูอาหารฤทธิ์เย็นที่แนะนำ เช่น ผัดไทยเส้นมะละกอ สลัดลูกเดือย สลัดเต้าหู้ย่าง และสุกี้น้ำผักรวมมิตร ซึ่งปรุงด้วยน้ำซุปแมกนีเซียม (น้ำซุปทำจากผักหลากชนิดที่ให้คุณค่าสารอาหารสูง) ส่วนเมนูของหวาน ขอแนะนำวุ้นว่านหางจระเข้ที่ทำจากวุ้นว่านหางจระเข้ปลอดสารพิษ เสิร์ฟมาในน้ำใบเตยซึ่งช่วยลดอาการฤทธิ์ร้อน
และถ้าใครอยากแวะช้อปโซนซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนกลับบ้าน เราขอแนะนำน้ำสกัดย่านาง เอาไว้ผสมน้ำเปล่ากินดับร้อนได้ดีมาก
Sangdad Health Mart
คุณเชิญ
อีกร้านที่เราอยากแนะนำมาก ๆ คือ ‘คุณเชิญ’ ร้านอาหารมังสวิรัติที่ตั้งใจให้ทุกคนทั้งคนที่กินมังสวิรัติและไม่กินมังสวิรัติกินได้ โดยสาขางามวงศ์วานมีบุฟเฟต์มังสวิรัติให้ทุกคนได้กินกันเต็มอิ่ม
อาหารของร้านนี้คัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ เน้นพวกผัก เห็ดต่าง ๆ และเต้าหู้เป็นหลัก หลีกเลี่ยงการใช้อาหารเลียนแบบ ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยซอสโฮมเมดและปราศจากผงชูรส นอกจากอาหารมังสวิรัติแล้ว ทางร้านยังมีอาหารแม็คโครไบโอติกส์ ซึ่งเป็นอาหารฤทธิ์เย็น และปรุงอาหารตามหลักสมดุลของธรรมชาติอีกด้วย
เมนูของทางร้านจะมีความหลากหลาย โดยลูกค้าแจ้งความต้องการเฉพาะของแต่ละคนได้ เช่น เมนูแนะนำอย่างเปาะเปี๊ยะสดที่มีผักสดนานาชนิดพร้อมเต้าหู้เนื้อแน่นและเผือกกวนสูตรพิเศษของทางร้าน ห่อด้วยแผ่นแป้งเนื้อบางเหนียวนุ่ม เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด และอีก 2 จานที่เราอยากแนะนำคือยำส้มโอและขนมผักกาดจากหัวไชเท้าที่เป็นหนึ่งในผักฤทธิ์เย็น
คุณเชิญ
SUSTAINA
ร้านต่อมาที่เป็นแหล่งอาหารฤทธิ์เย็นให้เราได้คือ ‘SUSTAINA’ ร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ ของชาวญี่ปุ่นที่สนใจเรื่องอาหารที่ดีต่อสุขภาพและโลก ชั้นล่างเป็นร้านขายวัตถุดิบที่ปลูกจาก Harmony Life ฟาร์มออร์แกนิกที่เขาใหญ่ของทางร้าน ส่วนชั้นบนเป็นร้านอาหารสุขภาพ
ตัวอย่างเมนูอาหารฤทธิ์เย็นของร้าน SUSTAINA เช่น ‘King of Tofu’ ราชาเต้าหู้ ประกอบด้วยเต้าหู้โฮมเมด 4 ชนิด พร้อมขิงซอย ต้นหอมซอย และแผ่นสาหร่าย กินพร้อมซอสญี่ปุ่นรสชาติกลมกล่อม เมนู ‘บะหมี่สลัดผักออร์แกนิกสุขภาพ’ ที่ทำจากเส้นบะหมี่ผักโมโรเฮยะ ผักสลัดออร์แกนิกและน้ำสลัดโฮมเมดสูตรเฉพาะของทางร้าน นอกจากนี้ยังมี ‘สลัดผัก 10 ชนิด’ รวมผักออร์แกนิก 10 ชนิดจากฟาร์มของร้าน เช่น ผักกาดคอส แคร์รอต และข้าวโพดหวาน เสิร์ฟพร้อมซอสสลัดหัวหอมกับมะกอกดองสูตรเฉพาะของทางร้านเท่านั้น
SUSTAINA
บ้านสุขภาพพุทธิญา
อีกร้านที่เราชอบมาก คือร้านอาหารของจิ๊บและเชฟฮ้งที่มีปณิธานว่า ‘กินที่กาย ตื่นรู้ที่ใจ ให้อาหารเป็นยา’ ร้านนี้เน้นการปรุงอาหารแบบสมดุลร้อน-เย็น ใช้วัตถุดิบออร์แกนิก พืชผักตามฤดูกาล ไม่ใช้เนื้อสัตว์ใหญ่ ใช้แต่เนื้อสัตว์เล็ก ย่อยง่าย ใช้ดอกเกลือ และไม่มีเครื่องปรุงแบบอุตสาหกรรม โดยเมนูอาหารสุขภาพของร้านจะหมุนเวียนเพื่อให้คนกินได้สารอาหารครบถ้วน สำหรับบริการของร้าน ร้านนี้จะให้บริการ 2 แบบ คือบริการทำอาหารแบบดิลิเวอรี ส่งสดใหม่วันต่อวัน และ Chef’s Table ที่จะให้เราตอบคำถามเรื่องกายใจของตัวเอง แล้วนำไปออกแบบเมนูอาหารที่เหมาะกับตัวเราจริง ๆ ให้ได้กินกัน
ตัวอย่างเมนูอาหารฤทธิ์เย็นที่เราอยากแนะนำคือ ‘ยำอ่อมแซบเห็ดแครงสมุนไพรตะไคร้หอม’ เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่เชฟฮ้งออกแบบให้ช่วยปรับสมดุลร่างกายได้ด้วยสมุนไพรครบถ้วนสารอาหารครบ 5 หมู่ มีผักอินทรีย์ในฤดูกาลทั้งฤทธิ์ร้อน-เย็นรวม 9 ชนิด เช่น เห็ดแครงและใบอ่อมแซบ (ตำลึงหวาน) นอกจากนั้นยังมี ‘ยำอารมณ์ดี’ เมนูซึ่งเชฟออกแบบให้เป็นยำผักที่ได้สมดุลร้อน-เย็นมากกว่า 7 ชนิด เช่น ผักกูดและหัวปลี
อีกจานที่เราอยากแนะนำคือ ‘สลัดต้านการอักเสบบรอกโคลีมันม่วงต้นอ่อน’ น้ำสลัดแคร์รอตงา เมนูแนววีแกนและ Raw Food ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน มีสารต้านอนุมูลอิสระจากบรอกโคลีและมันม่วง อีกทั้งได้ยังได้โปรตีนจากต้นอ่อน สุดท้ายคือ ‘แกงเลียงผักรวมมังสวิรัติ’ เมนูแกงเลียงจากผักรวม 9 ชนิด เช่น บวบและมะรุม ที่ช่วยปรับสมดุลช่วงเปลี่ยนฤดูกาลได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มฤทธิ์เย็นที่หากินที่ไหนไม่ค่อยได้ เช่น น้ำใบบัวบกและน้ำย่านางคั้นสดอีกด้วย
บ้านสุขภาพพุทธิญา
Aeeen
ร้านอาหารฤทธิ์เย็นร้านสุดท้ายที่เราอยากแนะนำคือ ‘Aeeen’ ร้านอาหารญี่ปุ่นมังสวิรัติในเรือนไม้หลังสวยที่เชียงใหม่ เจ้าของร้านเป็นชาวญี่ปุ่นที่สนใจเรื่องการสรรหาวัตถุดิบที่ดีมาทำอาหาร การทำอาหารหมักดองที่ดีต่อสุขภาพ (น้ำเอนไซม์จากผลไม้ของที่นี่อร่อยมาก) ไปจนถึงการทำเครื่องปรุงหลากหลายชนิดเอง เมนูฤทธิ์เย็นที่อยากแนะนำคือ ‘เต้าหู้โฮมเมดและน้ำเต้าหู้’ ช่วยทำให้ร่างกายที่ร้อนจัดเย็นสบายขึ้น แล้วก็อย่าพลาดซื้อมิโสะทำเองของร้านกลับไปจิ้มกินกับผักสดฤทธิ์เย็นนะ รับรองว่าทั้งช่วยลดความร้อนแถมยังอร่อยมากด้วย
Aeeen
ถึงตอนนี้ เราเชื่อว่าคุณคงคุ้นเคยกับอาหารฤทธิ์เย็นมากขึ้นแล้ว ลองทำหรือลองไปชิมเพื่อสุขภาพร่างกายที่สมดุลท่ามกลางอากาศร้อนและภาวะโลกเดือดแบบนี้กันนะ

















































