13 พฤษภาคม 2024
2 K

“บางทีทำงานเยอะ ๆ จะรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่กับเขา”

แม่ทุกคนที่เลี้ยงลูกไปด้วย ทำงานไปด้วย เป็นแบบนั้น 

วิ-วิชชุกร โชคดีทวีอนันต์ ก็เช่นกัน เธอคืออดีตขุมกำลังนักออกแบบ Greyhound สู่การเป็น Co-founder โครงการ The Bound House ร่วมกับสามี บอน-วีรภัฎ โชคดีทวีอนันต์ สู่เจ้าของร้านขายของที่ระลึก LIFE SHOP Nakhon Pathom

ฝากเลี้ยงตอนนี้ อยากเล่าเรื่องคุณแม่ที่ชอบทำงาน ชอบอยู่กับลูก เลยชวนลูกมาทำงานด้วยกัน ด้วยการออกแบบหนังสือนิทานที่มีต้นทางจากหนังสือเล่มเล็กของลูกที่วาดเล่นในบ้าน กลายมาเป็นนิทานที่เด็กและผู้ใหญ่อ่านแล้วยิ้มทุกคน

ก่อนให้ลูกจับ iPad และ Apple Pencil พ่อแม่หลายคนนิยมให้ลูกจับดินสอและกระดาษจริง ๆ วาดเขียน เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมือ และอีกนัยหนึ่ง ทุกคนรู้สึกดีกว่าอยู่แล้วถ้าเห็นลูกอยู่กับกระดาษมากกว่าหน้าจอ

กระดาษคือโลกใบใหม่ของเด็ก เขาเอาภาพในหัวมาสร้างให้ปรากฏจริงได้ นั่นคือความยิ่งใหญ่ของกระดาษสำหรับเด็ก

หากเราพับกระดาษครึ่งหนึ่ง จับมาทบรวมกัน เย็บด้วยแม็กหรือเทปกาว เด็กน้อยจะได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่า หนังสือ ครั้งแรกด้วยตัวเอง

ลูกชายและลูกสาวของแม่วิก็เช่นเดียวกัน ทั้ง 2 คนเป็นเหมือนต้นไม้คนละสายพันธุ์ เติบโตคนละรูปแบบ 

มี โชคดีทวีอนันต์ แทบจะโตในออฟฟิศ อยู่ด้วยกันกับแม่ตลอดเวลา ซึมซับงานออกแบบตั้งแต่เด็ก แต่กลับหันความสนใจไปทางการคำนวณและการลงทุน ส่วน เวลา โชคดีทวีอนันต์ ลูกสาวโตในบ้านมากกว่าออฟฟิศ แต่จินตนาการของลูกสาวดูจะเป็นรูปเป็นร่างไวกว่าคนอื่น เธอชอบวาดและขีดเขียนหนังสือเล่มเล็กเป็นประจำ

เวลาเล่าเรื่องจริงระหว่างตัวเองและแมวที่บ้านใส่สมุดเล่มเล็ก ตั้งชื่อเสร็จสรรพว่า แมวกัดฉัน เมื่อคนเป็นแม่ผ่านมาเห็นเข้า ก็สะดุดใจในบางเรื่องที่ลูกสาวซ่อนไว้

“ตอนแรกเราไม่ได้คิดอะไร แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ มันมีจุดพีก ลูกบอกเราว่า ถ้าเราดูแลแมวให้ดี เขาก็จะนิสัยดีขึ้น จริง ๆ มันไม่ใช่แค่แมว แต่คือทุกอย่างในชีวิตที่เราต้องรู้จักแบ่งเวลา 

“มันมีเหตุผลที่แมวนิสัยไม่ดี บางอย่างเราก็เปลี่ยนได้ ที่แมวไม่ดีก็เพราะเราเปลี่ยนไป ถ้าแมวนิสัยดีขึ้นก็เพราะเราเปลี่ยนไปเหมือนกัน เป็นมุมมองที่เราอยากแชร์” แม่วิยิ้ม

ความจริงวิชชุกรเก็บความอยากทำนิทานไว้นานแล้ว มันเริ่มจากการซื้อนิทานให้ลูกอ่าน ด้วยความเชื่อว่านิทานคือสิ่งที่สร้างตัวตนของลูก คนเป็นพ่อแม่ก็ควรเลือกให้ดี 

แต่นิทานหลายเรื่องก็ถูก Curate ให้ไม่เหมาะกับเด็กเท่าไหร่ บางเรื่องก็โตเกินไป ยัดคำสอนเกินไป อ่านแล้วไม่ถูกใจ ทำเองดีกว่า เป็นทางออกที่ดีที่สุด

เวลาผ่านไปจนวิชชุกรได้มาดูแลโครงการ LIFE SHOP ที่นครปฐม ร้านขายของที่ระลึกแห่งนี้มีพื้นที่มากพอให้เธอได้ทดลองทำสินค้าใหม่ ๆ ตอนนั้นเองที่ไอเดียการเอาเรื่องวาดเล่นของลูกมาทำเป็นนิทานจริง ๆ เกิดขึ้น

ข้อได้เปรียบของแม่วิคือเป็นนักออกแบบ รู้จักคนที่จะเสกนิทานเรื่องนี้ให้ตรงใจ หวยมาออกที่เพื่อนรุ่นน้อง เป็ด-ภาคภูมิ ลมูลพันธ์ และ ยูน-พยูณ วรชนะนันท์ ที่วงการภาพประกอบรู้จักดีมาร่วมงานกัน 

แมวกัดฉัน ตีพิมพ์เป็นหนังสือปีที่แล้ว ขายกันเองในโซเชียลมีเดีย ต่อมาก็พิมพ์ครั้งที่ 2 จากนั้นก็มีเล่มที่ 2 แมวน้อยตามหาบ้าน ตามมา ไปฝากขายที่งานหนังสือ วางขายที่ร้าน Kinokuniya และจดเป็นบริษัท ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงปี 

แม่ ๆ อ่านถึงตรงนี้อย่าเพิ่งคิดว่า ใช่สิ เป็นนักออกแบบก็ทำได้ 

หัวใจความสำเร็จ คือการให้ลูกสาวมีส่วนร่วมในการ QC นิทานเล่มนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ยังไม่นับเรื่องพาไปออกงานหนังสือ ให้เขาได้เห็นปลายทางของเรื่องวาดเล่นนั้นว่าไปไกลแค่ไหน 

“เราอยากให้เขารู้ว่าสิ่งที่เราทำ ถ้าตั้งใจก็จะได้รับการยอมรับเป็นขั้น ๆ ไปขายหนังสือที่งานหนังสือก็พาเขาไป พอพาไปบูท เขาก็ถามว่าน้องเขียนใช่มั้ยเพราะเห็นในปกหลัง เขาก็ดีใจ เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดไว้” แม่เล่า 

ยิ่งให้ลูกมีส่วนร่วม ยิ่งน่าตื่นเต้น

“เขาบอกว่าจะทำ 30 เล่ม” ผมสังเกตว่าตอนที่เราหัวเราะ เวลาแอบฟังอยู่

“เราจะเปลี่ยนคาแรกเตอร์ไปเรื่อย ตอนแรกแมวชื่อ โมจิ โนริ เล่ม 3 จะเป็น กะทิ เปลี่ยนเป็นขนมไทยบ้าง เหมือนเราสอนเด็กผ่านแมว อยากให้เขาเห็นสิ่งที่ไม่ยากมาก 

“เรามีเพื่อนที่เป็นนักจิตวิทยาเด็ก เคยขอคำปรึกษาเรื่องเนื้อหานิทาน ส่วนหนึ่งคือกังวลเพราะมันคือนิทานเด็ก เขาก็บอกว่าการเล่าที่ดีที่สุดคือเล่าให้เรียบง่าย เราก็ไม่อยากให้นิทานเป็นเหมือนกับหนังสือที่เรากลัวตอนที่เราอ่านให้ลูกฟัง”

สาเหตุที่แม่วิจดเป็นบริษัท ไม่ได้จะกดดันลูก ไม่ได้อยากเติบโตยิ่งใหญ่ในวงการ เธอแค่มองเห็นโอกาสในการทำงานคาแรกเตอร์ใหม่ ๆ ไม่ได้เจาะจงอยู่กับงานนิทานฝ่ายเดียว

แต่พูดก็พูดเถอะ วิชชุกรยอมรับว่าเวลาเห็นนิทานบนกระดาษปรู๊ฟ ใจฟูกว่าใคร เป็นความรู้สึกที่งานออกแบบประเภทอื่นทำไม่ได้

สำนักพิมพ์ชื่อว่า ‘บ้านแมวแมว’ ในอนาคตคงมีผลงานให้พ่อแม่ติดตามอีกมาก ผลพลอยได้ส่วนหนึ่งคือทำให้นักออกแบบสาวที่ไม่เคยคิดจะเลี้ยงแมวกลายเป็นทาสไปเรียบร้อย

“แมวมันแอบรักษาข้างในเราด้วย” เธอยิ้ม

“มันช่วยให้เรามีเรื่องคุยกันมากขึ้นด้วย ไหนเวลาเรามาประชุมเรื่องนิทานกันซิ มา ๆ มาช่วยแม่คิดหน่อยว่าอะไรต่อ บางทีรู้สึกว่าดีเหมือนกันนะ เหมือนเราทำงาน แล้วลูกมาอยู่ในงานของเราด้วย มาสเกตช์เสื้อให้แม่หน่อย เขาก็เอาไปวาดกลับมา ลงสีให้แม่หน่อย” แน่นอนว่าตอนนี้แม่วิอนุญาตให้ลูกใช้ iPad เรียบร้อย 

อย่างที่บอก ไม่จำเป็นที่แม่ต้องลุกขึ้นมาเอาเรื่องวาดเล่นของลูกมาทำเป็นนิทานกันหมด

สิ่งสำคัญ คือการให้เวลากัน อยู่ด้วยกัน ถ้ามากพอ เราจะรู้สึกว่าควรใช้ชีวิตร่วมกับลูกอย่างไร

คุยเสร็จ ผมกระซิบถามว่า งานลูกสาวดังแบบนี้ แล้วน้องมี ลูกชาย ไม่งอนเหรอ

“เขาไม่ว่าอะไรค่ะ แค่บอกว่า ถ้าดัง ขอหุ้นด้วยคนนะ” แม่วิยิ้มกว้าง

Writer

ศิวะภาค เจียรวนาลี

บรรณาธิการที่ปั่นจักรยานเป็นงานหลัก เขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์